"เหวง"เผย"มานิตย์"ดันแก้ไขรธน.ต้องรอจังหวะ
นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.และว่าที่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ที่ปรึกษาคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดจะยกร่างประชามติถามประชาชนว่าจะเลือกใช้รัฐธรรมนูญ 2550 หรือรัฐธรรมนูญ 2540 และนำเสนอเข้าที่ประชุมสภาว่า เมื่อเราได้เสียงข้างมากเข้ามาแล้วจะต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนและปัญหาเศรษฐกิจก่อนตามที่ได้ประกาศนโยบายเร่งด่วนไว้ เมื่อปากท้องประชาชนดี เศรษฐกิจดีขึ้น ค่อยมาหยิบในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งก็มีแนวทางอยู่แล้วในการตั้ง สสร.ขึ้นมาและจะต้องจัดทำประชามติถามประชาชนว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหน
ทั้งนี้เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ต้องใช้เวลา และต้องดูจังหวะเวลาให้เหมาะสม หากจะต้องแก้ไขจริงๆก็ต้องรอหลังเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ไม่ใช่ว่าเมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว จะต้องรีบดำเนินการแก้ไขทันที อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีแนวคิดในการดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว
นพ.เหวง กล่าวต่อว่า สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ พรรคเพื่อไทยชนะได้เสียงข้างมากเข้ามา คงไม่มีการยุบพรรคอีก ดังนั้น เมื่อเป็นรัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ทำเศรษฐกิจให้ดีก่อน เรื่องอื่นอย่าเพิ่งหยิบขึ้นมาตอนนี้
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
นายกฯติงปรับฐานเงินเดือนกระทบระบบขรก.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง นโยบายให้เงินเดือนเริ่มต้นกับผู้ที่จบปริญญาตรี 15,000 บาท ของพรรคเพื่อไทยว่า รัฐบาลชุดใหม่ต้องดูผลกระทบให้รอบด้าน ซึ่งจากการหารือกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. จะทำให้เกิดปัญหาในระบบราชการ ซึ่งต้องมีการปรับโครงสร้างเงินเดือนทั้งระบบ และงบประมาณอาจจะมีไม่เพียงพอ ขณะที่ภาคเอกชนก็จะทำให้มีคนตกงานมากขึ้น และไม่มีประโยชน์หากมีเงินเดือนสูง แต่กลับมีคนตกงานเพิ่ม พร้อมกันนี้ไม่เห็นด้วยกับนโยบายถมทะเลภายในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพราะจะมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งหากไม่ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก็จะขัดต่อกฎหมายมาตรา 67 วรรค 2 ทั้งนี้ในช่วงที่ยังไม่มีการเปิดสภา มองว่า พรรคเพื่อไทยควรจะศึกษานโยบายต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ
ที่มา : INN
ปูปัดพท.ตั้งยงยุทธนายกฯสำรอง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธกรณีมีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรีสำรอง หากไม่ได้รับการรับรองการเป็นสส.จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และยืนยันว่าระหว่างการหาเสียงไม่มีนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มาช่วยหาเสียง ทั้งนี้ ได้ให้ฝ่ายกฎหมายนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา เพื่อเตรียมข้อมูล หากกกต.เรียกไปชี้แจง อย่างไรก็ดี ตนไม่ขอวิจารณ์พรรคการเมืองอื่นที่มีผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาช่วยหาเสียง อยากฝากให้ประชาชนติดตาม ส่วนตัวเชื่อว่ากกต.จะให้ความเป็นธรรมกับตนและพรรค และยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีการวางแผนสำรองไว้หากไม่ได้รับการรับรอง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนที่อยู่ในช่วงสุญญากาศทางการเมืองขณะนี้ ตนก็จะทำงานไปเรื่อยๆ โดยในส่วนของพรรคก็จะมีการประชุมเพื่อเตรียมนโยบายต่างๆ ทั้งนี้ ยืนยันว่ากรรมการบริหารพรรคไม่กังวลที่ตนยังไม่ได้รับรองการเป็นสส. เพราะยังไม่ครบกำหนด 30 วันที่กกต.พิจารณา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหมควรจะเป็นทหารนั้น ตนเห็นว่าควรจะเป็นเช่นนั้น และพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น แต่อย่างไรก็ตามต้องรอผลกกต.ออกมาอย่างเป็นทางการก่อน
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
ปธ.วุฒิฯ มั่นใจสรรหา คกก.กสทช. ทัน
พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังประกาศรับรองสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. ไม่ครบว่าถือเป็นดุลพินิจในการพิจารณาของ กกต. ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาต่อการเปิดประชุมสภาผู้แทน
ราษฎร และจะทันตามกรอบเวลาที่มีการกำหนดไว้ตามกฎหมาย รวมทั้งกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ กกต. ยังไม่รับรอง ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อการเป็นว่า ที่นายกรัฐมนตรี
พร้อมกันนี้ พล.อ.ธีรเดช ได้กล่าวถึงการสรรหาคณะกรรมการองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ว่า ตามกรอบกฎหมายแล้ว จะต้องส่งรายชื่อของว่าที่
คณะกรรมการทั้ง 44 คน ให้กับวุฒิสภาพิจารณาคัดเลือก ให้เหลือเพียง 11 คน ซึ่งในขั้นตอนนี้ จะใช้เวลา 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 กันยายน นี้ โดย พล.อ.ธีรเดช มั่นใจว่า จะดำเนินการได้เรียบร้อยภายตามกรอบเวลา ซึ่งหากยังไม่สามารถสรรหาได้ครบตามกำหนด กฎหมายก็ได้เปิดช่องให้ ประธานวุฒิสภา แจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการภายใน 30 วัน
ที่มา : INN
เลขาครม.แจงขั้นตอนตราร่างพรฎ.ขอเปิดประชุมสภา
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวการประชุมครม.นัดสุดท้าย ถึงขั้นตอนการตราร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อขอเปิดสมัยประชุมรัฐสภาว่า ตามกฎหมายจะต้องทำภายใน 30 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 31 กรกฏาคม โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต้องรับรองรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร 95 % ให้แล้วเสร็จก่อนเที่ยงคืน 31 กรกฎาคม เพื่อนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ ขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนจะเป็นวันใดนั้นอยู่ที่พระราชวินิจฉัย ทั้งนี้ กกต.ยืนยันว่าจะสามารถรับรอง ส.ส.ได้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา
นายอำพน กล่าวอีกว่า ตนไม่รู้สึกหวั่นกับการเปลี่ยนรัฐบาล เพราะอาจจะมีโยกย้ายข้าราชการ เพราะทำหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการหน่วยงานต่างๆ มา 7 ปีแล้ว และทำงานกับนายกรัฐมนตรี รวมคนใหม่ 6 คนแล้ว และรับราชการ 30 ปี ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเป็นข้าราชกาประจำ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่มีอะไรต้องห่วง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
สธ.สั่งงดขายเหล้าวันพระใหญ่ทั่ว ปท.หากพบมีโทษทั้งจำ-ปรับ
วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับวันที่ 15 และ 16 กรกฎาคม 2554 ถือเป็นวันพระใหญ่ สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และเพื่อเป็นการควบคุมให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข จึงสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ประสานผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจตราร้านค้าเพื่อป้องกันการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคมนี้ หากตรวจพบจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับประกาศกำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะขัดหลักศีลธรรม ยังก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ และอาชญากรรม โดยหากประชาชนพบการฝ่าฝืนสามารถโทรแจ้งเจ้าหน้าที่หมายเลข 02 590 3342 ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา : ผู้จัดการ
"เลขาฯ กกต."อ้อน ส.ส. แก้กฎหมายเลือกตั้งล่วงหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ตรวจเยี่ยมการให้หนังสือรับรองผลการเลือกตั้งแก่ ส.ส. โดยนายสุทธิพลกล่าวกับ น.ส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่า เมื่อเข้าไปทำหน้าที่ในสภาแล้ว ขอให้ช่วยแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งยังมีปัญหา โดยเฉพาะวันและเวลาในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่มีการแก้ไขให้เหลือวันเลือกตั้งล่วงหน้าเพียงแค่วันเดียว แต่ฝ่ายปฏิบัติคือ กกต.ทำงานได้ยากมาก และให้มีการพิจารณายกเลิกผลผูกพันการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า ให้มีผลเฉพาะการเลือกตั้งแต่ละครั้งไป
ที่มา : มติชน
กทม.ส่งเทศกิจ-ตร.-รปภ.กระชับพื้นที่ทางเท้าสยาม
นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร โฆษกกทม. กล่าวว่า ภายหลังจากที่กทม.ได้รับการประสานจากสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ควบคุมพื้นที่ทางเท้าโดยรอบสยามสแควร์เพื่อแก้ปัญหาผู้ค้าหาบเร่-แผง ลอยบุกรุกจับจองใช้เป็นพื้นที่ทำการค้า ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนแก่บรรดาประชาชนที่ใช้ทางเท้าตลอดจน และผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานเขตปทุมวันได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และจุฬาฯ ลงพื้นที่บริเวณ ทางเท้าด้านหน้าอาคารดิจิตอลเกทเวย์ ระหว่างสยามสแควร์ซอย 3-4 เฝ้าระวังไม่ให้ผู้ใดฝ่าฝืนตั้งวางแผงค้าตลอดระยะทางประมาณ 60 เมตร หากผู้ฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่เทศกิจจะเข้าทำการจับกุมทันที่ตามอำนาจหน้าที่ภายใต้กฎหมายพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
ด้านนายยอดขวัญ จุณณะปิยะ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เขตปทุมวัน เปิดเผยว่า นอกจากทางเขตจะส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจมาประจำจุดกว่า 20 นายแล้ว และยังได้ประสานขอกำลังเสริมเพิ่มเติมเป็นเจ้าหน้าที่เทศกิจจากสำนักเทศกิจจำนวน 20 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวัน 8 นาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของจุฬาอีก 10-15 นาย สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ทางเท้าตลอดแนวตั้งแต่เวลา 15.00 น.ถึง 21.00 น.ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะสงบและไม่มีผู้ค้าฝ่าฝืนทำการค้าบนทางเท้า ทั้งนี้ ตามแผนที่กทม.ร่วมกันวางเอาไว้กับจุฬาฯ ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาหรือการกระทบกระทั่งกัน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
กระตุ้นรัฐอุดช่องว่าง ก.ม.คอมพิวเตอร์
สมาพันธ์วิจัยเปิดผลสำรวจ กฎหมายคอมพิวเตอร์ยังอ่อนการสื่อสาร กระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเผยแพร่ รับมือแท็บเล็ตป.1
ผศ.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คณะกรรมการบริหารนโยบายปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย เปิดเผยระหว่างการเสวนา “รู้เท่าทันกฎหมาย ชนะภัยโลกไซเบอร์” ว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,000 คนในหลากพลายระดับอายุพบว่า 54% ไม่เข้าใจ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือ กฎหมมายคอมพิวเตอร์ และระบุว่าอ่านแล้วปวดหัวมาก
การวิจัยครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำข้อมูลที่ได้ เป็นแนวทางให้แก่ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำพัฒนารูปแบบในการสร้างการรับรู้และเผยแพร่กฎหมายฉบับนี้ให้มากขึ้น โดยจากการสำรวจมีถึง 35% ไม่เคยได้ยินกฎหมายฉบับนี้ 36% ทราบว่ามีกฎหมายแต่ไม่เคยอ่าน และ 22% เคยอ่านกฎหมายฉบับนี้แต่ไม่เข้าใจบางประเด็น
ผลสำรวจยังชี้ว่า 51% ทราบว่ากฎหมายฉบับนี้เปิดให้ร้องเรียนได้หากถูกกระทำบนโลกไซเบอร์ แต่ไม่รู้ช่องทางในการร้องเรียน 32% ของกลุ่มตัวอย่างจะอยู่เฉยๆ และไม่ดำเนินการอะไรเลย หากตกเป็นเหยื่อ และ 55% ไม่เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถจัดการหรือเอาผิดกับผู้กระทำได้
ผศ.เสาวณีย์ กล่าวว่า จากผลสำรวจชี้ให้เห็นชัดเจนว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ขาดการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ต่อประชาชนในทุกช่องทาง ซึ่งไม่ส่งผลดีในอนาคตที่เด็ก ป..1จะได้รับแท็ปเลตฟรีทั่วประเทศ ดังนั้น จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งแก้จุดอ่อนดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ดีกว่ามาตามแก้ปัญหาในภายหลัง
พ.ต.อ.สมพร แดงดี ผู้กำกับการ 3 กงอบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐปรับปรุงช่องโหว่ของกฎหมายนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถขอข้อมูลสำคัญ หรือ ยึดเซิรฟเวอร์ได้ในบางกรณีเร่งด่วน เพื่อให้การดำเนินการทำได้รวดเร็วมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้หนักขึ้นจากเดิมที่จำคุก 5 ปี หรือ ปรับ 1 แสนบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับความผิดของผู้กระทำ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมามีการร้องเรียนคดีที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีแล้ว 191 เรื่อง โดยเป็นส่วนที่ ปอท.รับผิดชอบ 70 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการโพสต์รูปภาพลามก หรือ การปลอมแปลงเป็นบุคคลอื่นบนเครือข่ายสังคมออนไลน์
นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า ปัญหาของกฎหมายฉบับนี้ คือ ขาดการสื่อสารในวงกว้าง โดยจะเห็นชัดเจนว่าปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่รู้กฎหมายฉบับนี้เยอะมาก ซึ่งกฎหมายคอมพิวเตอร์ถือเป็นภาพใหม่ของการสื่อสารในยุคปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตมีบทบาทอย่างมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญและสร้างความสมดุลให้ชัดเจนระหว่างโลกออนไลน์ กับโลกความเป็นจริงเพิ่มขึ้น
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
"อย." ผนึก "ปคบ." จับเว็บไซต์โฆษณาฉีดโบท็อกซ์-กลูตาไธโอน ผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) ร่วมกันแถลงว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบเว็บไซต์ชื่อ www.biopharmacare.com เนื่องจากมีการโฆษณาฉีดโบท็อกซ์ ฉีดหน้าเรียว ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม โดยเจ้าของเว็บไซต์แจ้งว่าเป็นดีเทลยาพร้อมให้หมายเลขโทรศัพท์ เพื่อนัดหมายฉีดโบท็อกซ์หรือสอบถามข้อมูลจึงให้ อย.ตรวจสอบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายต่อประชาชน ซึ่งหลังจาก อย.ได้รับข้อมูล จึงรุดประสานไปยังตำรวจ บก.ปคบ.เพื่อสืบสวนสอบสวนและล่อซื้อยาจากเว็บไซต์ดังกล่าวทันที
ทั้งนี้ จากการเข้าไปตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว พบว่ามีการโฆษณาฉีดโบท็อกซ์ และฉีดกลูตาไธโอนจริง ตามที่ผู้บริโภคร้องเรียนโดยมีข้อความโฆษณาว่าบริการฉีดผิวขาวหรือฉีดกลูตาไธโอนกับหมอที่คลินิกหรือโรงพยาบาลกว่า10 แห่งที่กรุงเทพฯ และยังมีที่ต่างจังหวัดด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทร.08-7 677-9552 รวมทั้งโฆษณาฉีดโบท็อกซ์ ฉีดจมูกเติมเต็มด้วยสาร filler ที่ปลอดภัยได้ อย. โดยแพทย์ชำนาญการ ปลอดภัยไม่ใช้ซิลิโคนเหลว ฉีดเสริมหน้าผาก ฉีดเติมร่องแก้ม ฉีดลดตีนกา บริการยกกระชับหน้าด้วยไหมทองคำ พร้อมจำหน่ายยาช่วยทำให้ผิวขาว เป็นต้น ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์มีการจำหน่ายในราคาสูงเป็นหลักหมื่นขึ้นไป ดังนั้น ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2554 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย.ดำเนินการล่อซื้อยาฉีดโบท็อกซ์ ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ โดยทางตำรวจ บก.ปคบ.ได้ส่งสายสืบปลอมตัวเพื่อเข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งสถานที่นัดหมายรับบริการ คือ บ้านเลขที่ 228 ถนนสายไหม ซอยสายไหม 10 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ
โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม น.ส.บุษวรรณ สุวรรณวัฒน์ (ฝ้าย ชื่อที่ปรากฏบนเว็บไซต์) ขณะกำลังฉีดโบท็อกซ์ด้วยตนเองให้กับผู้ล่อซื้อในบ้านพัก โดย น.ส.บุษวรรณไม่ได้เป็นแพทย์ และบ้านพักไม่ได้เป็นสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด พร้อมทั้งจับยาและอุปกรณ์ที่ใช้ในขณะฉีดให้ลูกค้า นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบบ้านพักว และขยายผลต่อตรวจสอบรถยนต์ของ น.ส.บุษวรรณ พบผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดต่างๆ จำนวนมาก
เลขาธิการฯ อย.กล่าวต่อไปว่า ขอเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่อการโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ ที่โฆษณาการฉีดโบท็อกซ์ โดยเฉพาะการฉีดสารกลูตาไธโอน ที่อวดอ้างสรรพคุณทำให้ผิวขาวใส เพราะเป็นการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง เนื่องจากเป็นการนำสารกลูตาไธโอนมาใช้ในทางที่ผิด เพราะสารกลูตาไธโอนไม่ได้มีข้อบ่งชี้ในการช่วยทำให้ผิวขาวใสขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ประโยชน์ที่อาจนำมาใช้ในทางการแพทย์ตามที่ระบุในเอกสารวิชาการคือ การรักษาพิษจากยาพาราเซตามอลโดยใช้เบื้องต้นสำหรับรักษาโรคมะเร็งบางชนิด และขณะนี้ อย.ไม่ได้มีการรับขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ใช้สารนี้แต่อย่างใด
ที่มา : มติชน
นายกฯออสซี่ไฟเขียวรัฐสภา “ทบทวนกฎหมายสื่อ” ท่ามกลางข่าวฉาว “นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์”
วันที่ 13 ก.ค. 54 นายกรัฐมนตรี จูเลีย กิลลาร์ด แห่งออสเตรเลีย กล่าวว่า ยินดีจะให้มีการทบทวนกฎหมายว่าด้วยสื่อมวลชนและการครอบครองสื่อในออสเตรเลีย หลังเกิดกระแสข่าวฉาวเกี่ยวกับบริษัทในเครือ นิวส์ คอร์ป ของ รูเพิร์ต เมอร์ด็อก
อาณาจักรสื่อที่มีโครงข่ายสาขาไปทั่วโลกของ เมอร์ด็อก ต้องเผชิญแรงกดดันหนักยิ่งขึ้น เมื่อพรรคกรีนส์เรียกร้องให้รัฐสภาทบทวนการดำเนินกิจการสื่อในออสเตรเลีย ซึ่งมี นิวส์ คอร์ป เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่
“ดิฉันไม่แปลกใจเลยที่รัฐสภาหรือสมาชิกรัฐสภาหลายๆท่านเริ่มพูดถึงการทบทวนกฎหมายสื่อ ซึ่งดิฉันเองก็ยินดีจะร่วมวงพิจารณากับทุกท่าน” กิลลาร์ด กล่าว เธอเผยด้วยว่า เธอรู้สึกตกใจและรังเกียจ เมื่อได้ทราบว่าสื่อในเครือของ เมอร์ด็อก ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้สูญเสียในอังกฤษมากมายเพียงใด “ดิฉันรู้สึกรังเกียจพฤติกรรมนี้ และไม่แปลกใจเลยที่มันทำให้เราต้องกลับมาพูดถึงบทบาทของสื่อในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตย รวมถึงบทบาทของสื่อโดยทั่วไปด้วย”
บ็อบ บราวน์ หัวหน้าพรรคกรีนส์ เรียกร้องให้ตรวจสอบการทำงานของสื่อและการครอบครองสื่ออย่างเต็มรูปแบบ หลังกระแสต่อต้านพฤติกรรมดักฟังโทรศัพท์และจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยคนของ นิวส์ คอร์ป รุนแรงถึงขีดสุด
“ออสเตรเลียมีหนังสือพิมพ์ให้เลือกน้อยมาก ในความเป็นจริงแล้ว หลายๆเมืองของเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงหนังสือพิมพ์ของ เมอร์ด็อก ได้เลยด้วยซ้ำ” บราวน์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศร์ เอบีซี บราวน์ ยังกล่าวหาหนังสือพิมพ์ในเครือ นิวส์ ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทสื่อของ เมอร์ด็อก ในออสเตรเลียว่า พยายามรณรงค์ต่อต้านพรรคของเขา และเรียกร้องให้รัฐสภาปกป้องความเป็นส่วนตัวของประชาชน
ท่าทีของรัฐบาลออสเตรเลียมีขึ้นหลังจากที่ เมอร์ด็อก เพิ่งประกาศถอนตัวจากการซื้อกิจการโทรทัศน์ดาวเทียม บีสกายบี ของอังกฤษ เนื่องจากถูกรัฐสภาสหรัฐฯและอังกฤษกดดันอย่างหนักต่อกรณีที่ นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชนโดยการดักฟังโทรศัพท์บุคคลหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง, คนดัง, พระราชวงศ์ หรือแม้แต่ครอบครัวทหารที่ตายในสงคราม
ที่มา : ผู้จัดการ
ร่างกฎหมายไอซ์แลนด์ ซื้อบุหรี่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์
ประเทศไอซ์แลนด์ตั้งเป้าลดการสูบบุหรี่ภายใน 10 ปี โดยร่างกฎหมายส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวเสนอให้ผู้ที่ต้องการซื้อบุหรี่ ต้องมีใบสั่งซื้อจากแพทย์เท่านั้น
นางซิฟ์ฟรีดลิฟ สดอตติร์ สมาชิกรัฐสภาจากพรรคก้าวหน้าและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไอซ์แลนด์ เสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดการสูบบุหรี่ภายใน 10 ปีของประเทศ โดยกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ที่ต้องการซื้อบุหรี่ต้องได้รับใบสั่งซื้อจากแพทย์หรือบุคลากรด้านการสาธารณสุข และต้องมีอายุมากกว่า 20 ปีเท่านั้น ส่วนร้านค้า กฎหมายอนุญาตให้วางบุหรี่ขายในร้านขายยาเท่านั้นจากในปัจจุบันที่มีการวางขายตามร้านขายของชำและร้านสะดวกซื้อทั่วไปโดยไม่แสดงซองบุหรี่ให้เห็น นอกจากนี้หากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการลงมติ และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายจะทำให้ผู้ที่สูบบุหรี่ในรถยนต์ซึ่งมีเด็กนั่งไปด้วย มีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ที่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะด้วย
นางฟรีดลิฟสดอตติร์เปิดเผยว่า จุดประสงค์ของการเสนอร่างดังกล่าวคือการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเริ่มต้นสูบบุหรี่ซึ่งอาจนำไปสู่ความเจ็บป่วยอื่นๆ ต่อไปได้ ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการที่ค่อนข้างเฉียบขาดเพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว ซึ่งตรงกับรายงานประจำปี 2554 เรื่องภาวะการสูบบุหรี่ ของสถาบันสาธารณสุขแห่งไอซ์แลนด์ ระบุว่า ประชาชนสูบบุหรี่น้อยลง
ที่มา : Voice TV
ชาวอียิปต์ประท้วงครั้งใหม่ เหตุไม่มีความเปลี่ยนแปลงหลังปฏิวัติ
ชาวอียิปต์ออกมารวมตัวประท้วงที่จตุรัสทารีร์กลางกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เรียกร้องรัฐบาลทหารยุติบทบาทอย่างรวดเร็วและให้เร่งนำตัวเอาผู้เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการชุมนุมมาลงโทษ
ชาวอียิปต์หลายพันคนรวมตัวประท้วงบริเวณจตุรัสทารีร์กลางกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ กีดขวางเส้นทางจราจรและขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าของรัฐเดินทางเข้าไปทำงานในอาคารติดต่อกันเป็นวันที่ห้า นับเป็นการประท้วงที่กินเวลาติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงเพื่อโค่นล้มอำนาจของนายฮอสนี มูบารักอดีตประธานาบดี
ในจำนวนนี้ ยังมีกลุ่มผู้ประท้วงจำนวน 18 คน อดข้าวประท้วงเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการปกครองของสภาทหาร ซึ่งรับช่วงบริหารประเทศนับตั้งแต่นายฮอสนี มูบารัก อดีตประธานาธิบดี ถูกโค่นล้มจากอำนาจแต่ไม่สามารถจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น ปฏิรูประบบรักษาความปลอดภัยและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจในอดีตได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
โดยกลุ่มผู้อดข้าวประท้วงเปิดเผยว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับประทานอาหารจนกว่าข้อเรียกร้องของพวกเขาที่ให้รัฐบาลทหารลงจากอำนาจ จะได้รับการตอบสนอง และพวกเขาก็จะยอมตายหากไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล
ด้านนายอัสซาม ชาราฟนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกมาประกาศทางโทรทัศน์ ให้ลุ่มผู้ประท้วงหยุดทำร้ายประเทศพร้อมสัญญาว่าจะปรับคณะรัฐมนตรีภายในอาทิตย์นี้
ที่มา: VOICE TV