ก.วัฒนธรรมจีนสั่งขึ้นบัญชีดำ100 เพลงชี้เนื้อหาไม่เหมาะสม เลดี้กาก้า-บียอนเซ่-บริทนีย์โดนหางเลข
25 สค.
เพลงฮิตของศิลปินชื่อดัง อาทิ เลดี้ กาก้า บียอนเซ่ และเทค แดท กลายเป็นส่วนหนึ่งของเพลงกว่า 100 เพลง ที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยกระทรวงวัฒนธรรมของจีน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ทางการจีนสั่งแบนเพลงที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บไซต์เพลงต่างๆได้รับโอกาสจนกระทั่งวันที่ 15 ก.ย.นี้ ในการลบเพลงที่ทางการจีนกำหนดไว้ โดยอ้างเหตุผลว่า "เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ" และผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามอาจเสี่ยงที่จะถูกลงโทษจากทางการ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า ทางการจีนเข้าควบคุมเนื้อหาทางอินเตอร์เน็ตอย่างเข้มงวด และเว็บไซต์ใดที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมมักจะถูกบล็อคหรือถูกสั่งให้ลบทิ้ง โดยทันที
คำเตือนดังกล่าวถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์กระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่าเพลงกว่า 100 เพลง ไม่ผ่านความเห็นชอบจากทางการ ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเพื่อต้องการจัดการกับเว็บไซต์ดาวน์โหลดเพลงผิด กฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ คำสั่งขึ้นบัญชีดำเพลงและดนตรีของจีนดังกล่าว มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2009 ซึ่งมีจุดประสงค์ในการจัดการกับเพลงที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่า "มีรสนิยมต่ำ" และ "เนื้อหาหยาบคาย" รวมถึงมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ระบุว่าทุกเพลงที่ได้รับการเอ่ยถึงจะต้องถูกคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการ
ที่มา มติชนออนไลน์
เป็นเพื่อนกับลูกศิษย์ก็ผิดกฎหมาย? สมาคมครูฟ้องศาล ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ
28 สค.
สมาคมครูรัฐมิสซูรี (Missouri State Teachers Association – MSTA) ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2554 เพื่อท้าทายความชอบด้วยกฎหมายของรัฐบัญญัติฉบับใหม่ โดยระบุอย่างเจาะจงให้ศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐตัดสินว่า กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
กฎหมายวุฒิสภาหมายเลข 54 (Senate Bill 54) หรือที่รู้จักกันในชื่อ รัฐบัญญัติคุ้มครองนักเรียน เอมี เฮสเทียร์ (Amy Hestir Student Protection Act) ตั้งใจจะกำหนดขอบเขตความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างครูและศิษย์ เพื่อป้องกันการติดต่อที่ไม่เหมาะสมระหว่างนักเรียนและครู ซึ่งรวมถึงการป้องกันเด็กจากการถูกกระทำทางเพศที่ไม่สมควรโดยครูของพวกเขา กฎหมายดังกล่าวตั้งชื่อตามเด็กหญิงชาวมิสซูรีรายหนึ่งที่ถูกทำร้ายจากครูสมัยมัธยมต้นของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อหลายสิบปีก่อน
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ว่าการรัฐมิสซูรี เจย์ นิกสัน ได้ลงนามรับรองกฎหมายวุฒิสภาหมายเลข 54 ดังกล่าวแล้ว และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 สิงหาคม 2554 ในรัฐมิสซูรี
สมาคมครูรัฐมิสซูรีแย้งว่ากฎหมายดังกล่าวละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญของครูผู้สอน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิเสรีภาพในการพูด การสมาคม หรือการนับถือศาสนา สมาคมได้ร้องขอต่อศาลให้ระงับการบังคับใช้กฎหมายในส่วนดังกล่าว จนกว่าศาลจะตัดสินได้ว่ากฎหมายส่วนดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
บทความในเว็บไซต์ข่าวไอที ZDNet ให้ความเห็นว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่ากฎหมายดังกล่าวจะบังคับใช้ได้อย่างไร เช่นเว็บไซต์เครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊ก จะต้องรับภาระในการตรวจสอบความสัมพันธ์ดังกล่าวหรือไม่ หรือรัฐมิสซูรีจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงบัญชีผู้ใช้ต่างๆ ในเฟซบุ๊ก ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และบันทึกการจราจรที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นเพื่อนกับใคร แต่ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ภาษาที่ใช้ในกฎหมายนั้นคลุมเครือและกินความกว้างขวางมากเกินไป อย่างน้อยก็สำหรับบรรดาครูในรัฐมิสซูรี
ที่มา mycomputerlaw
จลาจลอังกฤษ : โซเชียลเน็ทเวิร์กยันไม่แบนผู้ต้องสงสัย กูเกิลติงบล็อกเว็บ
28 สค.
เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และแบล็คเบอร์รี ยืนยันจะไม่ทำตามที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้แบนผู้ต้องสงสัยว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ กูเกิลเตือนการปิดเว็บไซต์จะยิ่งส่งผลร้าย แนะใช้เน็ตทำความเข้าใจปัญหา
สองเว็บไซต์เครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่แสดงการปฏิเสธดังกล่าว ขณะเตรียมการก่อนเข้าร่วมประชุมหารือกับ เทเรซ่า เมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักร ส่วนทางรัฐบาลสหราชอาณาจักรเองก็ต้องการถอนจุดยืนที่ เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ผู้ต้องสงสัยกรณีจลาจลถูกแบนจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคม
รมว.มหาดไทยของสหราชอาณาจักรจะพิจารณาว่าจะใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมในการจำกัดขอบเขตความวุ่นวายได้อย่างไรบ้าง รวมถึงกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจะใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร แทนที่จะพูดถึงการปิดเว็บไซต์ โดยก่อนหน้านี้ ทิม ก็อดวิน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล และ หลุยส์ เมนช์ ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยม เคยพิจารณาเรื่องการปิดเว็บไซต์ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินมาก่อนแล้ว
บริษัทเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ย้ำเตือนกับรัฐบาลในเรื่องที่พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรการฉุกเฉินที่อาจทำให้เกิดการเซ็นเซอร์ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อจลาจลทำการโจมตีจุดสำคัญใน อังกฤษ อย่างสถานที่จัดโอลิมปิกและห้างสรรพสินค้าเวสต์ฟิลด์ได้ เนื่องจากสามารถดักข้อความจากระบบส่งข้อความของแบล็กเบอร์รีไว้ได้ ซึ่งทำให้เห็นว่าการปล่อยให้ระบบยังคงดำเนินต่อไปจะทำให้สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จากอีกฝ่ายได้
ก่อนการประชุมหารือในวันที่ 25 ส.ค. ไม่มีการคาดหวังว่า รัฐบาลจะส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายใด ๆ เนื่องจากมีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในการประชุมหารือกับผู้เข้าร่วมเป็นสิบราย ทั้งผู้บริหารบริษัทเครือข่ายสังคม ตำรวจ และรัฐมนตรี
ผู้เข้าร่วมหารือมีผู้บริหารจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอาร์ไอเอ็ม ผู้ให้บริการแบล็กเบอร์รี สมาร์ตโฟนของแคนาดา ลินน์ โอเวน ผู้ช่วยผู้บังคับการงานปฏิบัติการกลางตำรวจนครบาล ข้าราชการจากกรมตำรวจ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวัฒนธรรม สื่อ และกีฬา โดยรมว.มหาดไทยและรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้นำการหารือ
ทางรัฐบาลสหราชอาณาจักรอาจเรียกร้องให้บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสังคม ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา แสดงความรับผิดชอบต่อข้อความที่มีการโพสต์ในเว็บไซต์
ขณะที่ฝ่ายผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมโต้กลับด้วยการแสดงให้เห็นขั้นตอน การทำงานที่มีการลบข้อความที่ยุยงให้เกิดความรุนแรงออกแล้ว โดยทางเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรกว่า 30 ล้านรายระบุว่า เฟซบุ๊กได้ทำการลบข้อความที่ “เชื่อว่ามีการข่มขู่คุกคามโดยใช้ความรุนแรง” เพื่อช่วยสกัดกั้นไม่ให้เกิดการจลาจลแล้ว
ด้านผู้ให้บริการแบล็กเบอร์รีจากแคนาดาจะอธิบายกับรัฐบาลว่า ระบบการส่งข้อความแบล็กเบอร์รีแมสเซนเจอร์ (BBM) นั้น มีลักษณะเป็นส่วนตัวหรือมีรูปแบบรหัส เดอะการ์เดียนระบุว่า BBM ต่างจากเฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์ตรงที่ตัวระบบมีการป้องกันด้วยการเข้ารหัส และเป็นเครื่องมือสื่อสารที่นิยมในหมู่ผู้ก่อจลาจล
สัปดาห์ที่แล้ว ผู้บังคับการตำรวจนครบาลของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า ตำรวจได้ทำการสำรวจวิธีการสั่งปิดเว็บไซต์เครือข่ายสังคม ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และพบว่าพวกตนไม่มีอำนาจทางกฏหมายในการกระทำการดังกล่าว
ขณะเดียวกัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของแมนเชสเตอร์และคอร์นวอลล์ทั้งสองหน่วย ก็ให้ความเห็นว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์มีบทบาทในทางบวกอย่างมาก ในการช่วยขจัดข่าวลือและข้อมูลผิดๆ และทำให้ประชาชนทั่วไปวิตกกังวลใจน้อยลงในช่วงที่เกิดจลาจล
มีผู้ต้องหาสี่รายที่ถูกจับกุมตัวข้อหาใช้เฟซบุ๊กยุยงให้ขโมยของระหว่างการจลาจล โดยทั้งสี่รายถูกนำตัวเข้าสู่ชั้นศาลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทั้งหมดไม่ได้ให้การใด ๆ ต่อข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวทุกราย
เอริก ชมิดท์ ประธานกรรมการบริหารของกูเกิล ซึ่งเดินทางไปบรรยายสาธารณะในงานเทศกาลโทรทัศน์นานาชาติเอดินบะระ ได้วิพากษ์วิจารณ์ความคิดที่จะปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในระหว่างสถานการณ์ฉุกเฉินว่าจะกลับยิ่งสร้างความวุ่นวายมากขึ้น
เดอะการ์เดียนรายงานว่า แหล่งข่าวที่เข้าร่วมประชุมกับรมว.มหาดไทยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม กล่าวว่า ตำรวจตระหนักว่าพวกเขา “จำเป็นต้องทำงานมากขึ้น” ในการเรียนรู้การใช้งานสื่อโซเชียลมีเดีย ตำรวจนครบาลได้กล่าวว่าพวกเขา “ค่อนข้างล้าหลัง” กว่ากองกำลังหน่วยอื่น ๆ ในเรื่องทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก
ที่มา mycomputerlaw
ผู้แถลงคดีศาลปกครองให้กลาโหมแก้ข้อความใบ สด.เกณฑ์สาวประเภท 2 จาก"โรคจิตถาวร"เป็น"กระเทย"
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 2 ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ตุลาการศาลปกครองกลางมีความเห็นให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง และสัสดี จังหวัดลพบุรี ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 แก้ไขข้อความในเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน (สด.43) ใบสำคัญสำหรับคนจำพวกที่ 4 (สด.5) และใบสำคัญให้รับราชการทหาร (สด.9) ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ของนายสามารถ มีเจริญ ผู้ฟ้อง พร้อมพวกรวม 2 คน ซึ่งเป็นกลุ่มสาวประเภท 2 โดยใช้ข้อความว่า "เป็นโรคจิตถาวร" ให้เหมาะสมตามข้อเท็จจริง โดยให้ระบุว่าผู้ฟ้องมีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหาร กองเกินได้เพราะเป็นกระเทย นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งภายใน 30 วัน โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 13 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น.
ทั้งนี้ นายกฤตยชญ์ ศิริเขต ตุลาการผู้แถลงคดี ได้แถลงความเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง โดยตามคำฟ้องระบุว่า หากให้ระบุข้อความในเอกสารสำคัญว่าเป็นโรคจิตถาวร จะมีผลต่อการนำไปใช้สมัครงานทั้งในหน่วยงานเอกชนและราชการ ทั้งที่ผู้ฟ้องมีสภาพจิตปกติ จึงต้องวินิจฉัยว่าจะให้เพิกถอนข้อความดังกล่าวหรือไม่ โดยเห็นว่าผู้ถูกฟ้องมีอำนาจในการตรวจเลือกทหารกองเกิน และตั้งคณะกรรมการตรวจเลือกแต่ละจังหวัด และมีอำนาจหน้าที่ในการออกเอกสาร แต่การระบุข้อความว่าเป็นโรคจิตถาวร นั้นไม่ตรงกับการจำกัดความขององค์การอนามัยโลก ซึ่งหากผู้ใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพศยังไม่ถือเป็นโรคจิต ส่วนการรับประทานยาคุมกำเนิดหรือยากระตุ้นต่างๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงสรีระร่างกายเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่หากเปลี่ยนแปลงสรีระจากชายเป็นหญิงจะเรียกว่ากระเทย จึงมีความเห็นและนัดฟังคำพิพากษาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ความเห็นของตุลาการไม่มีผลผูกพันกับคำพิพากษาแต่อย่างใด
ที่มา มติชนออนไลน์
ศาลนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 "จำลอง" ฟ้องหมิ่นฯ "จตุพร"
30 สค.
ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดไกล่เกลี่ยคู่ความในคดีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับพวก ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวก เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 นายจตุพรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในทำนองว่า แกนนำพันธมิตรฯ ร่วมกับทหารบางกลุ่มใช้บันทึก MOU43 ปลุกกระแสชาตินิยม และใช้เป็นข้ออ้างในการชุมนุมกดดันรัฐบาล
ที่มา มติชนออนไลน์
"ปู่ชัย-บุญจง"ยันพร้อมสู้คดี มั่นใจพรรคไม่ถูกยุบ
30 สค.
นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบแดงนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อมเดือนธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ว่า เป็นสิทธิที่ กกต.สามารถพิจารณาได้เพราะยังอยู่ในกรอบเวลา 1 ปี หลังเข้ารับตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนดต่อไปก็คือการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งแนวทางการต่อสู้ของพรรคภูมิใจไทยนั้นจะมีการแย้งว่าสภาพความเป็น ส.ส.ของนายบุญจง หมดไปตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว และจากที่ตนได้สอบถามนายบุญจงก็มีการยืนยันว่านายบุญจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการจัดเลี้ยงของข้าราชการที่ จ.ระยอง และ กกต.จังหวัดก็มีมติให้ยกคำร้อง แต่ กกต.กลางไม่เชื่อทำให้ กกต.กลางมีมติให้ใบแดงตามที่เป็นข่าวอยู่นั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากนายบุญจงสู้คดีแล้วปรากฏว่ามีความผิดจริง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะต้องส่งเรื่องไปยังรัฐสภา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะยุบพรรคหรือไม่ ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีการเตรียมพรรคสำรองเอาไว้แต่อย่างไร ส่วนขวัญกำลังใจ ส.ส.ในพรรค ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ด้านนายบุญจงกล่าวว่า เมื่อมีการฟ้องร้องตนก็ต้องใช้สิทธิในการต่อสู้ ซึ่งตนมั่นใจในข้อเท็จจริงที่จะนำเสนอต่อศาล เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะในข้อกล่าวหาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตน อีกทั้งก่อนหน้านี้ กกต.จังหวัดนครราชสีมา มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าให้ยกคำร้อง แต่กกต. กลางกลับมีมติ 3 ต่อ 2 ให้ใบแดงตน ซึ่งตนก็มีหน้าที่ที่ต้องชี้แจงในศาล เมื่อถามว่ามองหรือไม่ว่าทำไม กกต. มีมติหลังจากมีการเปลี่ยนรัฐบาล นายบุญจงกล่าวว่า ตนไม่ได้คิดขนาดนั้น ซึ่งตนเชื่อมั่นในขบวนการสืบสวนของศาล ในการสอบสวนคดี ซึ่งเรื่องนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน
ที่มา มติชนออนไลน์
ศาลออสเตรเลียระงับจำหน่าย Galaxy Tab 10.1
31 สค.
ศาลประเทศออสเตรเลียสั่งระงับห้ามจำหน่าย Galaxy Tab 10.1 ออกไปก่อนจนกระทั่งถึงสิ้นเดือนหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ทางแอปเปิลได้ยื่นเรื่องเพื่อขอให้ทางประเทศออสเตรเลียสั่ง ระงับเพื่อไม่ให้มีการวางจำหน่าย Samsung Galaxy Tab 10.1 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของซัมซุง โดยทางแอปเปิลได้ให้เหตุผลว่าเนื่องจากผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มา จากค่ายดังแดนกิมจิอย่างซัมซุง ได้ละเมิดสิทธิบัตรที่เป็นของแอปเปิลหลายประการ
ตัวอย่างที่แอปเปิลให้เหตุผลกับทางศาลว่าผลิตภัณฑ์ซัมซุงมีการลอกเลียนแบบ เทคโนโลยี เช่น การออกแบบตัวเครื่องระหว่าง Galaxy Tab กับ iPad 2 มีความคล้ายคลึง ประสบการณ์การใช้งานเหมือนกัน นอกจากนี้รูปแบบการทัชสกรีนหรือการสัมผัสหน้าจอซึ่งแอปเปิลได้โจมตีว่าซัม ซุงลอกเลียนแบบผลงานอันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของแอปเปิล
ล่าสุดศาลประเทศออสเตรเลียได้มีคำสั่งเห็นชอบให้เลื่อนการวางจำหน่าย Samsung Galaxy Tab ออกไปก่อน และจะมีการไต่สวนตัดสินพิจารณคดีกันในวันที่ 26 กันยายนนี้
ขณะเดียวกันมหากาพย์การฟ้องร้องระหว่างแอปเปิลและซัมซุงนั้น เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วหลายประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งหลายประเทศในยุโรปต่างให้การรองรับกฎหมายด้านสิทธิบัตรของแอปเปิล ส่งผลให้การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของซัมซุง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน รวมไปถึงแท็บเล็ตของซัมซุงที่ตั้งเป้าจะส่งไปจำหน่ายประเทศในทวีปยุโรป ต้องกลายเป็นหมันไป
ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกาเรื่องการฟ้องร้องเรื่องสิทธิบัตรก็จบลงด้วยชัยชนะ ของฝ่ายแอปเปิล ทำให้หลังจากนี้ไปทางซัมซุงต้องเปิดเผยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างการผลิต เพื่อไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งออกมายังตลาดมีความคล้ายคลึงกับทางแอปเปิ้ล
ที่มา voicetv
นศ.ราชภัฎสวนสุนันทา บุกรัฐสภา ยันไม่เอามหาลัยออกนอกระบบ
31 ส.ค. 2554 เวลา 14.30 น. นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา พร้อมทั้งแนวร่วมจาก ม.รามคำแหง ม.เกษตรศาสตร์ และม.บูรพา กว่า 700 คน ปักหลักชุมนุมบริเวณอาคารหน้ารัฐสภากว่าสองชั่วโมง พร้อมทั้งยื่นจดหมายเปิดผนึกให้แก่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการนำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รวมทั้งมหาวิทยาลัยอื่นๆ ออกนอกระบบ
การชุมนุมดังกล่าว นำโดยสภานักศึกษาและประชาคมมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา โดยเดินขบวนจากม.ราชภัฎสวนสุนันทา บริเวณเขตดุสิต ไปยังหน้ารัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ และสภามหาวิทยาลัยฯ ยุติ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งทางกลุ่มระบุในแถลงการณ์ว่า เป็นการผลักภาระความรับผิดชอบด้านการศึกษาให้กับประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูประบบการศึกษา พร้อมทั้งจัดการศึกษาให้กับประชาชนในฐานะสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า การร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นกระบวนการที่ขาดความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมจากนิสิตนักศึกษาและประชาคมมหาวิทยาลัย ทางสภานักศึกษาและประชาคม ม. ราชภัฏสวนสุนันทา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการแปร รูปมหาวิทยาลัย ให้รอบด้านและตรงไปตรงมา
ที่มา ประชาไท