ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อฯค้านร่าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์
ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน ออกแถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ฉบับใหม่ ชี้เปลี่ยนหลักคุ้มครองเป็นควบคุม ซ้ำโอนอำนาจไปที่ ผบ.ตร. เชื่อรัฐฉวยโอกาสภัยพิบัติจ้องแทรกแซงสื่อ
(21 ต.ค.54) จักร์กฤษ เพิ่มพูล ประธานกรรมการบริหารศูนย์ศึ
อ่านรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ วันนี้ (21 ต.ค. 54) เวลา 10.24 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุมร่วมกับเหล่าทัพเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2550 มาตรา31 ในการเตือนภัยพิบัติร้ายแรง โดยให้ทุกหน่วยงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อการทำงานที่สัมพันธ์กันและเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น ที่มาข่าว มติชนออนไลน์ “สุขุมพันธุ์” กัดฟันยอมจำนน พ.ร.บ.ป้องกันภัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงว่า กรณีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวทำให้ตนมีอำนาจมากกว่าเดิมสามารถสั่งการอะไรในพื้นที่ กทม.ก็ได้ แต่อยู่ภายใต้การควบคุมจากนายกรัฐมนตรี หากนายกรัฐมนตรีไม่เห็นชอบเรื่องใด กทม.ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม.พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล และการทำงานหลังจากนี้ก็คงเป็นแนวทางเดียวกัน เพราะเข้าใจดี และเคยเป็น ส.ส.มาก่อน รวมถึงเคยผ่านกฎหมายมาหลายฉบับ ฉะนั้นย่อมเคารพต่อกฎหมาย ที่มาข่าว คมชัดลึก 'อภิสิทธิ์'ย้ำรัฐบาลต้องใช้ พรก.ฉุกเฉินจัดการน้ำท่วม เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้เดินทางไปยังเขตนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี เพื่อเยี่ยมชมการทำงานของศูนย์อำนวยการป้องกันน้ำท่วมในนิคมฯ และดูความพร้อมในการรับมือ แต่ยังไม่ทันถึงที่หมายก็ต้องยกเลิกกลางคัน เนื่องจากระหว่างเดินทางเกือบถึงทางเข้านิคมฯ ได้เกิดเหตุการณ์คันกั้นน้ำพัง จนทำให้เกิดความโกลาหลในหมู่ประชาชนจากการอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ทำให้ถนนที่เคยเป็นทั้งทางเข้าและทางออก กลายเป็นทางออกอย่างเดียว รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่นายกฯมอบหมายให้กองทัพไทยเป็นผู้บริหารสถานการณ์ ใน 5 จังหวัดที่วิกฤติน้ำท่วม แต่ไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า “ผมได้บอกไปหลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลไม่ควรลังเลในเรื่องภาพลักษณ์ที่จะใช้กฎหมายพิเศษในการจัดการเพราะมี ความจำเป็น เพราะน้ำที่ทะลักเข้ามาบริเวณจุดรอยต่อบริเวณปริมณฑลและกรุงเทพฯ มีความขัดแย้งหลายจุดต้องจัดการให้ชัดเจน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลต้องตัดสินใจ เพราะหากจะอ้างเหตุผลเพียงภาพลักษณ์คงฟังไม่ขึ้น เพราะชาวโลกรับรู้จากเหตุที่เกิดขึ้นจริง อะไรที่จำเป็นเพื่อชีวิตประชาชนต้องทำ และเชื่อว่าสถานการณ์ขณะนี้ประชาชนรับได้ และเชื่อว่าหลังได้รับมอบหมายให้ทางกองทัพก็น่าจะมีความพร้อมมากกว่าหน่วย อื่น ทั้งกำลังคนและเครื่องมืออุปกรณ์ ที่มาข่าว ไทยรัฐออนไลน์ วชช.เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภา ในเดือน พ.ย.นี้ วิทยาลัยชุมชนเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภา ภายในเดือน พ.ย.นี้ หลังปรับแก้เรื่องการกระจายอำนาจ และการเปิดสอนระดับสูงกว่าอนุปริญญาตามแนวทาง รมว.ศธ. ที่มาข่าว ผู้จัดการออนไลน์ ไทย-จีนค้านสหรัฐฯ เปิดเสรีสินค้าสิ่งแวดล้อม อ.นิติศาสตร์ชี้สภาเกษตรฯ ตั้งไข้ได้ เอ็นจีโอลั่นจับตากม.เอื้อทุน-นักการเมือง สืบเนืองจากกรณีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ใจความว่าตามที่กษ.หารือมา ประเด็นที่ สภาเกษตรกรจังหวัดและสภาเกษตรกรแห่งชาติในขณะนี้สามารถดำเนินงานตามบทบาทอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ไปพลางก่อนได้หรือไม่เพียงใด คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า ไม่สามารถดำเนินงานตามอำนาจ หน้าที่ได้จนกว่าจะมีการเลือกสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ ทศพล ทรรศนกุลจันทร์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะผู้ที่ติดตามการดำเนินงานจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่าที่ผ่านมามีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรฯ ระดับตำบล อำเภอ จังหวัดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการฟอร์มทีมระดับชาติ แต่การดำเนินการก็เป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากรัฐบาลอ้างว่าติดขัดเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม การเลือกตั้งสภาเกษตรแห่งชาติที่กฤษฎีกานำไปตีความอยู่ที่ประเด็นการเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิให้ได้ภายในระยะเวลากำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดำเนินการไม่ได้ เพียงแต่ถ้าทำไม่ได้หรือทำไม่ทันการประกาศใช้บทเฉพาะกาลก็จะมีปัญหา ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ล้มแน่นอน รอเพียงแต่ให้รัฐบาลประกาศใช้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะผลักดันกฎหมายนี้หรือเปล่าในอนาคต อุบล อยู่หว้า ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน กล่าวว่า แม้ว่าสภาเกษตรฯยังดำเนินการไม่ได้ เพราะติดอยู่ที่การคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิภาคเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนยังไม่ แล้วเสร็จ แต่กฎหมายออกมาเป็นพ.ร.บ.แล้วคงไม่ล้ม คงจะมีการดำเนินการต่อไป แต่กฎหมายฉบับนี้ก็คงเหมือนฉบับอื่นๆ เช่น กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ที่มักมีฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง เข้าไปช่วงชิงกันเอง เจตนารมณ์ของกฎหมายเขียนมาดี แต่การบังคับใช้ไปอีกทิศทางหนึ่ง ผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับมันน้อยมาก ประเทศไทยเป็นลักษณะกลับหัวกลับหาง นโยบายเกษตรควรมาจากเกษตรกรรอยย่อย แต่กลับให้กลุ่มทุนและนักการเมืองเข้ามามีบทบาทมากเกินไป สภาเกษตรแห่งชาติเสี่ยงมากต่อการถูกแทรกแซงจากกลุ่มธุรกิจการเกษตร กลุ่มนักการเมือง เพราะดูจากการเลือกตั้งระดับตำบล อำเภอ จังหวัดก็มีการซื้อเสียงกันอึกทึกคึกโครม ที่มาข่าว สถาบันอิศรา นายกฯออกคำสั่งพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ กระชับอำนาจบริหารจัดการเพื่อความเป็นเอกภาพ
"ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ได้สั่งให้ตั้งคณะทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครดูแลภาพรวมอย่างใกล้ชิด โดยให้ทางกรุงเทพมหานครเปิดประตูระบายน้ำให้เต็มที่ทุกประตู และสัมพันธ์กับประสิทธิภาพของการระบายน้ำออกสู่ทะเลฝั่งตะวันออกโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาจุดสำคัญไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพมหานครชั้นใน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เหล่าทัพจัดกำลังเฝ้าระวังบริเวณแนวคันกั้นน้ำตามโครงการพระราชดำริ และให้ตำรวจผลัดเปลี่ยนเวรเฝ้าประตูระบายน้ำทุก 2 ชั่วโมง " นายกรัฐมนตรีกล่าว
“ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ป้องกันฯ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ต้องไปถามรัฐบาล แต่ยืนยันว่า กทม.เปิดประตูระบายน้ำมาโดยตลอด แต่อาจเปิดได้ไม่เต็มที่ เพราะผมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชาว กทม. ไม่ใช่รับผิดชอบต่อคนทั้งชาติ หากถามความรู้สึกผม ถ้าจะให้ทำอะไรก็พร้อมทำทุกอย่าง ผมถวายชีวิตให้คน กทม.แล้ว แค่กฎหมายนี้ทำไมผมจะยอมรับไม่ได้” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน ว่า ที่ประชุมได้รับทราบถึงร่าง พ.ร.บ.วิทยาลัยชุมชน ที่รอการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ว่า แม้ว่าร่างดังกล่าวจะเคยผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว แต่เนื่องจากมีการประกาศยุบสภา ดังนั้น จึงต้องมีการเสนอร่างดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ใหม่อีกครั้ง แต่ปรากฏว่า นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้ยืนยันที่จะส่งร่างฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ดังนั้น ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน จึงได้เข้าพบเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ซึ่ง รมว.ศธ.ได้ให้แนวคิดใน 2 เรื่อง คือ เรื่องการกระจายอำนาจ และเรื่องการเปิดสอนให้มากกว่าอนุปริญญา ซึ่งคณะทำงาน ได้นำ 2 เรื่องนี้กลับมาพิจารณาและทบทวนร่างเดิม จากนั้นจะนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การเสนอร่าง พ.ร.บ.นั้น มีหลายช่องทางที่สามารถทำได้ และที่ผ่านมา การร่าง พ.ร.บ.วิทยาลัยชุมชน ก็มีการยกร่างขึ้นหลายฉบับ ทั้งที่ดำเนินการจากฝ่ายรัฐบาลเอง คือ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และที่จัดร่างจากภาคประชาชน ซึ่งในส่วนที่จัดร่างจากภาคประชาชนนี้ เข้าใจว่า จะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.วิทยาลัยชุมชน ผ่านสมาคมวิทยาลัยชุมชน ที่มีการประสานงานผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านโดยตรงเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯคู่ขนานไปกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับของภาครัฐ ทั้งนี้คาดว่าการปรับร่าง พ.ร.บ.วิทยาลัยชุมชน นี้จะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน และผลักดันบรรจุเป็นวาระประชุมของสภาได้ในเดือน พ.ย.นี้
อเมริกา ผนึก ออสซี่ กีวี่ ปลาดิบ รุกเอเปคเปิดเสรีการค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าหั่นภาษีเหลือไม่เกิน 5% ภายในปี 55 ขณะที่ ไทย จีน อินโดฯ และฟิลิปปินส์ ร่วมค้าน ชี้ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก) ครั้งที่ 3 ประจำปี 2554 ว่า สหรัฐอเมริกาได้ร่วมกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ยกร่างแถลงการณ์ของผู้นำเศรษฐกิจเอเปค เพื่อประกาศความพร้อมของเขตเศรษฐกิจเอเปคในการส่งเสริมการค้าและการลงทุน สำหรับสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม โดยวางเป้าหมายให้เขตเศรษฐกิจเอเปคดำเนินการต่างๆ เช่น ลดภาษีนำเข้าที่เก็บจริงกับสินค้าสิ่งแวดล้อมให้เหลือไม่เกิน 5% และยกเลิก หลีกเลี่ยงข้อบังคับการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสำหรับการผลิตสินค้าและบริการ สิ่งแวดล้อม รวมถึงนโยบายพลังงานสะอาด ภายในปี 2555
“สมาชิกเอเปค โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เห็นพ้องเรื่องการสนับสนุนเป้าหมายการเปิดเสรีการค้าการลงทุนในภูมิภาค รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ข้อเสนอของเขตเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว มีระดับความทะเยอทะยานสูงและตั้งเป้าหมายด้วยระยะเวลาที่สั้นเกินไป และเห็นว่าร่างแถลงการณ์ของผู้นำควรผลักดันให้เอเปคดำเนินการเพื่อบรรลุเป้า หมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยพิจารณาจากความพร้อมและระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน ดังนั้น เอเปคยังต้องหารือเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้ต่อไป”
ที่มาข่าว ไทยรัฐออนไลน์