ศาลไม่อนุญาตประกัน ‘สมยศ’ ลุ้นประกัน ‘สุรชัย’
1 พ.ย.54 นายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ระบุว่า ศาลอาญาปฏิเสธคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และบก.นิตยสาร Red Power ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยให้เหตุผลว่าเคยมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวมาแล้วและไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ทั้งนี้ ในการยื่นคำร้องครั้งนี้ ทนายได้ใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินในจังหวัดสุพรรณบุรี ราคาประเมิน 1,690,000 บาท
นายคารมกล่าวว่า หลายคนอาจมองว่าเป็นคดีที่ละเอียดอ่อน แต่โทษสูงสุดก็คือจำคุก 15 ปี ขณะที่คดีก่อการร้าย โทษสูงสุดคือประหารชีวิต ยังได้รับการประกันตัว โดยส่วนตัวเห็นว่าจำเลยควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญในการประกันตัวต่อสู้คดี อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วก็ต้องเคารพ และจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งหรือยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ การยื่นประกันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว
นายคารม กล่าวต่อว่า วันที่ 2 พ.ย. ศาลอาญานัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตปล่อยชั่วคราวนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) จำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือไม่ โดยใช้หลักทรัพย์เป็นพันธบัตรมูลค่า 1 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 26 ต.ค.นายอานนท์ นำภา ทนายความจากสำนักทนายราษฎร์ประสงค์ ระบุว่า หลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วม เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ประกาศให้นักโทษแจ้งญาติพี่น้องให้ทำเรื่องยื่นประกันตัว เพราะเกรงน้ำจะท่วมเรือนจำ จึงได้ทำการยื่นเรื่องขอประกันตัวนายโจ กอร์ดอน และนายสุรภักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว
เปิดตัวกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.)เริ่มประชุมนัดแรกหลังน้ำท่วม
2 พ.ย.
ครม.รับทราบคำสั่งคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ เรื่องตั้งกรรมการ 10 คน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งนายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ว่าล่าสุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ที่ผ่านมา ครม.ได้รับทราบคำสั่ง คอ.นธ.ที่ 1/2554 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการ คอ.นธ.จำนวน 10 คน ลงนามโดยนายอุกฤษ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา
ประกอบด้วย 1.นายเรวัต ฉ่ำเฉลิม อดีตอัยการสูงสุด 2.นายประสิทธิ์ โฆวิไลกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 3.นายจำนงค์ สวมประคำ ส.ว.สรรหา 4.นายกำชัย จงจักรพันธุ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ 5.นายนัทธี จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ 6.นายกมลินทร์ พินิจภูวดล 7.นายชาติชาย สุทธิกลม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม 8.นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา 9.น.ส.รื่นฤดี สุวรรณมงคล รองผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และ 10.นายสุชาติ สิงห์ทอง
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำเว็บไซต์
www.nrlcthailand.org เพื่อให้สามารถติดตามการทำงานของ คอ.นธ.ได้อย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ได้นัดกรรมการกรรมการ คอ.นธ.ทั้ง 10 คน มารับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อแนะนำตัวและทำความรู้จัก แต่ยังไม่มีการนัดประชุมกันอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้นายอุกฤษ ประธาน คอ.นธ.ได้เคยนัดประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 2 พฤศจิกายน เพื่อหารือเรื่องกรอบการทำงานแต่ท้ายสุดก็แจ้งยกเลิกเพราะเห็นว่าอยู่ระหว่างสถานการณ์น้ำท่วม
กฤษฎีกาตีกลับ พรบ.จดแจ้งการพิมพ์ชี้ขัด รธน.หมวดสิทธิ เสรีภาพ
2 พ.ย.
นสพ.ไทยรัฐ รายงานว่า นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า จากที่ ครม.เคยมีมติเห็นชอบ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอ วันนี้ (1 พ.ย.)ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำความเห็นกลับมาว่า เนื้อหาบางส่วนใน พ.ร.บ.ดังกล่าวอาจขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เรื่องสิทธิเสรีภาพ และแสดงความคิดเห็นของประชาชน ครม.จึงได้มอบให้กระทรวงวัฒนธรรมนำ พ.ร.บ.ฉบับนี้กลับไปพิจารณาใหม่
นครบาลลั่นเอาผิดคนทำลายคันกั้นน้ำ-ทำน้ำเสียทะลักคลองประปา
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. เปิดเผยกรณีมีการทำลายคันกั้นน้ำเป็นเหตุให้น้ำเน่าเสียไหลลงคลองประปา ว่า การกระทำดังกล่าว บช.น.ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทาง พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น. ได้สั่งการกำชับว่าหากพบผู้กระทำความผิดให้ดำเนินการจับกุมอย่างเด็ดขาด โดยมีความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาคลองประปา 2526 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดทำลายหรือทำให้เสียหายแก่สิ่งใด ดังต่อไปนี้ 1.คันคลอง 2.ประตูน้ำ ทำนบ หรือเขื่อนของการประปา 3.ท่อส่งน้ำดิบ หรือท่อผ่านคลอง 4.สะพานข้ามคลองประปา สะพานข้ามคลองรับน้ำ หรือสะพานข้ามคลองขังน้ำ ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ยังผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้เกิดอุทกภัย หรือเพื่อให้เกิดขัดข้องแก่การใช้น้ำซึ่งเป็นสาธารณูปโภค ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งวอนขอให้ประชาชนหยุดการกระทำดังกล่าว
ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรกรุงเทพ ว่าด้วย การห้ามหยุด หรือห้ามจอดรถทุกชนิด หลายพื้นที่มีผลบังคับ 3 พ.ย.
วันที่ 3 พ.ย. ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วย การห้ามหยุด หรือห้ามจอดรถทุกชนิดในซอยบุญช่วย, ถนนพิษณุโลก, ซอยวิภาวดี 60 ซอยนาวงประชาพัฒนา 21, ซอยงามวงศ์วาน 52, ซอยรามคำแหง 24, 44 ถนนโชคชัย 4 ถนนนาคนิวาส, บริเวณศูนย์การค้าวรจักร, ตรอกโรงเลี้ยงเด็ก, ซอยจรัญสนิทวงศ์ 89 และถนนลาดกระบัง พ.ศ. 2554 มีผลบังคับใช้
เหตุผลเนื่องจาก ปริมาณรถที่ใช้สัญจรในถนนหรือซอยต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร มีอัตราเพิ่มขึ้นประกอบกับพื้นผิวการจราจรมีน้อยและสภาพการจราจรเปลี่ยนไปทำให้เกิดปัญหาการจราจรเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจรจึงจำเป็นต้องจัดระเบียบการจราจรในถนนหรือซอยต่าง ๆ
โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง นายวิษณุ วรัญญู ดำรงตำแหน่ง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด
2 พฤศจิกายน 2554 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแผร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ประกาศระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง นายวิษณุ วรัญญู ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554
ประกาศ ณ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ดร.วิษณุ วรัญญู ก่อนเป็นตุลาการศาลปกครอง เป็นอาจารย์สอนกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
‘สุรชัย’ ไม่ได้ประกัน ทนายเตรียมยื่นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดสิทธิผู้ต้องหา
4 พ.ย.54 นายคารม พลพรกลาง ทนายความของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ แซ่ด่าน ผู้ต้องขังคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 เปิดเผยผลการยื่นประกันตัวนายสุรชัยว่า ศาลยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่า เป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และเป็นการกระทำที่กระทบกระเทือนจิตใจของประชาชนโดยทั่วไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการยื่นประกันตัวนายสุรชัยไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 22 ก.พ.54 แต่ศาลยกคำร้อง โดยในครั้งนี้ใช้หลักทรัพย์เป็นพันธบัตรมูลค่า 1 ล้านบาท
นายคารม กล่าวด้วยว่า เขาเตรียมจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวสุรชัยภายในสัปดาห์หน้าพร้อมกรณีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยซึ่งศาลก็เพิ่งมีคำสั่งไม่ให้ประกันเช่นกัน ที่ผ่านมาไม่เคยอุทธรณ์คำสั่ง แต่ศาลชั้นต้นไม่ให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลเดิมหลายครั้ง ทั้งที่ในชั้นนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาและถือเป็นคดีทางการเมือง จำเลยก็ปฏิเสธตั้งแต่ชั้นสอบสวนและขอต่อสู้คดี ไม่มีเหตุในการหลบหนี เพราะที่ผ่านมาแม้โดนแจ้งข้อหาเหล่านี้มานานจำเลยก็ไม่เคยหลบหนี อีกทั้งหากได้รับการปล่อยตัวก็ไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานใดๆ ได้ เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวนหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม หากศาลอุทธรณ์ยังยืนตามศาลชั้นต้นในการไม่ให้ประกัน ก็จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไปว่า คำสั่งยกคำร้อง ไม่ให้ประกันตัวนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะในรัฐธรรมนูญมีหลายมาตราที่ระบุถึงสิทธิของผู้ต้องหาในการประกันตัว และผู้ต้องหาถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำตัดสิน
นายคารม ยังกล่าวถึงการสืบพยานคดีนายสมยศด้วยว่า จะมีการสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 21 พ.ย. ที่ศาลจังหวัดสระแก้ว จากนั้นจะต้องเดินทางไปอีกหลายจังหวัด เช่น เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สงขลา เนื่องจากอัยการไม่นำพยานมาสืบที่กรุงเทพฯ ซึ่งได้ทำคำคัดค้านไปแล้วเพราะเกรงจำเลยจะเกิดอันตรายจาการเดินทางไปหลายจังหวัดและเห็นว่าเป็นเหมือนการกลั่นแกล้ง แต่ท้ายที่สุดศาลเห็นชอบด้วยกับอัยการ