รอบอาทิตย์ที่สาม ม.ค.55 : หลังเปิดตัว ครก.112

รอบอาทิตย์ที่สาม ม.ค.55 : หลังเปิดตัว ครก.112

เมื่อ 20 ม.ค. 2555

กรีนพีซเตือนกระทรวงพลังงาน อย่าทิ้งต้นทุนจริงของถ่านหิน

วันนี้ 19 มกราคม 2555 นักกิจกรรมกรีนพีซกว่า 20 คน รวมยื่นข้อเรียกร้องให้แก่นายศิริศักดิ์ วิทยอุดม รองปลัดกระทรวงพลังงานที่หน้าตึกกระทรวงพลังงาน พร้อมมอบป้ายราคา "ต้นทุนจริงของถ่านหิน 52,340,000,000 บาท" เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ที่กำลังเข้ารับตำแหน่งหยุดดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดที่ไม่คำนึงถึงต้นทุนด้านสังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเพิ่มภาระให้กับประชาชน 

นักกิจกรรมได้ยื่นจดหมายพร้อม "บันทึกถ่านหิน" ซึ่งเป็นข้อมูลผลกระทบภายนอกของถ่านหินแก่กระทรวงพลังงานให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดที่กำหนดไว้ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2553-2573 หรือ พีดีพี 2010 ทั้งด้วยเหตุผลของความไม่โปร่งใสในการวางแผนพลังงาน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และต้นทุนทางสังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพจำนวนมหาศาลที่ไม่ได้นำมาคิดคำนวณและผลักภาระให้ประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบจากการขยายโรงไฟฟ้าและเหมืองถ่านหิน
 

กรีนพีซเรียกเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยุติดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดที่กำหนดไว้ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.. 2553-2573 (พีดีพี2010)  ให้ความสำคัญต่อการพัฒนามาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนอนุรักษ์พลังงาน และดำเนินนโยบายและมาตรการทางกฎหมายเพื่อให้เกิดการขยายตัวด้านการลงทุน เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและการกระจายศูนย์พลังงานอย่างจริงจังในทุกระดับ

 

ที่มาข่าว ประชาธรรม 

 

 

 

ไทยพลัดถิ่นเฮ ล้มมาตรา7/1สำเร็จ วุฒิสภาถอนร่างพ.ร.บ.สัญชาติ

 

ไทยพลัดถิ่นเฮ ล้มมาตรา7/1สำเร็จ วุฒิสภาถอนร่างพ.ร.บ.สัญชาติ16 มกราคม 2555 เครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นจากจังหวัดระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ตราด แม่ฮ่องสอน พร้อมภาคีเครือข่ายประมาณ 130 คน เดินทางไปรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
 
ต่อมา เวลา 07.00 น. ทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภา รวมตัวกันที่บริเวณหน้าสวนสัตว์ดุสิต เพื่อเรียกร้องไม่ให้วุฒิสภา รับร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่?) พ.ศ. ? ที่มีการแปรญัติเพิ่มเติมมาตรา 7/1 จากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่?) พ.ศ. ?. วุฒิสภา ที่จะนำเข้าที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาวาระที่ 2
 
เวลาประมาณ 10.15 น. ตัวแทนเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นประมาณ 30 คน ได้เข้าพบนายมงคล ศรีกำแหง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่?) พ.ศ. ?. และคณะประมาณ 10 คน เพื่อชี้แจงและอธิบายผลว่า ถ้าหากร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่?) พ.ศ. ?. ที่มีการเพิ่มเติมมาตรา 7/1 ประกาศใช้บังคับ จะทำให้คนไทยพลัดถิ่นถึง 80% ไม่มีสิทธิได้สัญชาติไทยตลอดไป แต่นายมงคลไม่เข้าใจคำอธิบายของตัวแทนเครือข่ายไทยพลัดถิ่น จากนั้นได้ขอตัวเข้าห้องประชุมวุฒิสภา
 
เวลาประมาณ 16.40 น. ที่ประชุมได้ลงมติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่?) พ.ศ. ?.หรือไม่ ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติให้ถอน 50 เสียง ไม่เห็นด้วย 41 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ท่ามกลางเสียงเฮของคนไทยพลัดถิ่นและภาคีเครือข่ายที่รอฟังผลอยู่ที่หน้ารัฐสภา ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ
 
ที่มาข่าว ประชาธรรม
 
 
กรรมการสิทธิฯ แถลงการณ์ค้านแก้ไขมาตรา112
 
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณะโดยทั่วไป ในทำนองว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอเรียนว่า เรื่องนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นบทบัญญัติที่ปกป้องพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขของประเทศ เฉกเช่นเดียวกับประมุขของรัฐต่างประเทศ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 133 แห่งกฎหมายนี้ และเป็นหลักสากลที่นานาอารยประเทศให้การปกป้องประมุขของประเทศในหลักการเดียวกัน 
 
“ดังนั้น ข่าวที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณะโดยทั่วไปว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น จึงเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนและไม่มีมูลความจริงแต่ประการใด จึงขอทำความเข้าใจต่อทุกฝ่าย” แถลงการณ์ระบุ
 
อนึ่ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยืนยันว่า จะปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยยึดหลักความสมดุลระหว่างสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับการรักษาพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
 
ที่มาข่าว ไทยโพสต์
 
 
ไทยประกาศยอมรับ"รัฐปาเลสไตน์"แล้ว เตรียมสร้างสัมพันธ์การทูตอย่างเป็นทางการ
 
ทางการไทยได้ประกาศว่า ได้สนับสนุน"รัฐปาเลสไตน์"แล้ว โดยทางการไทยแถลงว่า ไทยได้ยอมรับสถานภาพรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ และได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ไทยและบรรดาผู้สังเกตการณ์ประจำสหประชาชาติซึ่งตั้งอยู่ในกรุงนิวยอร์กให้ทราบแล้ว
 
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศปาเลสไตน์ ได้ระบุว่า ที่ผ่านมา ไทยได้ยอมรับรัฐปาเลสไตน์ผ่านแนวอุดมการณ์ของปาเลสไตน์นับตั้่งแต่ปี 1967 แล้ว และว่า การยอมรับครั้งนี้ถือเป็นการยอมรับรัฐปาเลสไตน์ของต่างชาติครั้งแรกของปี 2012 และถือเป็นความสำเร็จใหม่แห่งการทูตของปาเลสไตน์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รายนี้อ้างด้วยว่า ที่ผ่านมา มี 131 ประเทศที่ยอมรับอุดมการณ์รัฐปาเลสไตน์นับตั้งแต่ปี 1967 ขณะที่ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ ได้ขอบคุณไทยที่ประกาศยอมรับ"รัฐปาเลสไตน์"และว่า ทั้งสองเตรียมดำเนินกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ
 
ที่มาข่าว มติชนออนไลน์

 

ทนายแดงแถลงตั้งสมาพันธ์นัก ก.ม.ฯ-ร้องแก้ ม.112/1

นายคารม พลทะกลาง ทนายความคนเสื้อแดง พร้อมด้วยกลุ่มทนายความ รวม 7 คน ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อประชาธิปไตยและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ประเทศไทยมีการปกครองในระบบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง และปลุกจิตสำนึกให้นักกฎหมายไทยปฏิเสธกฎหมายที่ออกโดยผู้ที่ได้อำนาจมาโดยไม่ชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ
 
พร้อมกันนี้ กลุ่มดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำ และให้มีการเพิ่มเติมกฎหมายอาญา มาตรา 112/1 โดยระบุว่า หากผู้ใดกล่าวหาผู้อื่นว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 แต่หากคดีดังกล่าวไม่มีมูล ให้ดำเนินคดีกับผู้กล่าวหาในข้อหาเดียวกัน เพื่อปกป้องไม่ให้ใช้กฎหมายดังกล่าวกลั่นแกล้งทางการเมือง และให้มีการออกกฎหมายเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจตุลาการ รวมถึงการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองในทันที

 

ที่มาข่าว ผู้จัดการออนไลน์

 

ภาคประชาชน โอด"วิทยา"ไม่เรียกหารือกรณีเดินหน้าถก พ.ร.บ.คนไข้

19 มกราคม พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวถึงกรณีนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ประกาศชัดสัปดาห์หน้าทราบผลเดินหน้าพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.. หรือขยายมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ว่า ก่อนหน้านี้ นายวิทยา เคยพูดกับทางกลุ่มแพทย์ว่า ไม่ว่าจะดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ จะต้องเชิญทั้งฝ่ายแพทย์ และฝ่ายผู้เสียหายมาพูดคุย แต่ปรากฎว่าจนบัดนี้ก็ไม่ถูกเชิญ จนมาทราบข่าวว่าจะมีการทราบผลเรื่องดังกล่าวในสัปดาห์หน้า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทาง สพศท.ก็เห็นว่าควรขยายมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ที่เดิมคุ้มครองผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุขเฉพาะผู้มีสิทธิในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทองจำนวน 48 ล้านคนเท่านั้น โดยควรขยายไปยังผู้ประกันตน และสิทธิสวัสดิการข้าราชการด้วย ซึ่งตรงนี้ทำง่ายกว่าใช้ พ.ร.บ.เสียอีก
  
ประธาน สพศท. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เรื่องระบบประกันสุขภาพของคนไทยนั้น ตนจะเดินทางเพื่อยื่นหนังสือแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 24 มกราคมนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะขอให้นายกฯ พิจารณาในเรื่องของการขยายมาตรา 41 เพื่อคุ้มครองผู้รับบริการทั้ง 3 ระบบ ด้วยการขยายให้ครอบคลุม ขณะเดียวกันจะเสนอในเรื่องของประโยชน์ของการเรียกเก็บ 30 บาท ว่า การร่วมจ่ายมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งแน่นอนช่วยลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลได้ และจะเรียกร้องขอให้มีการปลด กรรมการสัดส่วนเอ็นจีโอ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.) จำนวน 5 คน ฐานบกพร่องในหน้าที่ไม่ร่วมประชุม 3 ครั้ง โดยข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อได้เคยเสนอนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรี สธ.ไปแล้ว และตนจะนำไปเสนอต่อนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
 
ที่มาข่าว มติชนออนไลน์
 
 
 
จำคุก 4 เดือนไม่รอลงอาญา ปรับ 7.5 หมื่นบาท เจ้าของคอกหมาท่าแร่
 
17 ม.ค.55 ที่ศาลจังหวัดสกลนคร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ศาลได้ออกบัลลังก์ เพื่อพิจารณาคดีดำ เลขที่ 85/102/2555 โดยมีโจทก์เป็นอัยการจังหวัดสกลนคร ยื่นฟ้อง นายบุญไทย วรรณพรม จำเลย ซึ่งรับเป็นเจ้าของคอกกักสุนัข อายุ 51 ปี อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ในข้อหาความผิด พ.ร.บ.โรคระบาด
       
โดยศาลพิเคราะห์ ทั้งพยานหลักฐานแล้ว ได้ตัดสินสั่งให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ปรับเงิน 75,000 บาท โทษขังไม่ต้องรอ เนื่องจากคดีนี้ศาลเห็นว่าเป็นที่สนใจของประชาชน ประกอบกับถือเป็นการทารุณ และทรมารสัตว์ รวมถึงการเกิดโรคระบาดสัตว์ในพื้น จึงได้มีคำตัดสินดังกล่าว
       
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่ พลตำรวจตรี พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรสกลนคร นำกำลังเข้าจับกุม ที่พักสุนัข พบว่า มีสุนัขจำนวนมากกว่า 4,600 ตัว ถูกกักขังไว้ เป็นที่น่าเวทนา เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 12 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ที่คอกกักสุนัข บ้านโนนสำราญ หมู่ที่ 8 ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

 

ที่มาข่าว ผู้จัดการออนไลน์

 

นศ.ค้าน ม.นอกระบบยื่นหนังสือยิ่งลักษณ์

14 มีนาคม 2554 เวลาประมาณ 9.20 น. ตัวแทน แนวร่วมนิสิตนักศึกษาคัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ จากมหาลัยต่างๆ ประมาณ 30 คน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในระหว่างท่านนายกกำลังเยี่ยมชมงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพที่สนามเสือป่า โดยมีข้อเสนอสำคัญคือ การยุติการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ และการจัดการศึกษาในระบบรัฐสวัสดิการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี 

 
นางสาวศศิประภา ไร่สงวน ตัวแทนนักศึกษา แนวร่วมนิสิตนักศึกษาคัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ จากม.ขอนแก่นกล่าวว่า ในส่วนม.ขอนแก่นนั้นเราเคยยื่น หนังสือคัดค้านการนำมหาลัยออกนอกระบบมาก่อนหน้านีแล้ว แต่อธิการไม่มีท่าทีตอบรับใดๆ และบอกเพียงว่า มหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ เราจึงคิดว่าควรมายื่นหนังสือต่อท่านนายก เพื่อให้ท่านรับทราบว่า รัฐบาลควรมีแนวนโยบายที่ชัดเจนในการการยุติการนำมหาวทยาลัยออกนอกระบบ 
 
ที่มาข่าว ประชาไท