รอบอาทิตย์ที่สอง มิ.ย.55: ศาลจำคุกแกนนำม็อบปิดถนน ร้องชดเชยน้ำท่วม

รอบอาทิตย์ที่สอง มิ.ย.55: ศาลจำคุกแกนนำม็อบปิดถนน ร้องชดเชยน้ำท่วม

เมื่อ 17 มิ.ย. 2555

"ยงยุทธ" ฮึ่มใส่ม็อบร้องชดเชยน้ำท่วมห้ามปิดถนน-ผิดกฎหมายคุกอย่างเดียว

วันที่ 11 มิ.ย. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลจังหวัดปทุมธานีสั่งจำคุกแกนนำม๊อบปทุมธานีปิดถนนประท้วงเรียกร้องค่าชดเชยน้ำท่วมว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลจ.ปทุมธานีสั่งลงโทษจำคุกแกนนำจำนวน 3 คน ที่ประท้วงปิดถนนที่ปทุมธานี กรณีเรียกร้องค่าชดเชยเยียวยา คนละ 1 เดือน ปรับคนละ 1,000 บาท เมื่อจำเลยรับสารภาพให้รอลงอาญานายยงยุทธ กล่าวว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเมื่อท่านเดือดร้อนแล้วร้องเรียนไม่ได้ ทำได้ แต่ทำผิดกฎหมายคือการปิดถนนนั้นไม่ได้ ถ้าเดือดร้อนก็ร้องเรียนมาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดว่าเดือดร้อนอย่างไร จะให้ช่วยแก้ไขอย่างไร ทางจังหวัดเขายินดีรับฟังและเสนอมาที่ส่วนกลางอยู่แล้ว แต่ถ้าปิดถนนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนส่วนใหญ่ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่ยอมแน่นอน เพราะเป็นการเรียกร้องโดยใช้กฎหมู่ ซึ่งถ้ารัฐบาลทำตามก็จะไม่มีกฎเกณฑ์ ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์

นายยงยุทธ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้คือเป็นเพราะจำนวนผู้เดือดร้อนมีมาก และการไปสำรวจก็อาจจะลงไปไม่ทั่วถึง แต่ถ้าทำเร็วก็ผิดพลาดทำช้าไปประชาชนก็บ่น ก็ต้องเห็นเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปเห็นว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะความผิดพลาดในการทำงานย่อมมีบ้างเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตามความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น เพราะบางครั้งก็เฉพาะกลุ่มของตัวเองก็ดูแลดี ไม่ใช่กลุ่มตัวเองก็ดูแลไม่ดี อันนั้นก็ต้องไปติดตามตรวจสอบกันอีกครั้ง แต่ก็ต้องแก้ปัญหาประชาชนไปก่อน ซึ่งเราก็ทราบปัญหานั้นดีแต่ก็ต้องตรวจสอบก่อน ตอนนี้แก้ปัญหาเรื่องความเดือดร้อนประชาชนเรื่องบ้านก่อนแล้วค่อยดูปัญหาเรื่องงาน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

คณะกก.สมานฉันท์แรงงานไทย ผลักดันร่างพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์
นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า  จากคณะทำงานขับเคลื่อนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฉบับปฏิรูป ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สหพันธ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ ยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย สภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย สภาองค์การลูกจ้างองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายแรงงานข้ามชาติ และนักวิชาการด้านกฎหมายแรงงาน ได้ยกร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฉบับปฏิรูป

โดยร่างกฎหมายฉบับใหม่มีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง เป็นกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ฉบับเดียวที่ครอบคลุมแรงงานทุกภาคส่วน เปลี่ยนกรอบคิดแรงงานสัมพันธ์ จากความสัมพันธ์แบบ “นายกับบ่าว” ไปสู่ “ หุ้นส่วนสังคมและเศรษฐกิจ” มุ่งสร้างกระบวนการแรงงานสัมพันธ์เพื่อความเป็นธรรม และส่งเสริมพัฒนา คุ้มครองระบบแรงงานสัมพันธ์

คณะทำงานยกร่างพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ได้ยกร่างกฎหมายรายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินสายให้ความรู้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานย่านต่างๆ เพื่อล่าลายชื่อเตรียมเสนอร่างกฎหมายพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ….ฉบับขบวนการแรงงาน

รายละเอียดเพิ่มเติม : เว็บไซต์นักสื่อสารแรงงาน

ปธ.สภายันไม่เปิดประชุมสภา18มิ.ย.นี้
16 มิ.ย. 55 ที่สถาบันพระปกเกล้า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวก่อนเข้าประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้าถึงกระแสข่าว ที่มีการเสนอให้มีการ เปิดประชุมสภาเพื่อลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ว่า ยืนยันว่าไม่มีการประชุมแน่นอน และขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานมาจาก คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) แต่อย่างใด ทั้งนี้จะมีการเปิดประชุมสภาฯสมัยสามัญทั่วอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2555 นี้ อย่างไรก็ตามในช่วงสมัยปิดประชุมนี้ ขอให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว และขอให้หันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อลดการเผชิญหน้าและลดความขัดแย้ง ทั้งนี้จะมีการจัดสานเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ส่วนรายละเอียดช่วงเวลาที่เหมาะสม คงต้องรอดูอีกครั้ง ส่วนจะจัดในช่วงที่กฎหมายยังค้างอยู่ในสภาหรือไม่นั้น ตนไม่ขอตอบ

ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าภายในพรรคเพื่อไทยไม่มีความแตกแยกแน่นอน แต่เป็นเพียงความเห็นต่างกันเท่านั้น

ที่มา : สำนักข่าวเนชั่น

ชาวโรฮิงยาในไทยร้องยูเอ็นช่วยสถานการณ์ในรัฐอาระกัน
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 55 ประชาคมโรฮิงยาในไทยและต่างประเทศยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อยูเอ็น ร้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อค้นหาความจริงและดำเนินกระบวนการทาง กฎหมาย ในขณะที่สถานการณ์ในรัฐอารกันยังคงทวีความรุนแรงขึ้น

ชาวโรฮิงยากว่าร้อยคน นำโดยสมาคมโรฮิงยาแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกต่อสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิบัติการหยุดยิงในสถานการณ์ความขัดแย้งทางเชื้อชาติในรัฐอาระกัน ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหลังจากนั้นตัวแทนจากมูลนิศักยภาพชุมชนและสมาคมโรฮิงยา เดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานทูตในชาติอาเซียนอีก 8 ประเทศ ยกเว้นพม่าและไทย รวมถึงสถานทูตสหรัฐฯ และคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยด้วย

จดหมายเปิดผนึกที่ร้องถึงบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ และร่วมลงนามโดยมูลนิธิศักยภาพชุมชน และประชาคมชาวโรฮิงยาในประเทศต่างๆ อาทิ สมาคมพม่าโรฮิงยา องค์กรอาระกันโรฮิงยาแห่งชาติ องค์กรพม่าโรฮิงยาประเทศอังกฤษ  ระบุว่า หากไม่มีการแทรกแซงจากภายนอกในเร็ววัน ประชากรมุสลิมอาระกันอาจสูญหายไปจากโลก เนื่องจากสถานการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นไปอย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ความไม่สงบในรัฐอาระกันเริ่มมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ซึ่งมีกลุ่มมุสลิมแสวงบุญ 10 คนถูกชาวอาระกันตีจนเสียชีวิต ระหว่างเดินทางไปย่างกุ้ง โดยการโจมตีดังกล่าวเพื่อตอบโต้กับข้อกล่าวหาว่ามีสตรีอายุ 26 ปีรายหนึ่งถูกข่มขืนและฆ่าโดยชาวมุสลิมสามคนเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ถูกควบคุมตัวแล้วและอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ขณะที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่่ผ่านมา มีรายงานโดยสื่อพม่าว่า หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาได้ฆ่าตัวตายในเรือนจำ

ขณะที่สถานการณ์รุนแรงในรัฐอาระกันเริ่มขยายตัวมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุประท้วงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยชาวมุสลิม โดยซึ่งได้เข้าโจมตีชุมชนชาวอาระกัน ซึ่งเป็นชาวพุทธในเมืองมงดอว์ รัฐอาระกัน โดยทางการพม่ารายงานเบื้องต้นว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 7 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 17 คน สื่อของรัฐบาลพม่ายังรายงานว่า มีบ้านเรือนถูกทำลายได้รับความเสียหาย 494 หลัง ร้านค้าอีก 19 แห่ง รวมถึงโรงแรมอีก 1 แห่ง ในจำนวนนี้พบมีบ้านเรือน 4 – 5 หลัง ถูกเผา ส่วนชาวอาระกันกว่า 300 คน ที่หนีไปอยู่ที่วัดได้รับความช่วยเหลือแล้ว โดยหลังเกิดเหตุ ทางการพม่าได้ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ทันทีและห้ามประชาชนในพื้นที่ชุมนุมกันเกิน 5 คน มีรายงานว่า มีการประกาศเคอร์ฟิวในเมืองบูทีดองด้วย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ประธานาธิบดีเต็ง เส่งห่วงความรุนแรงในรัฐยะไข่อาจส่งผลกระทบกับประชาธิปไตย)

ที่มา : ประชาไท

พท.-ปชป.ประสานเสียงหนุนกฎหมายฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายที่คณะ รัฐมนตรี และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย และคณะเป็นผู้เสนอ

โดยนายเจริญ กล่าวว่า เนื้อหาของกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ และผู้เสนอทั้ง 2 คณะมีเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน จึงขออนุญาตจากที่ประชุมให้พิจารณาไปในคราวเดียวกัน แต่แยกการลงมติและขออนุญาตสภาฯให้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม ถึงโครงสร้างการออกแบบกฎหมายทั้ง 2 ฉบับเพิ่มเติมด้วย จากนั้น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ได้ชี้แจงหลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่า กฎหมายเก่าไม่ได้กำหนดการทำผิดอาญาบางฐานความผิดไว้เป็นความผิดมูลฐานจึง เห็นควรกำหนดความผิดมูลฐานเพิ่มเติมและกำหนดกรอบให้ชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพประชาชน รวมถึงกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ปปง.ที่จะกำหนดนโยบายประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงิน เพื่อหาแนวทางป้องกันและกำหนดมาตรการคุ้มครองพยาน

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย แม้ไทยจะกำหนดความผิดฐานก่อการร้ายไว้ในกฎหมายอาญา และมีความผิดมูลฐานใน พ.ร.บ.ฟอกเงินเดิมแต่ยังไม่มีมาตรการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการ เงิน แก่การก่อการร้ายและการเข้าถึงเงินทุนของผู้ก่อการร้ายจึงต้องกำหนดมาตรการ ด้วยการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย รวมถึงระงับการดำเนินการกับทรัพย์สิน ของผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ปปง. ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ ผู้เสนอร่างฯ กล่าวว่าร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับมีความสำคัญ และจำเป็นต้องออกกฎหมายฉบับนี้ สืบเนื่องมาจาก คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน (Financial Action Task Force) หรือFATF กำหนดให้ไทยมีข้อบกพร่องและถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยง ในการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ภาคธุรกิจเอกชนมากเพราะเมื่อไปติดต่อการค้าทั่วโลก ภาคธุรกิจของไทยต้องถูกจับตาเป็นพิเศษ

จากนั้นได้เปิดให้ ส.ส.อภิปราย โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ก่อนที่แฟตเอฟจะชงรอบ พิจารณาก่อนเดือนก.พ.2556 ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก นอกจากนี้ถือว่า ปปง.เป็นหน่วยงานหลักที่จะดูแลกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ แต่จำนวนบุคลากรของสำนักงาน ปปง. มีเพียง 200 กว่าคน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดูแลการเงินมีแค่ 5 คนเท่านั้น

นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมช.พาณิชย์ กล่าวว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสนอมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว สมัยตนเป็น รมช.พาณิชย์ แต่รัฐบาลชุดนี้มัวแต่ยุ่งอยู่กับการเมืองไม่สนใจประโยชน์ของประชาชนและชาติ จนทางแฟตเอฟขึ้นบัญชีดำ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากถาม พ.ต.อ.สีหนาท และพล.ต.อ.ประชา ว่า ขณะนี้มีการขึ้นบัญชีผู้ก่อการร้ายแล้วหรือไม่ จำนวนเท่าไร หากมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมกลุ่มผู้ก่อการร้ายจะได้รับการนิรโทษกรรมด้วย หรือไม่ และจะให้ความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎหมายได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นตนก็ให้การสนับสนุนไม่ได้ พ.อ.วินัย สมพงษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นสวรรค์ของผู้ก่อการร้ายและการฟอกเงิน เพราะเข้าออกง่าย เปิดเสรีทั้งการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว จึงขอเสนอให้ปรับปรุงงานด้านการข่าว และประสานนานาชาติเพื่อรับมือกับนักฟอกเงิน นักก่อการร้ายจากต่างประเทศ

ส่วน นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเพิ่มอีกหลายฐานความผิด ด้านหนึ่งก็ง่ายต่อเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติแต่อีกด้านก็เพิ่มช่องทางให้ อำนาจที่มิชอบเข้ามา เพราะมีข้อกังวลว่าหากอำนาจการเมืองเข้าไปมีบทบาทเหนือ ปปง.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะมีหลักประกันอะไรว่าผู้บริสุทธิ์จะไม่ถูกยัดข้อหาใน 12 ความผิดมูลฐานที่เพิ่มขึ้นมาซึ่ง ปปง.เองต้องปรับปรุงตัวครั้งใหญ่ ลำพังแค่ 11 ความผิดมูลฐานเดิมก็ทำงานกันหัวหมุน เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ต้องทำงานหนักมากขึ้นและยังไม่ครอบคลุมเกี่ยวกับการความผิดต่อองค์พระมหา กษัตริย์ ราชินี รัชทายาท ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร และพวกเตรียมการก่อกบฏ ใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซ่องสุมกองกำลังอาวุธ ซึ่งมีรูปธรรมที่เห็นชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และการทำบัญชีรายชื่อผู้ ก่อการร้าย ปปง.จะใช้ดุลพินิจหรือมีกระบวนการตัดสินใจอย่างไร ข้อมูลที่ ปปง.มีในมือ ยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีการใส่ร้าย หรือเป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงขอตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ลงรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการฯ

ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท ชี้แจงว่า มั่นใจว่าการทำงานของ ปปง. จะปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง ขณะนี้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ 40 ประเทศในประเด็นที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยพร้อมจะนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงไว้ในร่างฯ ดังกล่าวส่วนข้อเสนอให้เพิ่ม เติมความผิดมูลฐาน อาทิ การปราบปรามการค้ามนุษย์การประเมินความเสี่ยง มีกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ชัดเจนส่วนการเก็บข้อมูลความลับ ลูกค้า การรายงานข้อมูลทางธุรกรรมของสถาบันการเงินมีกำหนดว่าหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติ ตาม จะใช้วิธีการเปรียบเทียบปรับ ทั้งนี้ ปปง. ได้วิเคราะห์รายงานธุรกรรมอยู่แล้วหลังจากเปิดให้ที่ประชุมอภิปรายกันเกือบ 6 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติด้วยเสียงเอกฉันท์รับหลักการวาระแรก รับร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับไว้พิจารณาโดยยึดร่าง ครม. เป็นหลัก และตั้งคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาจำนวน 31 คน ทั้ง 2 คณะ.

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์


“ณัฐวุฒิ” ชี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเลือกปฏิบัติ
16 มิ.ย. 55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่าการแต่งตั้งตนเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีขัดกฎหมายและขัดจริยธรรม ระบุพรรคเพื่อไทยไม่มีปฏิกิริยาหรือกระแสเรื่องนี้ พร้อมเห็นว่าการดำเนินการของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่มีสิทธิชี้ขาดว่าใครควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ และตามรัฐธรรมนูญกำหนดผู้ที่มีคดีทางแพ่งและอาญาที่ศาลยังไม่ตัดสิน จะยังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และในแวดวงการเมืองก็มีผู้ถูกกล่าวหาเช่นนี้มากมาย โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีคดีติดตัวเช่นกัน

เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่รัฐมนตรีหรือไม่ และจะแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออกตามที่ฝ่ายค้านเรียกร้องหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังได้แต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งที่มีคดียึดสนามบิน มั่นใจจะไม่มีผลกระทบต่อการทำหน้าที่รัฐมนตรี ส่วนจะส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ไม่กังวล ถือเป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี และจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ก่อแก้วยกรธน.ม.39อ้างหลังผู้ตรวจฯชี้ณัฐวุฒิไม่เหมาะ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงที่รัฐสภาแสดงความเห็นคัดค้านกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่สง่างาม เพราะมีคดีความติดตัว พร้อมระบุว่าที่ผ่านมานายณัฐวุฒิ ถือเป็นนักต่อสู้ทางประชาธิปไตย และชุมนุมภายใต้ที่กฎหมายกำหนด ส่วนคดีความที่ถูกฟ้องร้อง เช่น คดีก่อการร้ายนั้น เป็นการยัดข้อหาให้อย่างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตามในประเด็นที่ผู้ตรวจการมองว่า นายณัฐวุฒิเป็นผู้มีคดีความติดตัว นั้น เมื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 ที่ถือว่าในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด จึงถือว่าประเด็นนี้นายณัฐวุฒิสามารถเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้

"ผมมองว่าผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นมาใหม่ ดังนั้นอยากให้ตั้งใจทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่อยู่ภายใต้อำนาจการเมืองของฝ่ายใด อีกทั้งขอให้ทำหน้าที่เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร" นายก่อแก้ว กล่าว

ที่มา : สำนักข่าวเนชั่น

กระทรวงวัฒนธรรมร่อนหนังสือจี้ ตร.เอาผิด"เลดี้ กาก้า"สวมชฎา-ใส่บีกินี่นั่งมอเตอร์ไซค์ผูก"ธงชาติ"
14 มิ.ย. 55 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการกับเลดี้ กาก้า นักร้องชื่อดัง กรณีที่แสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย เมื่อ 25 พฤษภาคม 2555 โดยมีการสวมชฎาและนำธงชาติมาผูกติดกับท้ายรถจักรยานยนต์แล้วนั่งซ้อน ในขณะที่แสดงคอนเสิร์ตนั้น ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมระบุข้อพิจารณาเห็นว่า การสวมมงกุฎและการนำธงชาติไทยมาติดที่หลังรถจักรยานยนต์ที่ใช้ประกอบการแสดงคอนเสิร์ตไม่เหมาะสม

"การสวมมงกุฎและการนำธงชาติไทยมาติดที่หลังรถจักรยานยนต์ที่ใช้ประกอบการแสดงคอนเสิร์ตในขณะที่ศิลปินสาวนั่งบนรถจักรยานยนต์และสวมใส่ชุดบิกีนี่นั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและกระทบต่อความรู้สึกของคนไทย ซึ่งประเด็นการนำธงชาติไทยมาใช้ประกอบการแสดงนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าธงชาติไทยที่มีลักษณะ 3 สี หรือธงไตรรงค์นั้น หมายถึงสิ่งที่แสดงถึงสถาบันหลักทั้ง 3 สถาบันของประเทศไทย คือชาติ (สีแดง) ศาสนา (สีขาว) และพระมหากษัตริย์ (สีน้ำเงิน) ประกอบกับเรื่องดังกล่าวมีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ การชักหรือการแสดงธงชาติ ตามนัยของกฎหมายต่างๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ตร. อาทิ ประมวลกฎหมายอาญา กระทรวงวัฒนธรรมจึงเห็นควรแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป" หนังสือของกระทรวงวัฒนธรรมระบุ

ที่มา : มติชนออนไลน์


ศาลอียิปต์ยุบสภา-ล้มกม.ที่ห้ามคนรัฐบาลมูบารักลงเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญอียิปต์ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรและยกเลิกกฎหมายที่ห้ามสมาชิกในรัฐบาลสมัยประธานาธิบดีฮอสนี มูบารักลงเลือกตั้งได้ ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจและความวุ่นวายครั้งใหม่ ที่อาจทำให้กระบวนการถ่ายโอนอำนาจสะดุดลง
เพียงสองวันก่อนจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองช่วงสุดสัปดาห์ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินเมื่อวานว่า กฎหมายเลือกตั้งที่ออกมาโดยสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนม.ค.เป็นโมฆะ และประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ด้วยหลังเพิ่งเปิดสมัยประชุมได้เพียง 4 เดือนเศษ

คำตัดสินของศาลมีผลให้สภากลาโหมที่กุมอำนาจบริหารประเทศตั้งแต่มูบารัก ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อต้นปีที่แล้ว จะได้เข้าควบคุมอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติแทน และสภากลาโหมประกาศแล้วว่าจะจัดตั้งสภาชุดใหม่ 100 คนเพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

คำตัดสินของศาลเมื่อวานได้ยกเลิกกฎหมายเลือกตั้งที่ห้ามอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลของมูบารักเข้าร่วมการเลือกตั้ง และยังวินิจฉัยชี้ขาดว่า นายอาห์เหม็ด ชาฟิก นายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายในสมัยของมูบารัก มีคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีต่อไปได้ ทำให้เขาสามารถชิงชัยกับโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ผู้สมัครจากกลุ่มมุสลิม ภราดรภาพในการเลือกตั้งรอบสองวันเสาร์และอาทิตย์ หลังทั้งคู่ได้คะแนนสูงสุดจากการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อต้นเดือน

ชาฟิก แถลงข่าวที่กรุงไคโรแสดงความชื่นชมต่อคำตัดสินของศาล และผู้สนับสนุนของเขาออกมาชุมนุมตามท้องถนนแสดงความยินดีต่อคำตัดสิน แต่กลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ที่มีพรรคการเมืองของตัวเองและครองเสียงข้างมากในสภาชุดปัจจุบัน ไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาลและเตือนว่าอาจเกิดอันตรายตามมา รวมทั้งประกาศด้วยว่า จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มอร์ซีชนะเลือกตั้งเพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มคนจากรัฐบาลสมัยมูบารักกลับเข้าสู่อำนาจ

ที่มา : สำนักข่าวเนชั่น