กลุ่มเกษตรกร เสนอร่าง พ.ร.บ.โคนมฯ แก้ปัญหาขาดแคลนเงินทุนต่อสภาฯ
19 มิ.ย.55 กลุ่มเกษตรกร เสนอร่าง พ.ร.บ.โคนมฯ แก้ปัญหาขาดแคลนเงินทุนต่อสภาฯ ขณะที่กลุ่มคนรักสัตว์ทวงถามความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ
กลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมและผลิตภัณฑ์นม นำโดยนายสมชาย ดำทะมิส ประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย นำร่างพ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ...ที่เข้าชื่อเสนอโดยประชาชน กว่า 1 หมื่นชื่อ ยื่นต่อนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฏร โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฏหมายฉบับแรกที่คณะกรรมการโคนม มาร่วมร่างกับคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฏหมาย ของประธานสภาผู้แทนราษฏร สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ประกอบด้วย การกำหนดให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนให้จัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นมอย่างครบวงจร ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนอันจะเป็นการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างแท้จริง
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ประกอบด้วย การกำหนดให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นมอย่างครบวงจร ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนอันจะเป็นการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างแท้จริง
ที่มาข่าว สำนักข่าวไทย และ อาร์วายทีไนน์
องค์กรผู้บริโภคชวนบอยคอต 'แกรมมี่' ประท้วง 'จอดำ'
ผู้บริโภคประกาศหยุดซื้อ หยุดฟัง หยุดชม หยุดมีส่วนร่วมทุกสินค้าและธุรกิจของบริษัทแกรมมี่ พร้อมเชิญชวนผู้บริโภคร่วมเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอคุ้มครองก่อนฟ้องแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิพื้นฐานผู้บริโภค (จอดำ)
องค์กรผู้บริโภค สมาชิกผู้บริโภค อาสาสมัครขององค์กรผู้บริโภคทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประกาศหยุดซื้อ หยุดฟัง หยุดชม หยุดมีส่วนร่วมทุกสินค้าและธุรกิจของบริษัทแกรมมี่ นอกจากนี้พร้อมเชิญชวนผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายไม่สามารถดูฟรีทีวีช่อง ๓,๕ และ ๙ ร่วมกันฟ้องต่อศาลแพ่งวันจันทร์ที่ ๒๕ ณ.ศาลแพ่งถนนรัชดาภิเษกเวลา ๑๑.๐๐ น. พร้อมชี้แจ้ง ๕ เหตุผลที่ต้องหยุดใช้สินค้าของแกรมมี่
๑. แกรมมี่เป็นผู้ประกอบการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่ไปทำสัญญาการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรแล้วทำให้ประชาชนครึ่งประเทศเข้าไม่ถึงบริการสาธารณะในการแพร่ภาพและกระจายเสียง(ดูฟรีทีวี)ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค
๒. แกรมมี่ใช้เล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจกีดกันกันเข้าถึงสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคในการรับฟรีทีวีเพื่อให้ได้มาซึ่งการขยายฐานลูกค้าและช่องทางการจำหน่ายสินค้าของตนเอง(กล่อง)เป็นธุรกิจที่คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเอง
๓. แกรมมี่สมคบกับช่อง ๓, ๕ และ ๙ ทำธุรกิจเอาเปรียบผู้บริโภค
๔. ทำให้ผู้บริโภคเสียหายต้องจ่ายเงินโดยไม่มีความจำเป็นมากถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท
๕. เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างกับเอกชนที่ต้องการจะไปทำสัญญาการค้าในอนาคต
กสทช. เปิดม่านรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ “ร่างประกาศครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว”
พ.อ.รศ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกสทช. ออกประกาศ กสทช. เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.2554 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.54 แต่ปรากฏว่า ประกาศฯ ฉบับนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ไม่ว่าจะในแง่มุมของข้อกฎหมาย นโยบาย หรือแม้แต่การนำไปบังคับใช้ในทางปฏิบัติ
บอร์ด กทค.ชุดนี้ จึงมีมติให้สำนักงาน กสทช. จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบกิจการและผู้เกี่ยวข้องไปเมื่อปลายปี 2554 เพื่อนำข้อมูล ตลอดจนข้อเสนอแนะต่างๆ มาประมวลข้อดี ข้อเสีย ได้ข้อสรุปว่า ควรให้มีการแก้ไขปรับปรุงประกาศฯ ดังกล่าว
พ.อ.รศ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้จัดทำการรับฟังความคิดเห็นผ่าน 2 ช่องทาง คือ นำร่างประกาศพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเผยแพร่ผ่านเว็บไซด์ของสำนักงาน กสทช. โดยดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 ม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชน นักศึกษา และผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต ได้แสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าว จำนวน 31 ราย
สำนักงาน กสทช. จะนำความคิดเห็นเหล่านี้มาประมวลเข้ากับการรับฟังความคิดเห็นที่ได้จากเวทีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ในวันนี้ (21 มิ.ย.55) เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กทค. พิจารณา ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างประกาศฯ ตามข้อมูล เหตุผล ที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้นก็จะส่งไปขอความเห็นชอบจากที่ประชุม กสทช. แล้วส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกาศบังคับใช้ต่อไป
สภาห่วงพ.ร.บ.ฟอกเงินก่อการร้ายถูกกำหนดโดยคณะมนตรียูเอ็น
เปิดเนื้อหาร่างพ.ร.บ."ฟอกเงิน-ก่อการร้าย" ส.ส."ปชป.-พท."ห่วงการขึ้นบัญชีผู้ก่อการร้ายในไทย ถูกกำหนดโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
การประชุมสภาผุ้แทนราษฏร มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่....) พ.ศ.... (พ.ร.บ.ฟอกเงิน) และ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ..... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เห็นว่าเป็นร่างกฎหมายที่มีความใกล้เคียงกัน จึงขอให้ที่ประชุมได้พิจารณาเนื้อหา สาระไปพร้อมกัน
สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ. ซึ่งมีเนื้อหาเหมือนกันนั้น มีทั้งหมด 15 มาตรา กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) มีอำนาจการจัดทำบัญชีผู้ก่อการร้าย ภายใต้มติหรือประกาศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และคำรับรองของรัฐบาลไทย นอกจากนั้นให้อำนาจในการออกระเบียบ หลักเกณฑ์เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่, การดูแล ตรวจสอบ ประเมินผล และได้ให้อำนาจผู้มีหน้าที่รายงาน ซึ่งเป็นผู้ประกอบอาชีพที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 ให้ระงับการดำเนินการกับทรัพย์สิน หรือกิจการของบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ผู้ที่รายงานจะไดรับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดชอบหากเกิดกรณีความเสียหายให้กับบุคคลใด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ภาพรวมของการอภิปรายในช่วงเช้า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ เพื่อไทย ได้แสดงความเห็นห่วงต่อกรณีที่ให้มีการขึ้นบัญชีผู้ก่อการร้ายของไทยที่ต้องขึ้นอยู่กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยที่รัฐบาลไทยไม่สามารถตรวจสอบในข้อเท็จจริงได้
ที่มาข่าว กรุงเทพธุรกิจ
ชมรมต้มยำกุ้งฟ้องหมิ่นเนชั่นสุดฯ กล่าวหาเป็น “ขบวนการก่อการร้าย”
มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมระบุว่า ในวันที่ 20 มิถุนายน 2555 ทนายความได้ยื่นคำฟ้องบริษัท เอ็นเอ็มจี นิวส์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์เนชั่นสุดสัปดาห์ต่อศาลจังหวัดปัตตานีในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในกรณีนำเสนอบทความและภาพถ่ายลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือนิตยสารดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นการใส่ความทำให้คนไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปเป็นผู้ประกอบการร้านต้มยำกุ้งที่ประเทศมาเลเซียได้รับความเสียหาย
ผู้ประกอบการร้านต้มยำกุ้งในมาเลย์ซึ่งเป็นโจทย์ในคดีนี้ ได้แก่ นายสำสูเด็ง แวซุกาเลาะ นายอับดุลรอฮะ กามา นายอิสมาแอ เจ๊ะอาแว นายอับดุลมุมิน แวนาแว นายอุเทน หมัดหมาน นายยอรี ปะนาฆอและนายอภิชาติ เหล็มโส๊ะ ส่วนจำเลยที่ 1 คือ บริษัท เอ็นเอ็มจี นิวส์ จำกัด ในฐานะเจ้าของกิจการนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ และจำเลยที่ 2 บรรณาธิการและบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาในฐานะบรรณาธิการผู้รับผิดชอบในการจัดทำและควบคุมเนื้อหา ข้อความ หรือภาพที่ลงพิมพ์ในหนังสือนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1036 วันที่ 6 เม.ย. 2555
โดยในคำฟ้องได้ระบุว่าวันที่ 6 เม.ย. 2555 จำเลยที่ 1 และ 2ได้ร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งเจ็ดด้วยการพิมพ์และโฆษณาข่าวในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ โดยการนำภาพถ่ายของโจทก์ทั้งเจ็ดลงพิมพ์เป็นภาพปกในหน้าแรกและพาดหัวข่าวว่า ‘ทวี สอดส่อง’ ซดต้มยำมาเลย์ไม่เจรจาแต่พาที”
โจทย์ทั้งเจ็ดได้ยื่นฟ้องเนื่องจากการนำภาพถ่ายและเขียนบทความดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการใส่ความพวกตนทำให้ประชาชนทั่วไปที่ได้อ่านข่าวเข้าใจไปในทางที่ว่าพวกตนเกี่ยวข้องเป็นสมาชิกระดับแกนนำของขบวนการบีอาร์เอ็นคองเกรสซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนการก่อการร้ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งข้อความอธิบายตามภาพถ่ายดังกล่าวเป็นความเท็จทั้งสิ้น ซึ่งทำให้พวกตนได้รับความเสียหายจึงฟ้องคดีนี้เพื่อให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 326, 328
ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 10 ก.ย. 2555 เวลา 09.30 น.
คำวินิจฉัยกฤษฎีกา"บุตรโดยชอบด้วยกม.ตามกฎหมายอิสลาม"
คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวว่า กรณี นายซาการียา มะเกมีนา และนางสาวรอฮานิง ยาเง๊าะ เป็นอิสลามศาสนิกมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนราธิวาส ได้ทำการสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายอิสลามแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตต์จังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. ๒๔๘๙ ถึงแม้จะไม่ได้ จดทะเบียนสมรสกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ตาม
ดังนั้น นางสาวอานิตา มะเกมีนา และเด็กหญิงอารีนี มะเกมีนา ซึ่งเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสดังกล่าวย่อมเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมิต้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายอีก