สธ.จ่อชงร่างก.ม.คุมยาสูบใหม่เข้า ครม.เพิ่มโทษหนักขึ้น
วันที่ 16 ส.ค. นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ สธ.ดำเนินการปรับปรุงยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการควบคุมการบริโภคยาสูบฉบับใหม่ เพื่อใช้แทนกฎหมายเดิม 2 ฉบับ ซึ่งใช้มานาน 20 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2535 คือ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ จำนวน 26 มาตรา และ พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ จำนวน 15 มาตรา ทั้งนี้ จะผนวกให้เป็นฉบับเดียวและปรับปรุงบทบัญญัติให้มีความทันสมัย ทันสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง อาทิ กลยุทธ์การตลาดของบริษัทบุหรี่ ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ๆ ที่ออกสู่ท้องตลาด เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทยที่ไม่สูบบุหรี่ 51 ล้านคน ให้ปลอดภัยจากการสูดควันบุหรี่หรือบุหรี่มือสอง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล
นพ.สุรวิทย์ กล่าวว่า ตามร่างกฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบฉบับใหม่นี้ มีทั้งหมด 9 หมวด 80 มาตรา ให้ความหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบใหม่ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของใบยาสูบหรือพืชนิโคเทียนานทาแบกคุม (Nicotianatabcum) รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่มีสารนิโคตินเป็นส่วนประกอบ บริโภคโดยวิธีสูบ ดูด อม เคี้ยว กิน เป่าหรือพ่นเข้าไปในปากหรือจมูก ทา หรือโดยวิธีอื่นเพื่อให้ได้ผลเช่นเดียวกัน และจะห้ามการขายหลายรูปแบบ ได้แก่ 1. เพิ่มอายุขั้นต่ำที่จะซื้อบุหรี่จากเดิมอายุ 18 ปี เป็น 20 ปี และห้ามคนอายุต่ำกว่า 18 ปีขายบุหรี่ 2. ห้ามการขายที่ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น ห้ามขาย ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยใช้เครื่องขายอัตโนมัติ ขายทางอินเตอร์เน็ต การเร่ข่าย การลดแลกแจกแถม การส่งเสริมการขาย 3. ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบบุหรี่ซิกาแรตต่ำกว่าซองละยี่สิบมวน ห้ามแบ่งขายเป็นมวนๆ และ 4. ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบในสถานที่ต้องห้าม 100 เปอร์เซนต์ 4 แห่ง ได้แก่ สถานศึกษา ศาสนสถาน สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานที่ราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
5. ห้ามแสดงชื่อหรือเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ยาสูบ ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าในทุกสื่อ รวมทั้งห้ามเผยแพร่กิจกรรมซีเอสอาร์ เป็นต้น รวมทั้งได้เพิ่มบทลงโทษรุนแรงขึ้น เช่นหากสูบในพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่เพิ่มค่าปรับจากเดิม 2,000 บาทเป็น 5,000 บาท หากฝ่าฝืนเผยแพร่กิจกรรมซีเอสอาร์บุหรี่ มีโทษสถานหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเพิ่มรายวันๆ ละไม่เกิน 50,000 บาท หากยังมีการฝ่าฝืนต่อเนื่อง
รมช.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ โดยเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 ภาค คือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นวันที่ 14 ก.ย. 55 ที่ จ.นนทบุรี พร้อมทั้งได้แจ้งเวียนหน่วยงานราชการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสอบถามความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.tobaccohearing.com ส่วนใหญ่ทุกฝ่ายเห็นด้วย โดยจะปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้สมบูรณ์แบบที่สุด และนำเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบระดับชาติ หรือ คบยช. และ ครม.พิจารณาต่อไป คาดว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ สามารถประกาศใช้ในปีหน้า ถือว่าเป็นกฎหมายควบคุมยาสูบชั้นนำระดับโลก
อ่านเพิ่มเติม: ไทยรัฐออนไลน์
กก.พิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย หวังอีก 1 ปีไทยมี พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ
วันที่ 15 ส.ค. 55 นายกำชัย จงจักรพันธ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายว่าด้วยหลักประกันธุรกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจขนาดเล็กประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งทุน ไม่ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ และหันไปพึ่งแหล่งทุนนอกระบบ ทำให้ต้นทุนสูง ขณะเดียวกันเกิดความไม่เป็นธรรมในการบังคับชำระหนี้ ซึ่งส่งผลเสียต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ดังนั้น คณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2541 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ และคณะกรรมการดังกล่าวเห็นว่าปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อยเป็นเรื่องสำคัญต้องได้รับการแก้ไข และเหตุสำคัญอันหนึ่งของการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนคือ ข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย ดังนั้นจึงจัดทำร่างพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. .... ขึ้น โดยพัฒนาจากร่างฎหมายเดียวกันที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2545 และ พ.ศ. 2552 ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. .... คาดว่าภายใน 1ปีจากนี้ไป จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. .... ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภา โดยหวังว่าจะได้รับความเห็นชอบและใช้เป็นกฎหมายเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ภาคธุรกิจต่อไป
“กฎหมายไม่เป็นโทษกับผู้ใดเลย เป็นประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจประเทศโดยรวม แต่ผ่านมานานไม่ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ ขณะที่แนวความคิดในการร่างกฎหมายนี้ มีมานานเกือบ 20 ปีมาแล้ว โดยเริ่มแต่งตั้งคณะกรรมการร่างกฎหมายเมื่อปี พ.ศ.2541 ทั้งนี้ ขอขอบคุณผู้มีส่วนริเริ่มและจัดทำร่างกฎหมายหลักประกันฯ ฉนับนี้มาก่อน” นายกำชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายฉบับนี้เปรียบได้กับเครื่องทางธุรกิจที่ดีแต่ไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์คณะกรรมการปฎิรูปกฎหมายพยายามจะนำกฎหมายฉบับนี้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อรับกับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีเศษ หากธุรกิจไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็จะไม่มีเงินทุนนำไปพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็ง การมีต้นทุนที่สูงกว่าจะกลายเป็นข้อจำกัดและส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและกระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศในที่สุด
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ศาลสั่งสำนักนายกฯ ชดเชยสองเยาวชนถูกทหารซ้อม 2 แสน
วันที่ 16 ส.ค.55 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมออกใบแถลงข่าวเพื่อชี้แจงว่าศาลปกครองสงขลาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2555 ให้สำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายมะเซาฟี แขวงบู อายุ 20 ปี และเด็กชายอาดิล สาแม อายุ 14 ปี สองเยาวชนที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ทหารทำร้ายร่างกายในระหว่างการลาดตระเวนและตรวจค้นตัวโดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เหตุเกิดเมื่อวันที่11 พ.ค. 52 บริเวณถนนริมแม่น้ำปัตตานี ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
ศาลได้พิพากษาว่า แม้กฎอัยการศึกจะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารในการตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ แต่ในระหว่างตรวจค้นได้มีการทำร้ายเยาวชนทั้งสองจนได้รับบาดเจ็บ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำละเมิด เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรีจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดให้นายมะเซาฟีเป็นค่าขาดแรงงานในครัวเรือนและประโยชน์จากการทำงาน ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดยะลา วันละ 250 บาท และแพทย์มีความเห็นให้หยุดพัก 5 วัน จึงคิดค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นเงิน 1,200 บาท ส่วนเด็กชายอาดิล สาแม กำลังศึกษาอยู่ จึงไม่มีค่าเสียหายในส่วนนี้
อ่านเพิ่มเติม: โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ) ผ่าน ประชาไท
ผู้ต้องขังคดีที่ดินลำพูนได้รับอภัยโทษ หลังอยู่เรือนจำรวม 70 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประเวศน์ ปันป่า หรือลุงแดง ผู้ต้องขังในคดีที่ดินลำพูน จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำลำพูนในวันพฤหัสบดี ที่ 16 ส.ค.55 เวลา 9.30 น. เนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามกุฏราชกุมาร ภายหลังที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำรวม 70 วัน จากโทษจำคุก 1 ปี ฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.55 ศาลจังหวัดลำพูนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่ดินลำพูน ซึ่งมีจำเลยคือ นายประเวศ ปันป่า นายสืบสกุล กิจนุกร และนายรังสรรค์ แสนสองแคว โดยนายประเวศ ปันป่าให้ลงโทษฐานร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 365(2) จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่ามีหลักฐานภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ในที่เกิดเหตุจริงซึ่งเป็นประจักษ์พยานเพียงแค่แปลงเดียว ส่วนข้อหาเรื่องการทำไม้ พิสูจน์แล้วเห็นว่าไม่มีไม้ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มีเพียงต้นมะม่วง 20 ต้น จึงไม่มีความผิด
ปัจจุบัน จ.ลำพูน มีเกษตรกรและผู้นำขบวนการ 22 คน ที่ถูกศาลพิพากษาในคดีที่ดินลำพูน โดย 20 คน มาจากบ้านท่าหลุก ต.หนองล่อง กิ่งอ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน อีก 2 คน มาจากบ้านดงขี้เหล็ก ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2553 หลังถูกจำคุกอยู่ 6 เดือน ส่วนจำเลยอีก 10 คน ยังคงถูกดำเนินคดีในศาลชั้นต้น โดย 8 คน มาจากบ้านแพะใต้ กิ่งอ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน และ 2 คน มาจากบ้านไร่ดง ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน
อ่านเพิ่มเติม : ประชาธรรม (ผ่านประชาไท)
ศาลชี้ หญิงก่อเหตุต่อพระบรมฉายาลักษณ์ แม้ป่วยทางจิตก็มีสิทธิ์ติดคุก
วันที่ 16 ส.ค. นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึง การดำเนินคดีกับนางฐิตินันท์ แก้วจันทรานนท์ อายุ 63 ปี ที่ก่อเหตุไม่เหมาะสมต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน้าศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาตรา 112 ว่า กรณีที่ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาอ้างในชั้นพนักงานสอบสวนว่ามีความบกพร่องทางจิตนั้น พนักงานสอบสวนจะต้องส่งไปตรวจสภาพจิตกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ได้ข้อสรุปว่าผู้ต้องหาป่วยเป็นโรคจิตหรือวิกลจริตจริงดังที่กล่าวอ้างหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนกระบวนการ เนื่องจากจะมีผลต่อการพิจารณาคดีในชั้นศาล คือ หากผู้ต้องหาเป็นโรคจิตถาวร ก่อเหตุและกระทำผิดไปโดยไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ก็อาจจะเข้าข่ายไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้าผู้ต้องหามีอาการทางจิตชั่วครั้งชั่วคราว หรือสามารถพูดคุยรู้เรื่องบ้าง ก็อาจจะถูกลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่ระบุไว้ ดังนั้นหากผลตรวจของแพทย์ได้ข้อสรุปว่า ผู้ต้องหามีอาการทางจิต แต่รู้สึกผิดชอบ หรือบังคับตัวเองได้บ้าง ศาลก็อาจจะใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกน้อยกว่าที่กำหนดไว้ เช่น จำคุก 1 ปี หรือจำคุก 2 ปี
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือศาลเห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลย เป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ กฎหมายให้งดการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดีไว้ก่อน และให้ส่งตัวผู้นั้นไปรักษายังโรงพยาบาลโรคจิตตามแต่สมควรหรือจนกว่าจะสามารถต่อสู้คดีได้
“คดีที่ป่วยทางจิตจะดูไม่ยาก เพราะส่วนใหญ่จะมีประวัติการป่วยและการรักษา อย่างเช่น คดีคนร้ายกราดยิงผู้ชมหนังแบทแมนที่โรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ ก็พบว่าคนร้ายเคยมีประวัติการรักษาอาการทางจิตมาก่อน ซึ่งกรณีเดียวที่ทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ คือต้องป่วยเป็นโรคจิตจริงๆ เท่านั้น เชื่อว่าไม่สามารถแกล้งป่วยกันได้”
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์
หวั่นรัฐหนุนทำพนันถูกกม.-ขายสลากออนไลน์
เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันยื่นหนังสือถึงสมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องให้ตรวจสอบและศึกษาผลกระทบจากนโยบายเพิ่มพื้นที่การพนัน โดยการออกสลากอัตโนมัติและแก้ไขพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งสืบเนื่องจากที่กระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. .... โดยมีเนื้อหาที่ว่าด้วยการอนุญาตให้หนี้การพนันที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายสามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวลอาจเปิดช่องให้มีการเปิดบ่อนเสรีหรือฟอกเงินได้
นายมณเฑียร บุญตัน รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ กล่าวว่า “สิ่งที่เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันเป็นห่วงคือ การพยายามทำให้การพนันถูกกฎหมาย รวมถึงให้หนี้พนันถูกกฎหมาย การกู้หนี้ที่เกิดจากการพนันต้องชดใช้ และอาจจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เยาวชนเข้าถึงการพนันได้ง่ายและสูงขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คณะกรรมมาธิการจะนำข้อเสนอของเครือข่ายไปพิจารณา จากนั้นจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญเพื่อปฏิรูปสลากและการพนันอื่นๆ เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนในการจัดระเบียนปัญหาดังกล่าว”
ด้านนายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ มีข้อเสนอดังนี้ 1.รัฐบาลไม่ควรเพิ่มพื้นที่การพนันเพื่อให้เยาวชนและประชาชนเข้าถึงการเล่นสลากกินแบ่งฯ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเล่นการพนันมากขึ้น เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย 2. ขอให้กรรมาธิการศึกษาเรื่องผลกระทบในประเด็นต่างๆทั้ง พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ....และหวยออนไลน์ โดยคำนึงถึงผลกระทบทางด้านสังคม จริยธรรม ศีลธรรม มากกว่า จะมองเรื่องของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
อ่านเพิ่มเติม: โพสต์ทูเดย์
กทม.ใช้ไม้แข็ง! สั่งเอาผิดอาญาทันทีป้ายผิดกฎหมาย
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ป้ายขนาดใหญ่ที่ถูกลมพายุพัดล้มใส่บ้านเรือนประชาชน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ภาพรวมของป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครมีกว่า 1,500 ป้าย กทม.รื้อไปแล้วกว่า 500 ป้าย ดังนั้น จึงเหลือประมาณ 1,000 ป้าย และในจำนวนนี้มีป้ายที่ผิดกฎหมายประมาณ 142 ป้าย ซึ่ง กทม.กำลังดำเนินการอยู่
สำหรับมาตรการที่ กทม.ทำอยู่คือ ให้ทางเขตสำรวจป้ายที่ตกหล่น และประสานเจ้าของป้ายทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือต้องรื้อทิ้ง และเรื่องเหล่านี้มีการฟ้องร้องต่อศาลอยู่ด้วย ซึ่งตามกฎหมายป้ายขนาดใหญ่ต้องมีการต่ออายุกับ กทม.ทุกปี และล่าสุดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้สั่งการว่า หากพบป้ายที่ผิดกฎหมายให้รื้อในทันที ไม่ต้องรอให้ถึง 30 วัน ตามกฎหมายกำหนด
ขณะที่มติล่าสุดที่ กทม.ประชุมกัน คือป้ายที่ผิดกฎหมาย จะมีโทษทางแพ่ง ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และโทษอาญา ให้เอาผิดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งเรื่องดังกล่าวผู้ว่าฯ กทม.ได้กำชับผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ว่า หากพบจะต้องแจ้งความเอาผิดทางอาญาทันที เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดซ้ำอีก ทั้งนี้ ต้องใช้ไม้แข็ง เพราะได้เตือนและแจ้งแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งจากนี้ไป กทม.ยอมไม่ได้อีกแล้ว
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
ครึ่งปี ตร.จับซอฟต์แวร์เถื่อนเกือบ100แห่ง ความเสียหาย174ล้าน
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรก บก.ปอศ.ได้ดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนเครื่องพีซี 91 แห่ง ซึ่งติดตั้งซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 1,434 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 174 ล้านบาท โดยเป็นซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ของบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ อาทิ ไมโครซอฟท์ ออโต้เดสก์ และไทยซอฟท์แวร์เอ็นเตอร์ไพรส์
ทั้งนี้ กองบังคับการฯ มีนโยบายเร่งปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนเครื่องพีซีในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนเครื่องพีซีในอัตราสูง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมในภาคการผลิต ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและออกแบบตกแต่ง บก.ปอศ.เล็งเป้าหมายไปที่โรงงานกว่า 1,200 แห่ง บริษัทผู้ส่งออก 600 แห่ง รวมทั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างและออกแบบตกแต่งประเภทธุรกิจละ 350 แห่ง นอกจากนี้ ยังจะขยายผลไปถึงผู้ซื้อและผู้ขายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วประเทศ เพื่อสานต่อการจัดการปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งประเทศไทยได้ดำเนินการเป็นอย่างดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากความร่วมมือของหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน ทำให้อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนเครื่องพีซีลดลงจาก 80% ในปี 2549 ลงมาเหลือ 72% ในปี 2554 ตามรายงานของไอดีซี
คาดว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะทำให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากสถานะประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ตามรายงานของสํานักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 ซึ่งจะมีการประเมินประเทศคู่ค้า แต่ละแห่งเป็นรายปีในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และแนวทางปฏิบัติว่าด้วยการเข้าถึงตลาด (Market Access Practice) ทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
"อินเทอร์เน็ตและระบบคลาวด์ กลายเป็นปัจจัยทำให้เกิดการล่วงละเมิด ซึ่งกฎหมายในปัจจุบันยังไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีได้อย่างเท่าทัน อย่างไรก็ตาม เรายังตั้งเป้าลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ให้เหลือ 70% ในสิ้นปีนี้ พร้อมรณรงค์ให้ภาคอุตสาหกรรมและเอกชนให้ความสำคัญในการจัดทำกลยุทธ์ เช่น การปรับลดราคาซอฟต์แวร์ เพื่อกระตุ้นหู้บริโภคทั้งในส่วนองค์กรและประชาชนเห็นความคุ้มค่าในการใช้งานสินค้าลิขสิทธิ์มากขึ้น" พ.ต.อ.ชัยณรงค์ กล่าว
อ่านเพิ่มเติมที่: ไทยรัฐออนไลน์
ศาลอังกฤษตัดสินไม่อนุญาตการุณยฆาต
ศาลสูงอังกฤษออกคำพิพากษาคดีการุณยฆาตประวัติศาสตร์ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลก ไม่อนุญาตให้นายโทนี นิกคลินสัน ชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะ 'ล็อกอิน ซินโดรม' หรือการเป็นอัมพาตในทุกส่วนของร่างกาย มีสิทธิ์ร้องขอให้แพทย์จบชีวิตตนเอง ซึ่งหมายความว่าแพทย์ที่ยินยอมช่วยจบชีวิตนายนิกคลินสันจะต้องได้รับโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามกฎหมาย
ศาลแถลงว่าคณะผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีตระหนักดีว่ากรณีดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนทางจริยธรรมและสิทธิมนุษยชนอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งเห็นใจนายนิกคลินสันที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก แต่กฎหมายอังกฤษระบุชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้มีการทำการุณยฆาต ซึ่งคือการให้แพทย์ช่วยจบชีวิต หรือปล่อยให้คนไข้ที่ป่วยด้วยโรคที่เกินเยียวยาและอยู่ในภาวะทุกข์ทรมานจากโรคดังกล่าวเสียชีวิตโดยไม่ให้ความช่วยเหลือ ศาลจึงไม่มีอำนาจที่จะอนุญาตให้เฉพาะกรณีของนายนิกคลินสันได้ จนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวโดยรัฐสภา
นายนิกคลินสันและญาติ ต่างแสดงความผิดหวังอย่างมากกับคำตัดสินดังกล่าว โดยนายนิกคลินสัน ซึ่งไม่สามารถพูดได้ กล่าวผ่านคอมพิวเตอร์ช่วยพูดของเขาว่า คำพิพากษาดังกล่าวเป็นการปัดความรับผิดชอบของศาล โดยเขายืนยันว่าจะสู้คดีต่อไปจนถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าเขาหรือรัฐบาลกันแน่ที่เป็นผู้กำหนดสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของตนเอง ส่วนภรรยาของนายนิกคลินสันกล่าวว่า คำตัดสินของศาล เป็นการละเมิดสิทธิในการฆ่าตัวตายของสามี ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชากรชาวอังกฤษทุกคนมีอย่างเท่าเทียมกัน เพียงแต่สามีของเธอไม่สามารถฆ่าตัวตายได้ด้วยตนเอง เนื่องจากโรคที่เป็นอยู่ โดยเธอยังกล่าวอีกด้วยว่า การที่แพทย์ไม่ได้รับอนุญาตให้นายนิกคลินสันรับการทำการุณยฆาต เป็นการบีบบังคับให้เขาต้องมีชีวิตอย่างทุกข์ทรมานต่อไปโดยไม่จำเป็น หรือต้องจบชีวิตตนเองด้วยวิธีการที่ทรมานอย่างการอดอาหารได้
ที่มา : Voice TV
นักเคลื่อนไหวมาเลเซียทำ 'อินเทอร์เน็ตจอมืด'
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 55 บรรดาบล็อกเกอร์ชื่อดัง เอ็นจีโอ และนักการเมืองฝ่ายค้านในมาเลเซีย พร้อมใจกันทำ "อินเทอร์เน็ตจอมืด" ประท้วงกฎหมายฉบับใหม่ที่เอาผิดผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โทษฐานโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลหมิ่นประมาท การรณรงค์ใช้วิธีให้เว็บไซต์ต่างๆ ทำให้หน้าเว็บของตนกลายเป็นหน้าจอสีดำและแสดงข้อความต่างๆ โจมตีบทบัญญัติข้อใหม่ในกฎหมายว่าด้วยหลักฐาน ซึ่งได้มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างกว้างขวาง
กลุ่มผู้ต่อต้านกฎหมายนี้บอกว่า เว็บโฮสต์ ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ อาจมีความผิดได้ หากส่งต่อเนื้อหาที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือเป็นอันตราย บรรดานักเคลื่อนไหววิจารณ์ว่า รัฐบาลผสมซึ่งปกครองมาเลเซียมานานกว่า 5 ทศวรรษ ใช้กฎหมายมาตรานี้ในการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต
การรณรงค์นำโดยศูนย์สื่ออิสระ หรือซีไอเจ ซึ่งบอกว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์และการมีส่วนร่วมของประชาชน และเรียกร้องให้ยกเลิกหรือแก้ไขมาตราที่ว่านี้
นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก กำลังจะจัดการเลือกตั้งในปีหน้า ซึ่งเขาจะแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมากในการหาเสียง เนื่องจากรัฐบาลจำกัดการเข้าถึงสื่อกระแสหลัก ทั้งนี้ มาเลเซียปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยม แต่นาจิบซึ่งขึ้นครองอำนาจเมื่อปี 2552 ได้ยกเลิกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพบางฉบับ เพื่อเรียกเสียงสนับสนุน อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านและกลุ่มสิทธิมนุษยชนบอกว่า รัฐบาลเล่นละครตบตา กฎหมายที่ออกมาใช้แทนนั้นดีกว่าฉบับเดิมเพียงเล็กน้อย
ที่มา : VoiceTV