รอบอาทิตย์แรก ปี 2556 : ช่อง 3 เผยเหตุสั่งถอดเหนือเมฆ2 ขัดมาตรา 37

รอบอาทิตย์แรก ปี 2556 : ช่อง 3 เผยเหตุสั่งถอดเหนือเมฆ2 ขัดมาตรา 37

เมื่อ 7 ม.ค. 2556

 

วธ.เดินหน้าผลักดัน-ปรับปรุงกฎหมายที่ค้างอยู่
 
3 มกราคม 2556  นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในปี 2556 กระทรวงวัฒนธรรม จะเดินหน้าผลักดัน และปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่ค้างอยู่ เช่น พระราชบัญญัติวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พระราชบัญญัติสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่อยู่ในช่วงการพิจารณาของสภา เพื่อให้กฎหมายเกิดการขับเคลื่อน
 
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
 
 
เมืองคองคอร์ดผ่าน กม.ห้ามขายน้ำดื่ม หวังลดมลพิษจากพลาสติก
 
3 มกราคม 2556 เมืองคอนคอร์ด ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายห้ามการจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวด และมีผลบังคับใช้ในวันปีใหม่ที่ผ่านมา เพื่อหวังกระตุ้นให้ประชาชนใช้น้ำดื่มจากก๊อก และแก้ปัญหามลพิษจากพลาสติกที่กำลังสร้างปัญหาทั่วโลก กฎหมายดังกล่าว บังคับใช้กับเฉพาะน้ำดื่มที่ไม่มีการปรุงแต่งกลิ่น และรสชาติ หรือทำให้สดชื่น ซึ่งเครื่องดื่มโค้ก หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้รับการยกเว้น
        
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีการตักเตือนผู้ที่ฝ่าฝืนครั้งแรก และหากมีการจำหน่าย และกระทำผิดเป็นครั้งที่ 2 จะถูกปรับเงินเป็น 25 ดอลลาร์สหรัฐ และ 50 ดอลลาร์สหรัฐ
 
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
 
 
"โอบามา"ลงนาม ก.ม.รีดภาษีคนรวย ลดหย่อนภาษีชนชั้นกลาง
 
3 มกราคม 2556  ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามร่างกฎหมายเพิ่มการเก็บภาษีคนร่ำรวย และลดหย่อนภาษีให้แก่ครอบครัวชนชั้นกลางแล้ว ในวันนี้ ระหว่างกำลังพักผ่อนที่เกาะฮาวาย
 
การลงนามกฎหมายครั้งนี้ทำเครื่องออโตเพนต์ หลังจากที่เมื่อวานนี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก มีมติเห็นชอบให้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 257 ต่อ 167 เสียง เป็นการต่ออายุมาตรการลดภาษีชนชั้นกลาง และลดงบประมาณกระทรวงต่างๆ ต่อไปเป็นการชั่วคราวอีก 2 เดือน ช่วยให้สหรัฐฯ รอดพ้นจากวิกฤตหน้าผาทางการคลัง ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมา
 
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
 
 
กสทช.เอาจริงเข้มกฎคุ้มครองผู้บริโภค
 
ประเดิมปีคุ้มครองผู้บริโภค กสทช. สั่งค่ายมือถือเร่งปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมสั่งทีโอทีทำสัญญาเชื่อมต่อไอซีกับดีแทค
 
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีคำสั่งให้บริษัท ทีโอที ทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ให้แล้วเสร็จภายในภายใน 7 วัน ซึ่งปัจจุบัน ทีโอที ยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
 
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ และประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึง ทีโอที ให้ดำเนินการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่าย และให้ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 20,000 บาท ต่อสำนักงาน กสทช. นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนด 7 วันที่ ทีโอที ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2551 จนกว่าจะทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายกับดีแทคแล้วเสร็จ
 
สำหรับกรณี กสทช. มีคำสั่งให้กำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตรา 1 แสนบาท ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า (พรีเพด) บังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ปัจจุบันพบว่า เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ยังคงกำหนดระยะเวลาการใช้งานสำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าอยู่  จึงมีหนังสือไปยัง 3 บริษัทขอให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยให้แก้ไขปรับปรุงเงื่อนไขการให้บริการ ไม่ให้มีข้อกำหนดต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. เป็นการล่วงหน้า และให้ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 1 แสนบาท ต่อสำนักงาน กสทช. ให้ครบถ้วน โดยเริ่มปรับตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ไปจนกว่าทั้ง 3 บริษัทจะปฏิบัติตามประกาศฯ อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ หากทั้ง 3 บริษัทยังคงฝ่าฝืนคำสั่ง เลขาธิการ กสทช. จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 พิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตราที่สูงขึ้นต่อไป
 
ส่วนการให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้า หรือ พรีเพด  จาก 5 บริษัท ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค ทีโอที กสทโทรคมนาคม และทรูมูฟ ให้ครบถ้วน ปรากฏว่า ทั้ง 5 บริษัท ยังไม่ดำเนินการ ดังนั้น ทางกสทช. จึงได้มีหนังสือถึงบริษัทให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและปฎิบัติให้ถูกต้อง หากฝ่าฝืนคำสั่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 
นายฐากร กล่าวย้ำว่า ปี 2556 นี้เป็นปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคของ กสทช. ทางสำนักงานจะดำเนินการเรื่องการดูแลคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่เป็นธรรม จะเร่งแก้ปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคให้เรียบร้อย
 
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
 
 
ยธ. ขอไฟเขียว ครม. เสนอกม.ฟื้นฟูขี้ยา เบี้ยวเจอโทษอาญา
 
ยธ. เตรียมชง ครม.ขอไฟเขียว ก.ม.ขออนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด (ฉบับที่..) พ.ศ. ... หากเบี้ยว เตรียมเจอโทษอาญา
 
วันที่ 4 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 8 ม.ค.กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ขออนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด (ฉบับที่..)   พ.ศ. .... ที่ได้แก้ไขตามผลการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว      
 
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 เพื่อกำหนดให้บุคคลซึ่งผ่านการตรวจหรือทดสอบเบื้องต้นว่า มียาเสพติดอยู่ในร่างกาย และสมัครใจจะขอเข้ารับฟื้นฟูสมรรถภาพได้รับการยกเว้น ไม่ต้องถูกแจ้งข้อหายา เสพติด โดยเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติดต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าว ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในสถานพยาบาลตามกฎหมาย เกี่ยวกับยาเสพติด และ มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเป็นหลักฐานในการเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด หากฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ถือเป็นความผิดทางอาญา.
 
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
 
 
ช่อง 3 เผยเหตุสั่งถอดเหนือเมฆ 2 ขัดมาตรา 37
 
5 มกราคม 2556 กสทช.เผยช่อง3ระบุเหตุระงับออกอากาศเหนือเมฆ2เหตุเนื้อหาขัดมาตรา37 กม.ประกอบกิจการโทรทัศน์ "สุภิญญา" เสนอบอร์ดถกจันทร์นี้แนะควรเชิญช่อง3มาชี้แจง
 
พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ) ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับเนื้อหา กล่าวว่า ได้คุบกับผู้บริหารระดับสูงของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ถึงเหตุผลในการะงับออกอากาศละครเรื่องเหนือเมฆ2แล้ว ได้รับชี้แจงว่าเนื้อหาของละครขัดมาตรา 37  พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 จึงต้องงดออกอากาศ แต่ไม่ได้บอกว่าเนื้อหาตรงส่วนไหนขัดกับมาตราดังกล่าว
 
อย่างไรก็ตามเมื่อเนื้อหาส่วนที่เหลือยังไม่ได้ออกอากาศ กสทช.ก็ไม่มีระบบที่จะไปขอตรวจเนื้อหา และการที่ช่อง 3 งดออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 คิดว่าช่อง 3 คงพิจารณาดีแล้วว่าตัวเนื้อหาละครไม่เหมาะสม ซึ่งการที่จะให้ละครออกอากาศหรือไม่นั้น ช่อง 3 ก็มีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องเนื้อหาอยู่แล้ว
 
ทั้งนี้ในวันที่ 7 ม.ค.นี้กสทช.จะส่งหนังสือสอบถามไปยังสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 เพื่อขอข้อมูลการยกเลิกออกอากาศละครเรื่องเหนือเมฆ2  เนื่องจากเห็นว่าเป็นประเด็นที่สังคมสนใจเป็นวงกว้าง
 
"เรื่องดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นปัญหาที่ต้องเรียกทางช่อง3เข้ามาชี้แจง โดยจะเป็นเพียงแค่การส่งหนังสือเพื่อขอข้อมูลมาศึกษาและพิจารณาเท่านั้น"พล.ท.พีระพงษ์กล่าว
 
อนึ่งมาตรา 37 ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง
 
ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการ กสทช. ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ @supinya ระบุว่า ทางกฎหมาย กสทช.คงไม่อาจไปสั่งให้สถานีฉายหรือไม่ฉายละครเรื่องอะไร เพราะเป็นการตัดสินใจของสถานี แต่ถ้าถูกแทรกแซงทางการเมืองจริงก็ถือว่ากระทบเสรีภาพและเป็นเรื่องขาดวุฒิภาวะมาก ถ้าช่อง3 ยอมให้แทรกแซงด้วยเหตุผลที่อ่อนแอก็เป็นปัญหาจริยธรรมและศักดิ์ศรีสื่อของตัวเองซึ่งเรื่องนี้ส่วนตัวมองว่าสะท้อนวิกฤตศรัทธาต่อละครไทยในฟรีทีวีหนักขึ้น
 
"ดิฉันจะเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมบอร์ดกสทช.ในวันที่ 7 ม.ค.นี้แต่ไม่มั่นใจว่า กสทช.ท่านอื่นจะว่าอย่างไร เพราะอาจไม่ขัดข้อกฏหมาย ส่วนตัวคิดว่าเป็นปัญหาสิทธิเสรีภาพสื่อ อย่างไรก็ตามแม้อาจไม่เข้าข้อกฏหมายตรง แต่เรื่องนี้ กสทช.แสดงท่าทีได้ โดยสำนักงาน กสทช. สามารถเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงในเวทีทวิภาคี หรือไตรภาคีได้"น.ส.สุภิญญา
 
น.ส.สุภิญญากล่าวว่า กสทช. ควรเชิญตัวแทนช่อง3มาชี้แจงถึงเหตุผลในการปลดรายการกลางอากาศ เพราะกระทบคนรอดูปริมาณมาก
 
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
 
 
“อียู” เริ่มใช้กฎหมาย “ยูโร 6” ควบคุมการปล่อยก๊าซพิษจากรถบรรทุก
 
วันนี้ ( 5 ม.ค. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียมว่า สหภาพยุโรป ( อียู ) เริ่มบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ที่มีเนื้อหาควบคุมการปล่อยก๊าซพิษจากรถบรรทุก และรถโดยสาร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อลดการก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
 
 
นายอันโตนิโอ ทาจานี กรรมาธิการยุโรปด้านอุตสาหกรรม แถลงว่า มาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา กำหนดให้พาหนะโดยสารประเภทรถบรรทุกและรถโดยสารรุ่นใหม่ ที่มีน้ำหนักลงเพลา 3.5 ตันขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนการใช้เครื่องยนต์ “ยูโร 6” ที่จะมีการติดตั้งระบบปรับลดปริมาณการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ให้ได้ 80% และควบคุมปริมาณการปล่อยเขม่าไม่ให้เกิน 66% 
 
 
ทั้งนี้ อียูมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า นอกจากกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซพิษสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังจะช่วยปรับปรุง และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรปด้วย เนื่องจากเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศคู่ค้า ที่ต้องการซื้อพาหนะที่ผลิตขึ้นในยุโรปว่า สินค้าที่ได้รับผลิตก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในปริมาณที่ต่ำมาก
 
ที่มา : เดลินิวส์