รอบอาทิตย์ที่สอง ม.ค.56 : ช่อง3ยันสั่งแบนเหนือเมฆเอง

รอบอาทิตย์ที่สอง ม.ค.56 : ช่อง3ยันสั่งแบนเหนือเมฆเอง

เมื่อ 14 ม.ค. 2556

“ศาลปกครองสูงสุด” สั่งเยียวยาชาวบ้านคลิตี้ 1.77 แสน กระทบตะกั่วปนเปื้อนลำห้วย

10 ม.ค. ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองกลาง โดยสั่งให้กรมควบคุมมลพิษกำหนดแผนงาน วิธีการ และดำเนินการฟื้นฟูตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ให้ครอบคลุมทุกฤดูกาลอย่างน้อยฤดูกาลละ 1 ครั้ง จนกว่าจะพบว่าค่าสารตะกั่วในน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี และต้องแจ้งให้นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ กับพวกทั้ง 22 คนซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีทราบโดยวิธีการเปิดเผย ด้วยการทำการปิดประกาศ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านคลิตี้ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลชะแล ที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ และให้กรมควบคุมมลพิษ ชดใช้ค่าเสียหายแก่นายยะเสอะ กับพวก ทั้ง 22 คน เป็นเงินรายละ 177,199.55 บาท รวมเป็นเงิน 3,898,390.10 บาท คืนค่าธรรมเนียมศาล
       
ทั้งนี้ คดีนี้นายยะเสอะกับพวกรวม 22 คน ชาวบ้านหมู่บ้านคลิตี้ล่างได้ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษ ต่อศาลปกครองกลาง กรณีไม่ควบคุมตรวจสอบการประกอบกิจการเหมืองแร่ และโรงแต่งแร่ ของบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปล่อยน้ำเสียซึ่งมีสารตะกั่วเจือปนในลำห้วยคลิตี้ เป็นเหตุให้นายยะเสอะ กับพวกได้รับความเสียหายเมื่อปี 2547 ต่อมาวันที่ 6 พ.ค. 2551 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษชดใช้ค่าเสียหายแก่นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณกับพวก ทั้ง 22 คน รายละ 33,783 บาท แต่ทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
       
ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษจึงต้องรับผิดชอบชดใช้เสียหายจากค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารที่นายยะเสอะกับพวกทั้ง 22 คนได้รับ นับแต่เดือน พ.ย. 2545 จนถึงวันที่ 27 ส.ค. 2547 ในอัตราเดือนละ 700 บาทต่อเดือนต่อราย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี รวมเป็นเงินรายละ 17,399.55 บาท และรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายในอนาคตที่นายยะเสอะกับพวกทั้ง 22 คนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารเดือนละ 700 บาทต่อราย และค่าเสียหายอันเนื่องจากการการถูกละเมิดสิทธิในการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ นับจากวันที่ 28 ส.ค. 2547 จนถึงวันที่ 26 มิ.ย. 2555 เป็นเงินรายละ 159,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นรายละ 177,199.55 บาท
 
 
 
สภาผ่านร่างกม.คุ้มครองผู้บริโภค, พ.ร.บ.เข้าชื่อต้องตั้งกรรมาธิการร่วม
 
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประจำวันที่ 9 ม.ค. 56 ได้มีการลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับ ตามที่คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเสร็จและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตามที่วุฒิสภาได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ ผ่าน ร่าง พ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ด้วยเสียง เห็นด้วย 386 เสียง ต่อ 5 เสียง, ผ่านร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่...) พ.ศ....ด้วยเสียงเอกฉันท์ 395 เสียง ตามที่วุฒิสภาพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม, ผ่านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่...) พ.ศ.... ด้วยเสียงเอกฉันท์ 391 เสียง ตามที่วุฒิสภาพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม โดยร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวเตรียมประกาศเพื่อบังคับใช้ต่อไป นอกจากนั้นที่ประชุมมีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่...) พ.ศ.... (ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในเรื่องไถ่ถอนมรดก ด้วยเสียง 385 เสียง ต่อ 2 เสียง, มีมติรับหลักการวาระ1 ในร่าง พ.ร.บ.ชั่งตวงวัด (ฉบับที่...) พ.ศ..... และ มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ..... หลังจากที่สภาฯ ลงมติ 6 เสียงต่อ 383 เสียง ไม่เห็นชอบตามร่างกฎหมายที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไข
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาฯ ยังมีมติให้เลื่อนเรื่องร่าง พ.ร.บ. ที่อยู่ลำดับอื่น จำนวน 8 ฉบับ ขึ้นมาแทรกลำดับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ....
 
ที่มาข่าว nationchannel
 
 
ช่อง3แถลงไร้ใบสั่ง-แบนเหนือเมฆเอง
 
นายบริสุทธิ์ บูรณะสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชา สัมพันธ์ ไทยทีวีสีช่อง 3 ให้สัมภาษณ์ประเด็นงดออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 ว่า การที่ตัดละครไม่ให้ออกอากาศเป็นการตัดสินใจของฝ่ายรายการช่อง 3 เพราะหลังจากดูเทปละครทั้ง 3 ตอนที่เหลือแล้ว ทางฝ่ายรายการเห็นว่าสุ่มเสี่ยงต่อการออกอากาศ เพราะอาจไปละเมิดหรือกระทบหลายฝ่าย 
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ละครเหนือเมฆ 2 ผ่านเซ็นเซอร์หรือยัง นายบริสุทธิ์เผยว่า เทป 3 ตอนที่ตัดออกไปยังไม่ถึงขั้นตอนเซ็นเซอร์ คือการทำละคร ทางผู้จัดเป็นคนส่งเรื่องย่อมาให้ช่องพิจารณา เมื่อผ่านช่องก็อนุมัติให้ทำบทมาส่ง ถ้าผ่านก็ให้ ผู้จัดนำกลับไปสร้างเป็นละคร จากนั้นค่อยๆ ทยอยส่งเทปมาเป็นตอน ฝ่ายรายการรับมากรองเบื้องต้น ถ้าเห็นว่ามีอะไรไม่เหมาะสมก็ส่งกองเซ็นเซอร์ ถ้ากองเซ็นเซอร์เห็นว่าไม่เหมาะจะส่งกลับมาให้ตัดตรงที่ดูแล้วไม่ควรออกอากาศ เพียงแต่ครั้งนี้ฝ่ายรายการดูแล้วรู้สึกไม่สมควรออกอากาศ เมื่อประชุมกันแล้วจึงตัดสินใจอย่างนั้น เพราะถ้าส่งไปที่กองเซ็นเซอร์คงถูกเซ็นเซอร์เหมือนกัน
 
นายบริสุทธิ์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีบางตอนในละครพูดถึงเรื่องการฉ้อโกงกันสัมปทาน ซึ่งอาจไปกระทบกับเรื่องการเมืองว่า ไม่เกี่ยว ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยว เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ทางช่องดูละครและคุยกันเสร็จ จึงแจ้งมาทางตนซึ่งเป็นทำหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนนายสมรักษ์ ณรงค์วิชัย เป็นผู้บอกกับทางผู้จัดว่าฝ่ายรายการพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสมออกอากาศ
 
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าช่อง 3 จะชี้แจงเรื่องนี้กับประชาชนอย่างไร นายบริสุทธิ์ระบุว่า เราเข้าใจคนดูก่อนที่จะตัดสินใจทำอย่างนี้ ฝ่ายรายการไตร่ตรองถึงผลได้ผลเสียแล้ว และมองว่าถ้าออกอากาศไปอาจจะมีผลเสียมากกว่านี้ คือตอนนี้ถ้าเป็นจำเลย เราต้องยอมรับ 
 
ที่มาข่าว ข่าวสด
 
 
กระทรวงกลาโหม ศึกษาแนวคิดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
 
ในเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า นายหอกลอง ณ สนามหลวง ซึ่งเป็นช่องทางการแผยแพร่ข่าวสารของกระทรวงกลาโหมนั้น ได้มีการรายงานว่า กรมสรรพกำลังกลาโหม ได้เตรียมศึกษาระบบการเกณฑ์ทหารแบบใหม่ โดยอาจยกเลิกการเกณฑ์ทหาร (Conscription) และเปลี่ยนมาเป็นการรับสมัคร (Professional Force) ตามแนวทางการพัฒนาระบบกำลังสำรองของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ได้บุคคลที่ต้องการมาเป็นทหารอย่างแท้จริง และแก้ปัญหาการหนีทหาร โดยในข้อความนั้นยังกล่าวด้วยว่า ต่อไปผู้ที่สมัครเป็นทหารเกณฑ์อาจได้เป็นนายสิบด้วยก็ได้ ซึ่งต้องรอดูต่อไป
 
ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา รัฐสภาได้พิจารณาร่าง พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร ฉบับที่... พ.ศ....  ซึ่งกระทรวงกลาโหมเสนอ โดยมีใจความสำคัญคือ กำหนดให้มีการมอบปริญญาตรี โท เอก ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนแผนที่ ให้อำนาจสภาการศึกษาวิชาทหารในการกำหนดให้มีประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิตหรือประกาศนียบัตร ให้สภาการศึกษาวิชาการทหารมีอำนาจกำหนดมาตราฐานการศึกษาวิชาทหาร รวมถึงอาจมีการรับบุคคลพลเรือนเข้ามาเรียนร่วมกับนักเรียนนายร้อย แต่เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ไม่ต้องเข้ารับราชการ เป็นต้น 
 
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เสนอแนวคิดที่จะปฏิรูปกองทัพ โดยการลดหรือควบรวมหน่วยงานที่ไม่ใช่หน่วยรบลง เน้นการว่าจ้างภายนอก (Outsourcing) การเปิดโอกาสให้ทหารชั้นประทวนสามารถเลื่อนยศเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ รวมถึงการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัยอีกหลาย ๆ ประการ โดยมีการตั้งกรรมการปรับโครงสร้างกองทัพเพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างกองทัพ เพื่อทบทวนแผนแม่บทในการปรับปรุงโครงสร้างของกองทัพในปี 2550-2559 ให้มีความเหมาะสมต่อไป
 
ที่มาข่าว thaiarmedforce.com
 
 
นักเรียนเฮ ! โรงเรียนเลิกบังคับตัดผมเกรียน-ผู้หญิงไว้ผมยาวได้
 
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับแบบทรงผมของนักเรียน นักศึกษา ว่า ได้มอบให้สำนักงานปลัดศธ. ไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่ามีกฎกระทรวงอยู่ 2 ฉบับ ซึ่งออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2515 คือ
 
ฉบับที่ 1 พ.ศ.2515 ระบุห้ามไม่ให้นักเรียนชายไว้ผมข้างหน้าและกลางศีรษะยาวเกิน 5 ซม. และชายผมรอบศีรษะต้องตัดเกรียนชิดผิวหนัง และ 2.นักเรียนหญิงตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากร.ร.หรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบร้อย ต่อมามีการแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวเพิ่มเติมจนเป็นกฎกระทรวง
 
ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 6 ม.ค. พ.ศ.2518 ระบุว่า 1.นักเรียนชายให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้าง และด้านหลังยาวเลยตีนผม 2.นักเรียนหญิงให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินก็ให้รวบให้เรียบร้อย
 
เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องทรงผมนักเรียน ขณะนี้ผมได้มอบให้สป.ศธ. ไปจัดทำหนังสือเวียนเพื่อแจ้งไปยังสถานศึกษาในกำกับของศธ.ทุกแห่ง เรื่องทรงผมนักเรียนนั้นต้องยึดกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ให้นักเรียนชายไว้ทรงยาวแบบรองทรงได้และให้นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้นหรือยาวได้ นายพงศ์เทพกล่าว
 
ที่มาข่าว เว็บไซต์สนุก
 
 
กูเกิลห่วงไทยเสียโอกาสธุรกิจ
 
8 ม.ค.56 สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) จัดอภิปรายเรื่อง ผลกระทบจากพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 
แอน ลาวิน  (Ann Lavin) ตัวแทนจากบริษัทกูเกิล กล่าวว่า  ไทยไม่ค่อยสนับสนุนในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็นมากนัก แต่เราในฐานะที่เชื่อมั่นในการแสดงความเห็นเราต้องต่อสู้เพื่อสิ่งนี้  ซึ่งจะเกิดในสังคมประชาธิปไตยที่มีหลักนิติรัฐ
 
แอนชี้ว่า ประเด็นสำคัญ คือ อาชญากรรมนั้นไม่แตกต่างกัน ไม่ว่ามันจะในออนไลน์หรือออฟไลน์ ซึ่งก็มีกฎหมายดูแลอยู่แล้ว และปัญหาสำคัญของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์คือ มาตรา 15  กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องรับโทษเท่ากับผู้กระทำผิด ทุกวันนี้เนื้อหาบริการต่างๆ ของกูเกิล เป็นภาษาไทยแค่ 1% เท่านั้น ในอินเทอร์เน็ตมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากมายที่น่านำเสนอเป็นภาษาไทย แต่กูเกิลก็ยังไม่ตัดสินใจลงทุนตั้งสาขาในไทย เพราะแม้แต่คนไทยเองก็กลัวกฎหมายเหมือนกัน เวลาที่พูดเรื่องการเมืองหรือประวัติศาสตร์
 
“เราทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์  เมื่อเราทำวิจัยเราพบว่า ประชาชนห่วงกังวลในเรื่องของข้อกฎหมายมาก และไมเข้าใจกฎหมาย นี่คือเรื่องที่เสี่ยงมากๆ  เป็นความเสี่ยงต่อการลงทุนทั้งในด้านสื่อและอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย” แอนกล่าว
 
เธอยังยกตัวอย่างของยูทูบ ผลิตภัณฑ์หนึ่งของกูเกิลซึ่งมีสาขาในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย แต่ไม่มีสาขาในประเทศไทย ด้วยเหตุผลหลักก็คือ มาตรา 15 ใน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ขณะที่ทั่วโลกมีช่องทางทำเงินจากยูทูบมากมาย แต่สิ่งนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย และทำให้ไทยพลาดโอกาสทำเงินไปอย่างมาก เพราะกฎหมายเป็นอุปสรรค ไม่รู้ว่าจะถูกแบนเมื่อใด
 
เธอกล่าวว่า ภายใต้กฎหมายแบบนี้ เป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับธุรกิจด้านไอที เว็บไซต์ต่างๆ จ่ายเงินมากมายไปกับนักกฎหมาย ไม่มีระบบอะไรที่จะปกป้องสัญญาหรือปกป้องตัวเอง พวกเขาจ่ายเงินมากมายไปกับการปกป้องตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์
 
ที่มาข่าว ประชาไท
 
 
 
เครือข่ายคนพิการยื่น 11 ข้อเสนอต่อ รมว.คมนาคม
 
7 มกราคม 2556 เครือข่ายคนพิการ ยื่นข้อเสนอของคนพิการและองค์กรด้านคนพิการ ต่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอแนะแนวทางดำเนินงานด้านคนพิการสนับสนุนนโยบาย “คมนาคมยุคใหม่ ใส่ใจคนพิการ” รวม 11 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
 
1.จัดซื้อจัดหารถโดยสารประจำทางใหม่ (รถเมล์) ต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการทุกประเภทเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ อย่างครบถ้วนทุกคัน
 
2.ดำเนินการปรับสภาพแวดล้อม พัฒนาบริการ และให้ความช่วยเหลือคนพิการด้านการเดินทาง โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1)ใช้การออกแบบที่เป็นธรรมเพื่อคนทั้งมวล 2) ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของคนพิการแต่ละประเภท และ 3) ให้บริการช่วยเหลือคนพิการอย่างสมเหตุสมผล
 
3.ปรับปรุงสำนักงาน สถานี สนามบิน อาคาร ถนน ทางเดินเท้า สัญญาณข้ามถนน ทางข้ามถนน สถานที่จอดรถ ยานพาหนะ ส่วนควบของยานพาหนะ และอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น ตลอดจนจัดบริการให้ทุกคน รวมทั้งคนพิการทุกประเภทเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมกัน
 
4. กำหนดให้ทุกหน่วยงานใช้การออกแบบที่เป็นธรรม เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และการช่วยเหลือคนพิการอย่างสมเหตุสมผลในการดำเนินงานโครงการใหม่ทุกโครงการ เช่น การก่อสร้างอาคาร สำนักงาน สถานีขนส่ง ฯลฯ การจัด / ปรับสภาพแวดล้อม การจัดซื้อ / เช่ายานพาหนะทุกประเภท และการเริ่มจัดบริการรูปแบบใหม่ๆ เป็นต้น
 
5. พัฒนา แก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยอยู่เสมอ
 
6. กำหนดให้คนพิการมีส่วนร่วมคิด ให้ข้อเสนอแนะ วางแผนงาน กำหนดคุณลักษณะเฉพาะ ร่างขอบเขตของงาน ตัดสินใจ ดำเนินการ กำกับดูแล ติดตามการดำเนินงาน ตรวจรับงาน หรือพิจารณารายงานเกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อม โดยตั้งผู้แทนคนพิการเป็นคณะทำงาน คณะอนุกรรมการ หรือคณะกรรมการดำเนินงาน
 
7. กำหนดมาตรการจัดระบบบริการขนส่งสาธารณะในระดับท้องถิ่น เช่น รถสองแถว รถสามล้อ และสกายแล็ป เป็นต้น ให้ทุกคน รวมทั้งคนพิการเข้าถึงและประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย
 
8. กำหนดให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนงบประมาณประจำปี เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ 1) งบประมาณเพื่อการดำเนินงานทั่วไปโดยรวมคนพิการอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย และ 2) งบประมาณ เพื่อส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม บริการ และความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป พร้อมทั้งกำหนดเวลาดำเนินงานให้สำเร็จ
 
9.แต่งตั้ง คณะกรรมการ โครงการพัฒนา “บริการขนส่งสาธารณะ เพื่อคนทั้งมวล” (Transportation for All ) โดยประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านบริการขนส่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกนักวิชาการด้านต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคนพิการ เป็นต้น เพื่อจัดทำแผนดำเนินงานระยะสั้นและระยะยาวด้านคนพิการ 
 
10. กำหนดให้ทุกหน่วยงานดำเนินการด้านคนพิการ โดยประสานงานในรูปแบบบูรณาการทั้งแผนงาน และการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สังกัดกระทรวงคมนาคม และสังกัดกระทรวงอื่น รวมถึง หน่วยงานในระดับท้องถิ่น และองค์กรด้านคนพิการ เช่น กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด และเครือข่ายคนพิการระดับท้องถิ่น เป็นต้น และ
 
11. กำหนดมาตรการจัดระบบบริการขนส่งสาธารณะในระดับท้องถิ่น เช่น รถสองแถว รถสามล้อ และสกายแล็ป เป็นต้น ให้ทุกคน รวมทั้งคนพิการเข้าถึงและประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง และปลอดภัย
 
ที่มาข่าว ประชาไท
 
 
ปล่อย “ราตรี” ลดโทษ “วีระ” 
 
นับเป็นข่าวดีอีกข่าวหนึ่ง เมื่อมีคำยืนยันจากรัฐบาลกัมพูชาของ “สมเด็จฮุนเซน” ว่าจะมีการปล่อยตัว “น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์” และลดโทษ “นายวีระ สมความคิด” 2 คนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวพร้อมตั้งข้อหาบุกรุกดินแดนและจารกรรมข้อมูลของราชอาณาจักรกัมพูชาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2553 ขณะลงไปสำรวจพื้นที่บริเวณชายแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
       
น.ส.ราตรีจะได้รับการพระราชอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชาโดยได้รับการปล่อยตัวได้ในช่วงงานพระราชพิธีศพพระบาทสมเด็จนโรดมสีหนุ ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ขณะที่นายวีระจะได้รับการลดหย่อนโทษให้เป็นเวลา 6 เดือน