สัญญาที่เป็นธรรม, ค่าปรับที่ไม่ยุติธรรม, การไร้การรับผิดชอบของผู้ให้เช่า ในมาตรฐานต่างๆ เช่น เสียงดัง การมั่วสุม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กลิ่น ขยะ อุปกรณ์ดับเพลิง สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านอาหาร ที่จอดรถ ลิฟท์
เนื่องจาก ผมเช่าห้องชุด คอนโดที่ จ.ระยอง (ขอสงวนนาม - iLaw) ทำสัญญากับ บริษัท (ขอสงวนนาม - iLaw) เมื่อ 1/มิย./52 มีปัญหาเรื่องเสียงดังจาก บริเวณข้างล่างตึก ระหว่างหมู่ตึกเป็นประจำ ผมย้ายห้องแล้ว 1 ครั้ง เขาบอกให้ผมย้ายอีก ... แต่ผมไม่ยินดีแล้ว อยากใช้เป็นเหตุในการยกเลิกการเช่า โดยได้รับเงินมัดจำได้หรือไม่?
ในหนังสือสัญญา ข้อ7 ระบุว่า "ผู้เช่า" สัญญาว่าจะพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าด้วยความสงบ ไม่กระทำหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำการใดๆ ภายในหรือภายนอกห้องเช่าอันเป็นการขัดต่อกฏหมายหรือศีลธรรมอันดี หรืออาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย หรือเป็นที่รังเกียจ หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้เช่ารายอื่น ในกรณีผู้เช่าฝ่าฝืน "ผู้ให้เช่า" จะต้องตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ถ้า "ผู้เช่า" ฝ่าฝืนอีกไม่ว่าในเรื่องเดียวกัน หรือในเรื่องอื่นดังกล่างไว้ในวรรคแรกของข้อสัญญานั้น "ผู้ให้เช่า" มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ทันทีและ "ผู้เช่า" ยินยอมให้ "ผู้ให้เช่า" ริบเงินประกันตามข้อ 2 ((กล่าวถึงเงินประกันและเงื่อนไขการคืนเงินประกัน)) สัญญาที่ไม่เป็นธรรม บอกแต่ภาระรับผิดของ "ผู้เช่า" ไม่ระบุความรับผิดของ "ผู้ให้เช่า" อย่างนี้ ควรมี กฎหมายรองรับเรื่องนี้??
Comments
ว่าแต่ต้องการอะไรบ้างล่ะครับ ถ้าอยากให้มีการับผิด
ดังนั้นหากกรณีสัญญาของผู้ให้เช่ามีข้อความที่ระบุถึงการไม่คืนเงินค่าจอง จึงขัดต่อประกาศดังกล่าวและถือว่าไม่มีข้อความส่วนที่เอาเปรียบในสัญญา ผู้ให้เช่าต้องคืนเงินให้กับผู้บริโภคโดยไม่มีเงื่อนไขครับ...
ส่วนรายละเอียดของปัญหายังไม่ชัดเจน จึงขอแนะนำเพิ่มติมในส่วนเงินประกันที่เจ้าของกระทู้ถามถึงว่าหากต้องการเบิกเลิกสัญญาแล้วจะได้เงินมัดจำคืนหรือไม่นะครับ ส่วนปัญหาของผู้ให้เช่าที่ไม่มีบทลงโทษหรือกรอบกติกาควบคุมนั้น จริงๆก็มีอยู่ แต่ต้องมาดูเป็นประเด็นๆกันต่อไปครับ
แนะนำควรหารายละเอียดของประกาศฉบับนี้มาอ่านนะครับ หาใด้ในเวปของ สคบ.
ถ้าได้ ได้มีความพยายามไหม
ถือเป็นเรื่องสุดวิสัยได้ไหมครับ?
แต่ทางเจ้าของหอ จะให้จ่าย แต่ก่อนหน้าห้องอื่นที่แตกก็จ่ายทุกคน
แต่ในสัญญาเมื่อเข้าอยู่ผู้ให้เช่าไม่ได้ให้เอกสารเกี่ยวกับกฎระเบียนใดๆเลย แค่แจ้งติดประกาศไว้ที่หน้าหอ (ในใบติดประกาศมีข้อความว่า ถ้าของในห้องเสียหายผู้เช่าต้องยอมให้หักจากค่ามัดจำเมื่อวันที่แจ้งออก)
แบบนี้เราจะไม่จ่ายได้ไหมค่ะ
ไม่ใช่ผู้เช่า
ไม่ทราบจะเรียกอย่างนี้ได้หรือเปล่าค่ะ
- ผู้เช่ารายนี้เป็นผู้หญิง โสด อายุประมาณ 42 ปี ได้มาติดต่อกับแม่บ้านดิฉันเพื่อขอเช่าห้อง โดยขอทำสัญญา 3 เดือน เขาให้เหตุผลว่าตนเพิ่งตกงานจาก จ.อยุทธยา และมาเริ่มงานใหม่ตำแน่งงานด้านบัญชี แต่ไม่รู้ว่าจะฮยู่ได้นานแค่ไหน ดิฉันสงสารจึงได้รับไว้ เมื่อประมาณเดือน พฤศจิกายน 53
- ในวันดังกล่าวดิฉันอยู่ที่ทำงาน ไม่สะดวกมาทำสัญญา จึงมอบหมายให้แม่บ้านเป็นผู้ไปทำแทน โดยแม่บ้านไปขอยืมแบบฟอร์มสัญญาเช่า จากร้านห้องเช่าที่รู้จัก มาส่งให้ผู้เช่าเป็นผู้เขียนแทน ซึ่งมีการขีดฆ่าส่วนที่เป็นเรื่องของการชำระส่วนกลางออก ซึ่งแปลว่าการ......ชำระส่วนกลาง ..- ..ไม่มีการระบุไว้ (แต่แม่บ้านยืนยันว่าได้บอกแล้วว่าผู้เช่าแล้วว่าต้องเสียเอง)
- ผ่านไป 6 เดือน ผู้เช่ารายนี้ได้ฝากแม่บ้านมาบอกว่า จะขอย้ายออกในเดือนหน้า ซึ่งเป็นเดือนที่ 7 และจะขอให้หักค่าเช่าเดือนที่ 7 (เช่าเดือนละ 2,000 บาท) จากเงินประกันความเสียหาย (ชำระไว้ 2 เดือน รวมเป็นเงิน 4,000 บาท) ตอนที่แม่บ้านมาบอก ดิฉันก็อึ้ง ๆ นิดนึง ว่าฉไนจึงได้ตัดสินใจพละการอนุญาตไปเช่น นั้น
แต่ด้วยความที่เอ็นดู และสนิทสนมเป็นกันเองกับแม่บ้านมาตลอด ก็เลยไม่ได้ต่อว่าอะไร ประกอบกับนึกเห็นใจผู้เช่ารายนี้ที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวตกงานอยู่
- เหตุการณ์เริ่มเกิดขึ้นในวันที่ผู้เช่าขอย้ายออก ทีแรกผู้เช่ารายนี้โทรมาเปลี่ยนใจจะขออยู่ต่อ ดิฉันแจ้งว่า ได้รับเงินมัดจำจากผู้เช่ารายใหม่ไปแล้ว คงเปลี่ยนใจไม่ได้ แต่พอไปเช็คค่าส่วนกลางปรากฏว่าผู้เช่าไม่เคยจ่ายค่าส่วนกลาง+ค่าน้ำ ตั้งแต่เริ่มเข้ามาอยู่ รวมเป็นเงิน 2,900 กว่าบาท
ดังนั้นเงินประกัน 4000 บาท จึงต้องหักเป็นค่าเช่าเดือน 7 จำนวน 2000 บาท และค่าส่วนกลาง+ค่านำ อีก 2,900 บาท ซึ่งขาดไป 900 บาท
- ขณะกำลังย้ายออก จึงได้บอกให้ผู้เช่าทราบว่าต้องชำระเพิ่มอีก 900 บาท ซึ่งผู้เช่ารายนี้มีสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่น้องชายและน้องสะใภ้ที่มาช่วยเก็บของกำลังจะยื่นเงินจ่ายแทนให้ 900 บาท ดิฉันไว้ใจจึงได้บอกกับน้องชายเขาไปว่า ไม่เป็นไร วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ไม่มีใบเสร็จจากนิติบุคลต้องรอวันจันทร์ ดิฉันจะจ่ายไปก่อน แล้วค่อยมาจ่ายในวันจันทร์พร้อมรับใบเสร็จก็ได้
- ขณะเดียวกันดิฉันก็ได้ถามกับผู้เช่าว่า ไม่เคยไปดูในตู้จดหมายเลยหรอว่าใบแจ้งหนี้ค่าส่วนกลางมันมาแล้ว เขาบอกดิฉันว่า บิลค่าส่วนกลางที่ส่งมาในตู้จดหมายข้างล่าง ไม่ได้เป็นชื่อเขา เขาจะไปหยิบมาเปิดอ่านได้อย่างไร ดิฉันจึงขำไม่ออกเพราะไม่เข้าใจทีเขาพูด และสงสัยทำไมเขาไม่โทรมาถาม ปกติบิลค่าส่วนกลางที่มาหย่อนในตู้มันก็ต้องเป็นชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุด มันจะไปเป็นชื่อเขาได้อย่างไร และเขาเองก็ไม่เคยใส่ใจที่จะถามเรื่องค่าน้ำว่าจ่ายยังไงด้วยซ้ำ มีอะไรก็จะบอกแต่แม่บ้านทั้งที่รุ้ว่าแม่บ้านแค่มาทำเอกสารแทน ไม่ใช่เจ้าของ
- เมื่อถึงวันจันทร์ อังคาร ผู้เช่ารายนี้ได้ปฏิเสธว่าไม่พร้อมจะจ่ายเงิน 900 และเริ่มมีการกล่าวโทษที่ดิฉันไม่เตรียมเอกสารใบแจ้งหนี้มาให้เรียบร้อย ถึงตอนนี้เขาไม่พร้อมจะจ่ายแล้ว เป็นความผิดของดิฉัน ฟังดูก็เริ่มรู้ว่าทุกอย่างที่เคยคุยกันเริ่มเปลี่ยนไป ดิฉันจึงแกล้งขู่ไปว่าถ้าไม่จ่ายจะแจ้งความ (ซึ่งดิฉันทราบดีว่าเป็นเรื่องทางแพ่ง ตำรวจจัดการไม่ได้อยู่แล้ว) แต่เขาตกใจ จึงชิงไปแจ้งความเสียก่อน
- ดิฉันจึงต้องไปอธิบายให้ตำรวจฟังว่า เขาค้างค่าเช่าอยู่ และเริ่มพาล ไม่ยอมรับความจริง เริ่มเปลี่ยนประเด็นเป็นว่าดิฉันเก็บค่าเช่าไม่เป็นธรรม 2000 บาท /เดือน แล้ว ไม่ควรมาเก็บค่าส่วนกลางอีก (ส่วนกลาง 325/เดือน กับค่าน้ำในบิลเดียวกันตามมิเตอร์) ประเด็นสำคัญคือเขาเริ่มจะยึดเอาข้อความในสัญญามาเป็นข้อต่อรองว่าไม่มีการระบุไว้ จึงไม่จำเป็นต้องจ่าย แถมยังจะขอเรียก 4,0000 บาท คืนอีก
- ดิฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาคิดอะไร หรือเป็นเพราะพึ่งเข้ามาอยู่ชุมชนแถวนี้ ถึงไม่ทราบ อัตราค่าเช่าว่า 2000 บาท นี่มันคือค่าเช่าปกติ อยู่แล้ว ดิฉันเองก็ได้ถามแม่บ้าน ซึ่งก็ยืนยันว่าผู้เช่ารู้อยู่เต็มอกที่ต้องจ่ายเพราะคุยด้วยวาจาแล้ว แต่ในสัญญาไม่มีการระบุ ดิฉันจึงพูดไม่ออก
- สรุปคือ เขาไปแจ้งความกับสน.ใกล้ ๆ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก ว่าดิฉันหมิ่นซึ่งหน้า ที่ดิฉันไปว่าเขาว่าจบบัญชีมายังไงไม่รู้หรือว่า จ่ายค่าเช่าไม่ครบก็ต้องหักเงิน ออกจาก 4000 ค่าประกัน ซึ่งเป็นจุดที่เขาโกรธดิฉันอย่างแรง แล้วไปแจ้งความ แต่ตำรวจเขาก็ทำตามหน้าที่ มีคนมาแจ้งเขาก็ถาม ดิฉันก็เลยไปให้ปากคำว่าเขาค้างค่าเช่า แต่เขาจะโมเมเอาสัญญามาอ้างแล้ว ครั้งที่ 2 เขาไปแจ้งศาลแขวง นิติกรโทรมาถาม ดิฉันก็เล่าให้เขาฟังไป
ดิฉันจึงอยากเรียนปรึกษาว่า รูปการณ์จะเป็นอย่างไร และดิฉันผิดจริงหรือเปล่าค่ะ ถ้าดิฉันอยากจะโต้ตอบเขาบ้างจะได้หรือไม่ เพราะรู้สึกว่าเขาไม่จบ ดิฉันอุตส่าห์ไม่ตามเรียก 900 คืน แล้ว
ขออภัยที่เล่ายาวไปหน่อยค่ะ
ผมเลยแจ้งผู้ที่ดูแลให้ไปบอกเจ้าของบ้านเพื่อที่จะให้ติดกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่เป็นผล และหลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์ ห้องของผมก็โดนงัดอีกและได้มีเครื่องเกมส์โดนขโมยไป ผมจึงอยากทราบว่าจะมีวิธีไหนที่จะทำให้เจ้าของห้องเช่ารับผิดชอบ หรือไม่ก็หาวิธีป้องกันหรือติดกล้องวงจรปิด เพื่อที่จะได้ไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก มีกฏหมายข้อไหนที่เข้าข่ายในเรื่องที่ผมบอกมานี้โปรดช่วยแจ้งหน่อยนะครับ อยากได้ที่เป็นหนังสือเพื่อมายืนยันให้เจ้าของบ้านทำอะไรบ้าง ไม่ใช่พูดแต่ว่า"ไม่รู้จะทำยังไง" ขอบคุณล่วงหน้านะครับ
ดิฉันอยากรบกวนถาม เกี่ยวกับการเช่าคอนโดค่ะ ดิฉันเช่าคอนโดนี้ 1 ปี ครบสัญญา และเจ้าของห้องใช้ประตูห้องน้ำเป็นไม้ ไม่ใช่พีวีซี และเมื่อโดนน้ำและทำให้ขอบประตูช่วงล่างเกิดอมน้ำบวมขึ้นมา เจ้าของห้องบอกให้ดิฉันรับผิดชอบแต่ผู้เดียว ในการเปลี่ยนประตูประมาณพันกว่าบาท ดิฉันอยากทราบว่าในกรณีแบบนี้มันไม่ใช่เกิดจากธรรมชาติของไม้หรือคะ ห้องน้ำส่วนใหญ่เขาไม่ใช้ประตูไม้กันแล้ว ดิฉันควรทำอย่างไรดี
กฏหมายห้องพัก
1. กำหนดให้เงินประกันการเช่า ให้เป็นของผู้เช่า แต่เก็บไว้ที่ผู้ให้เช่า ผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินประกันนั้น ต้องเป็นของผู้เช่าเท่านั้น (เนื่องจากผู้ให้เช่าสามารถหารายได้จากเงินประกันของผู้เช่าได้ ซึ่งไม่ควร)
2. กำหนดให้เงินประกันการเช่า ไม่ใช่สิ่งที่จะถูกยึดได้ด้วยเหตุผลทางธุรกิจอื่นใด ยกเว้น ความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ให้เช่าเท่ีานั้น (มีการยึดเงินประกันในแง่การเสียประโยชน์ ซึ่งเกินกว่าเหตุ เช่นกำหนดให้ผู้ให้เช่าต้องแจ้งก่อนย้ายออก 1 เดือน ซึ่งในทางธุรกิจคุณเปิดทำการทุกวันมีลูกค้ามามากกว่าเดือนละครั้ง คุณย่อมไม่เสียโอกาสในแ่ง่นี้) (คุณโชเนน ตอบประมาณว่าน่าจะมีแล้ว)
3. ความไม่พึงพอใจใดๆ (เสียงดัง, กลิ่นเหม็น, ความสกปรก, ความไม่ปลอดภัย, ความไม่สะดวกสบาย) ของผู้เช่าต่อที่พักของผู้เช่าภายในระยะเวลา 14 วัน ผู้เช่าย่อมย้ายออกได้โดยไม่เสียผลประโยชน์เงินประกันหรือถูกหักค่าน้ำ/ไฟ/ที่พัก แบบเหมาจ่าย (เปิดโอกาสให้ผู้ให้เช่าสามารถทำการทดลองอยู่ได้นั่นเอง, คนที่เดือดร้อนน่าจะเป็นผู้เช่ามากกว่า ใครอยากจะย้ายที่อยู่บ่อยๆ เสียค่าใช้จ่าย, เวลา, การปรับตัว เป็นต้น)
ดิฉันขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
คือดิฉันได้เข้ามาเช่าห้องพักในวนัที่ 11 ธันวาคม 53 ค่ะ และวันทำสัญญาดิฉันเข้าไปจ่ายตังค์และเซ็นสัญญา พอเซ็นต์เสร็จดิฉันขอเก็บสัญญาไว้ 1 ชุดและขอใบเสร็จ แต่เจ้าของห้องบอกว่าขอสำเนาบัตรประจำประชาชนด้วยแต่ดิฉันยังไม่ได้ถ่ายให้เจ้าของค่ะ แก่เลยบอกว่าเดี่ยวคุณเอาสำเนาบัตรมาให้ผมก่อนผมค่อยให้สัญญาคุณ ด้วยความที่ไว้ใจจึงคิดว่าไม่เป็นไร ดิฉันเลยไปขนย้ายของมาที่ห้องจนขนเสร็จดิฉันก็เห็นสัญญาตั้งอยู่บนโต๊ะ ก็เอามาอ่านแล้วเจอขอความเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมข้อความด้วยการแสต๊มด้วยตรายางค่ะ ว่าพักได้แค่ 2 คน ต้องพักครบ6 เดือนถึงจะได้รับเงินประกันคืน ห้ามนัดญาติ เพื่อน มาที่ห้องโดยเด็ดขาด ดิฉันเห็ฯก็อึ้งๆนิดนึง แต่ก็ไม่อะไรมากค่ะ เพระจ่ายตังค์ย้ายของเสร็จแล้ว มีเพื่อนมาอ่านก็ตกใจ แต่พออยุ๋มาวันหนึ่งญาติขอเข้ามาพักที่ห้องด้วย แต่บังเอิญดิฉันไม่ได้แจ้งแก่ แล้วก็มีญาติซึ่งเป็นน้องมาพักกับดิฉันด้วยแต่มาพักแค่คืนเดียว ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยแต่ไม่ได้แจ้งเจ้าของบ้านซึ่งดิฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะแค่มานอนไม่ได้เสียงดังอะไร แล้วพอรุ่งเช้าอีกวันหนึ่งน้าก็มารับน้องกลับขึ้นมาบนห้อง แต่ดิฉันไม่ได้แจ้งเจ้าของให้ทราบ แล้วพอหลายวันมาเจ้าของไปพูดกับเพื่อนของญาติที่มารอรับญาติ ซึ่งจอดรถรออยู๋ด้านหน้าตึกที่พัก "เจ้าของถามว่าคุณมาทำอะไร เพื่อนก้บอกมารับเพื่อน แก่ก็ถามห้องไหน พี่เค้าก็บอกไปว่าห้อง บี 6 เจ้าของก็พูดต่อว่าห้องบี6 หรอผมต้องจัดการสักทีห้องนี้ เพื่อนของญาติเล่าให้ฟังดิฉันก็ตกใจแล้วพูดกันว่าเราทำผิดอะไร ดิฉันนึกในใจว่าย้ายออกดีกว่าไม่อยากมีปัญหากับเจ้าของ แต่ช่งนั้นดิฉันไม่ได้อยู่ที่พักประมาณสัปดาห์ซึ่งไปธุระกลับมาเป็นวันที่ 31 มกราคม 54 กะว่าจะย้ายออกเลยแต่คิดว่ามันดึกเกินไว้พรุ้งนี้ดีกว่า พอรุ่งขึ้นวันที่ 1 กุมภา 54 ดิฉันก็ไปแจ้งออกกับเจ้าของห้องเจ้าของห้องก็บอกว่าไม่ได้คุณต้องแจ้งผมล่วงหน้าก่อน 15 วันถึงจะออกได้ แต่ดิฉันบอกว่าจะออกวันนี้เลยค่ะ แก่เลยบอกว่าคุณต้องจ่ายค่าห้องเดือนกุมภาให้ผมด้วยคุณถึงจะออกได้ แต่ดิฉันบอกแกว่าดิฉันจะจ่ายแค่ค่าน้ำ ไฟ อินเตอร์เน็ต ค่าจอดรถ ส่วนเงินประกันฉันไม่เอากลับ แต่ฉันไม่จ่ายค่าห้องของเดือนกุมภา เพราะดิฉันจ่ายค่าห้องล่วงหน้าไป 1 เดือนแล้ว(มันคือค่าห้องเดือนมกราค่ะ) และดิฉันบอกว่าสำหรับวันนี้ 1 วันดิฉันขอจ่ายเป็นวันให้แกคิดมาแกก็ไม่ยอม แบบนี้ดิฉันจะทำยังงัยดีค่ะ
วันทำสัญญาจ่าย 6200 ค่าประกัน 3100 ค่าห้อง 3100
เข้าอยู่ 11 ธันวา สิ้นเดือน ชำระเป็นรายวันตั้งวันที่ 11 ถึง 31 ธันวา สองพันกว่าบาท
ครบเดือนมกราขอลาออกแต่แก่จะให้จ่ายค่าเช่าอีก ทั้งๆที่ เงินค่าห้องแกก็เก็บเกินมาแล้วค่ะ
ดิฉันจะเอาผิดยังงัยดีค่ะ ไม่อยากให้แกทำกับคนอื่นอีก
รบกวนด้วยนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เช่าห้องเดือนละ 1300ติดกับตลาดนัด ทุกวันที่มีนัดเจ้าของห้องเช่าจะให้รถของคนที่มาเดินนัดจอดโดยเก็บค่าจอดรถยนต์คันละ 20 มอเตอร์ไซต์10 บาท ต่อคันแล้วยังให้ไปจอดบริเวณด้านหน้าห้องซึ่งเป็นระเบียงทางเข้าออกห้อง คือ หน้าห้องเกือบทุกห้องโดยทำให้ผู้เช่าไม่ได้รับความสะดวกในการเข้าออกเพราะรถจอดขวางหน้าห้องแถมห้องไหนมีมอเตอร์ไซต์จอดอยู่เจ้าของห้องเช่าก็จะขยับรถของห้องนั้นเพื่อให้รถเข้าไปจอดได้เพื่อตัวเองจะได้ตังคันละ 20 บาทโดยผู้เช่าไม่มีสิทธิพูดได้เพราะเจ้าของห้องเช่าอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของอีกทั้งบางห้องได้กวาดถูหน้าห้องตัวเองเรียบร้อยแต่ก็ไม่วายที่ต้องกลับมากวาดถูกันใหม่
แล้วมีห้องข้างๆมีอาชีพขับรถพ่วงเอารถเข้าจอดหน้าห้องเช่าที่ป็นพื้นที่ว่างไม่ได้เพราะเจ้าของห้องเช่าบอกว่าดินของเขาพัง ดูไม่ดีทั้งๆที่คนขับรถคันนั้นก็เช่าห้องที่นั่นมานานแล้วแต่เจ้าของห้องเพิ่งจะมาแจ้งทีหลังจนคนนั้นต้องเอารถไปจอดอีกที่นึงแล้วก็นอนอยู่ในรถโดยที่ตัวเองก็เช่าห้องอยู่แต่ไม่ค่อยกลับมานอนเพราะเป็นห่วงรถ
เรื่อง การคืนค่าประกันหอพัก
วันที่เข้ามาอยุ่คือวันที่ 15 สิงหา ปีห้าสอง แต่เจ้าของม่ายอยุ่ช่วงเวลาที่จ่ายค่าประกันห้ายกับผุ้ดูแลหอ แต่มาเขียนห้ายอีกทีย้อนหลังเปนวันที่หนึ่งเดือนกันยายน ซึ่งสัญญาการคืนค่าประกันคือ ห้ายอยุ่ครบหกเดือน แต่ดิฉันอยุ่มาแร้วเกือบสองปี พอวันที่ 9 ตุลาคม 2554 ดิฉันได้บอกกับเจ้าของหอว่าจะออกสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เขาบอกว่าออกได้แต่จะไม่คืนค่าประกันให้ เพราะต้องแจ้งก่อนวันที่หนึ่ง หรือก่อนออกสามสิบวัน แต่ดิฉันมาอยุ่วันที่สิบห้า ปีห้าสอง แต่ต้องจ่ายค่าหอเต็มเดือน
และในกฏหอพักเขียนว่า ให้แจ้งก่อนออกจากหอพัก หนึ่งเดือน หรือสามสิบวัน อยากทราบว่าหากเราจะบอกว่าเราเข้าวันที่สิบห้าแต่จ่ายเต็มนั้น คืออะไร แล้วเราต้องทำอย่างไร เมื่อเจอเจ้าของหอที่เอาเปรียบแบบนี้ ซึ่งเดือนนี้ก้อมีคนออกแบบไม่ได้ค่าประกันแล้ว สี่คน ดิฉันพอมีทางไหนพอจะได้ค่าประกัน หรือเอาเหตุผลข้อไหนไปพูดกะคนหัวหมอแบบนี้ดีค่ะ อีกอย่างดิฉันจำได้ว่าดิฉันไม่ได้ทำสัญญาเช่ากับเขาเลย ถ้าหากสิ้นเดือนแล้วดิฉันออกปัยโดยไม่เอาค่าประกัน และไม่จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ จะมีปัญหาหรือเปล่าค่ะ ช่วยตอบด้วยค่ะ เพราะตอนนี้เครียดมากเลยค่ะที่เจอเจ้าของหอเจ้าเลห์แบบนี้ค่ะ
ถ้าตอบให้จะขอบพระคุณท่านเป็นอย่างมากค่ะ
มี้
หอพักน้ำท่วมคะอยู่ชั้นล่าง หอพักสตรีหลัง ม.ราชภัฎนครสวรรค์ ท่วมตอนปิดภาคเรียนไม่ได้เอาอะไรกลับบ้านเลย จ้างเรือเข้ามาเอาของ 400 บาท น้ำท่วมมิดหัวเลยคะไม่ได้อะไรเลย เงินช่วยเหลือจากน้ำท่วม 5000 เจ้าของหอก็ขอแบ่ง 3000 บาท อยากขอความช่วยเหลือด้วยคะ เพื่อความถูกต้อง
กำลังประสบปัญหาเหมือนเด็กนครสวรรค์ค่ะ แต่หอที่อยุ่ตอนนี้เอาเงิน 5000 ไปหมดเลย แถมยังเอาเงินที่ม.ช่วยเหลือไปด้วย
กำลังประสบปัญหาเหมือนเด็กนครสวรรค์ค่ะ แต่หอที่อยุ่ตอนนี้เอาเงิน 5000 ไปหมดเลย แถมยังเอาเงินที่ม.ช่วยเหลือไปด้วย
เอาเปรียบกันไม่ดี ไม่ใช้กันวันนี้ ก็ใ้ช้วันหน้า... ใครมีโอกาสไปใ้ช้บริการ เซฟเฮ้าส์... ย่าน 101 ระวังให้ดี สุดๆๆๆ ของการเห็นแก่ตัว ปรับแมร่ง จะเกินค่าเช่า.. ค่าน้ำ ค่าำไฟ บวกกันยังไม่เท่าค่าปรับ.. ส่วนกลาง การบริการอะไรก็ไม่มี.. บอกว่ามีที่ให้ออกกำลังกายฟรี พอจะไปเล่น บอกว่าเสียเงิน ... ร้านค้าไม่มี.. ร้านซักรีด เดิมมีตอนนี้ก็ไม่มี แล้วก็อยู่ซอยลึกมาก... หิวที แมร่ง หาของกันให้ขวัก.. บริหารงานก็แล้วแต่อารมณ์เจ๊ เห็นคนเช่าเป็นขี้ข้า หรือแรงงานต่างด้าวก็ไม่รู้.. ดูมันทำ.. อิฉันละเบื่อ คนเก่า เขาออกหมดแล้ว
ดิฉันเช่าหอพักแห่งหนึ่ง ตั้งแต่เดือน พ.ย.55-ม.ค.56 อยู่ได้มา 2 เดือน แล้วมาทราบทีหลังว่าห้องที่ดิฉันพักอยู่นี้ มีผู้หญิงโดนฆาตรกรรม เมื่อวันที่ 20 ก.ย.55 และขณะนี้ตำรวจก็ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ดิฉันกลัวมาก เพราะระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ดิฉันนอนไม่หลับเลยมีเสียงรบกวนตลอดเวลา ดิฉันจึงขอย้ายออก เพราะดิฉันไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตัวเอง อยากรบกวนถามผู้รู้ว่า ดิฉันสามารถเรียกเงินประกันคืนได้มั๊ย สัญญา 6 เดือน ประกัน 4,000 บาท ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน 3,500 บาท
รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ พอดีแอร์ที่อพาร์เม้นเสียเอง เพราะมอเตอร์และรีโมทเสีย ไม่ทราบว่าใครต้องรับผิดชอบค่ะ และทางเจ้าของหอให้เราเป็นผู้รับผิดชอบกับค่าซ่อมนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าเราต้องรับผิดชอบเองทั้งหมดหรือเปล่าค่ะ ตามกฏหมายนะค่ะ
และกลอนประตูห้องน้ำขึ้นสนิมและเสียหาย ทางเจ้าของหอเรียกค่าชดใช้จำนวนเงิน 1,000 บาทไม่ทราบว่าราคาที่ประเมินมันเกินจริงไปหรือเปล่าค่ะ และจะต้องทำอย่างไงค่ะ รบกวนขอคำแนะนำหน่อยค่ะ