1.ต้องมีระบบคัดกรองผู้ที่จะบวช ปัจจุบันมีผู้ทำความผิดอาญาแล้วหนีไปบวช บวชหนีความยากจน บวชแสวงหาลาภยศ ฯลฯ ทำให้พุทธศาสนามัวหมอง
2.บวชแล้วต้องศึกษาและปฏิบัติหลักคำสอนของพุทธศาสนาสามารถสอนประชาชนได้ต้องมีระบบสอบทานพระที่บวชอยู่นานถ้าไม่สามารถนำหลักธรรมที่ถูกต้องมาสั่งสอนประชาชนได้ต้องคัดออก
3.ต้องออกกฎหมายให้พระที่ทำผิดศีลได้รับโทษอาญา เช่น ทำผิดปาราชิกต้องจำคุก 10 ปี ผิดสังฆาทิเสสจำคุก 5 ปี ต่ำกว่าสังฆาทิเสสจำคุก 6 เดือนหรือปรับ 20,000.00 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4.ต้องมีระบบบันทึกข้อมูลตามข้อ 3 ให้พระอุปัชฌาย์ตรวจสอบได้ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องโทษดังกล่าวหลบมาบวชได้อีก
5.ห้ามมิให้พระสงฆ์ทำหรือร่วมพิธีกรรมทางไสยศาสตร์และห้ามทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ในพุทธศาสนสถาน
6.ให้จัดระบบการปกครองคณะสงฆ์เสียใหม่ไม่ให้รวมศูนย์เช่นปัจจุบัน พระที่ทำความผิดอาญาตามข้อ 3 ให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองนำตัวมาสอบสวนดำเนินการตามกระบวนยุติธรรมได้โดยไม่ต้องผ่านผู้ปกครองคณะสงฆ์
7.ให้ลดอำนาจเจ้าอาวาสในการจัดการทรัพย์สินของวัดไม่ให้เอาทรัย์สินของวัดไปจำหน่ายจ่ายแจกได้ง่ายๆ ตัวอย่างเช่นมีวัดหนึ่งที่เอาที่ดินของวัดไปขายให้เอกชนนำไปทำสนามกอล์ฟ การจัดการทรัพย์สินควรเป็นเรื่องของอุบาสก อุบาสิกา เพราะทรัพย์สินของวัดได้มาจากการบริจาคของประชาชนควรให้ประชาชนร่วมกันตัดสินใจ
8.ห้ามสร้างรูปเคารพนอกพุทธศาสนาในพุทธศาสนสถาน การสร้างรูปพระสงฆ์ต้องไม่ใหญ่เกินองค์จริง ประดิษฐานไว้ในที่ที่เหมาะสมและไม่โฆษณาคุณวิเศษ
Comments
เดโช
ดีหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกัน เป็นการทำให้พระวินัยมีสภาพบังคับในทางโลก ผลมีสองด้านแน่นอน
สงฆ์จะทำอะไรก็ทำไป มีวินัยตามศาสนาอะไรก็ว่าไป
ตราบใดที่ไม่ขัดกับหลักการสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
องค์กรสงฆ์ก็ต้องเป็นองค์กรภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ทำผิดก็รับผิดตามปกติ ไม่มียกเว้น ต้องตรวจสอบได้ ทั้งการบริหาร การเงิน
ไม่ว่าจะเป็นองค์กรในรูปแบบองค์กรสาธารณะ หรือองค์กรเอกชนก็ตาม
และถ้าจะถือว่าองค์กรสงฆ์ เช่น วัด เป็นองค์กรสาธารณะ เป็นลักษณธมูลนิธิ เพื่อจะให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ
เช่นรับเงินอุดหนุนจากรัฐ ได้รับยกเว้นภาษี หรือการบริจาคเงินนำไปหักภาษีได้
องค์กรสงฆ์ก็ต้องมีการบริหารที่โปร่งใส มีหลักธรรมาภิบาล ตามเกณฑ์องค์กรสาธารณะ
การตัดสินใจต่าง ๆ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ มีการคานอำนาจ ตรวจสอบได้
และไม่รวมศูนย์การตัดสินใจไปที่คนใดคนหนึ่ง เช่น เจ้าอาวาส
ถ้าเกิดรับ 'ข้อกำจัด' ดังกล่าวไม่ได้ ก็เป็นองค์กรเอกชนไป และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ
โดยเฉพาะข้อ 2 เห็นด้วยอย่างมากครับ พระควรมีหน้าที่ศึกษาพระธรรมแล้วนำสิ่งที่ตนศึกษาได้ / ปฏิบัติได้ มาสั่งสอนประชาชน เพื่อมาแลกกับปัจจัย มีใช่เอาบุญมาล่ออย่างเดียว
แต่ข้ออื่นไม่เห็นด้วย เพราะว่า
1.พระมีบทลงโทษของพระกันเองแล้ว มิฉะนั้นทางโลกจะก้าวก่ายทางธรรม
2. โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับเรื่องที่สงฆ์ไม่ยุ่งกับเรื่องไสยศาสตร์ แต่ในเมื่อประชาชนยังขาดความรู้ศาสนาก็ยังคงต้องการเปลือกอยู่บ้างครับ ไงๆ ก็หลวมๆให้หน่อย ไว้ประชาชนมีปัญญาก็คงจะเข้าใจอะไรเองมากขึ้นครับ
น่าจะทำการศึกษาเกี่ยวกับกฏข้อบังคับของการบวชมาก่อนที่จะ Post นะครับจริงๆ
แล้วในบางข้อนั้นมีอยู่แล้ว ในบางข้อเป็นกฏของสมณะเพศอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องไสยศาสตร์นี้ ตามหลักพระพุทธศาสนาจะไม่มีเรื่องนี้เลยนะครับ และผิดหลักในบทบัญญัติข้อห้าม ปาราชิกในข้อที่4 ด้วยอยู่แล้ว ใครไม่รู้แต่ใจรู้ และเมื่อพบเห็นจะถูกจับศึก
***พระพุทธรูปเกิดหลังจากที่ศาสนาเสื่อมจริงๆ แล้วพระพุทธองค์ห้ามไม่ให้สร้างรูปเหมือนแต่ที่คนทั่วไปสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสิ่งที่รำลึกถึงเพื่อเป็นพุทธบูชา ศาสนาในยุคก่อนไม่มีนะครับ