ประเทศไทยตำรวจเป็นหน่วยงานที่มีกำลังพลมากที่สุด แต่ขึ้นตรงกับคนเพียงคนเดียว และถูกฝ่ายการเมืองหรือกลุ่มผู้บริหารเข้ามา ล้วงลูกตลอดเวลา
หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดและเป็นผู้รักษากฏหมายแบบไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ แต่ไม่มีการคานอำนาจซึ่งกันและกันเลย
ฉนั้นการรักษากฏหมายจึงควรจะออกมาในรูปแบบที่กระทรวงใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนควรจะมี กรมตำรวจ ของตนเองเพื่อเข้ามารักษากฏหมายของแต่ละกระทรวงรวมถึงหน่วยงานต่างๆด้วยเช่น
1. ตำรวจนครบาล ควรจะกลับไปขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย
2. ตำรวจดับเพลิง และตำรวจจราจร ควรจะไปขึ้นกับ กทม
3. ตำรวจทางหลวง ( กรมขนส่งทางบก ) ตำรวจน้ำยามตรวจชายฝั่ง ( กรมเจ้าท่า ) ขี้นกับกระทรวงคมนาคม
4. ตำรวจท่องเที่ยว ควรจะไปขึ้นกับกระทรวงท่องเที่ยว
5. ตำรวจตระเวรชายแดน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ขึ้นกับกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงนี้ควรจะมี รปภ ของตนเองด้วยในการรักษาความปลอดภัยให้กับทูตตามประเทศต่างๆ และเวลามีบุคคลสำคัญออกไปเยี่ยมเยียนต่างประเทศ
6. ตำรวจภูธร ควรจะขึันกับสำนักนายกรัฐมนตรี
7. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ควรจะขึ้นกับกรมอัยการ
8. ตำรวจกองปราบ ควรจะขึ้นกับรัฐสภาของชาติ
9. ตำรวจป่าไม้ ควรจะขึ้นกับกรมป่าไม้ มีอำนาจในการจับกุมและทำสำนวนส่งฟ้องเช่นเดียวกันกับตำรวจอื่นๆ
( ทุกหน่วยงานของตำรวจนี้มีอธิบดีของตนเองขึ้นตรงกับปลัดกระทรวง แต่ละกระทรวงนั้นๆ )
เช่นเดียวกันกับข้าราชการฝ่ายปกครองหรือจากกระทรวงต่างๆที่ออกไปประจำต่างจังหวัดให้โยกย้ายไปขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้หมดรวมถึง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน
ปรับเงินเดือนตำรวจ เริ่มจากพลตำรวจเทียบเท่ากับระดับปริญญาตรีและแตกต่างกัน ตามขั้นละ ๕ เปอร์เซ็นต์แค่ห้าขั้นแต่ละยศ ระดับสัญญาบัตรแต่งต่างกับระดับสูงสุดของชํ้นประทวนแตกต่างกันประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ไม่เสียหายอะไรถ้า นายตำรวจชั้นประทวนทำเงินมากกว่านายร้อยตำรวจตรี (อายุราชการมากกว่า )
สร้างโรงเรียนตำรวจแห่งชาติใหม่ มีให้เลือกสามชื่อ
๑.มหาวิทยาลัยตำรวจแห่งประเทศไทย
๒. มหาวิทยาลัยป้องกันและปราบปราม
๓. มหาวิทยาลัยพิทักสันติราษฐแห่งประเทศไทย
หลักสูตรตั่งแต่ชั้นพลตำรวจ ชั้นประทวน (อนุปริญญา ) นายตำรวจ ( ปริญญาตรี โท ) ยุบโรงเรียนพลตำรวจ นายสิบตำรวจ นายร้อยตำรวจ มาอยู่ที่เดียวกันหมด กระทรวงต่างๆ ที่กล่าวถึงเป็นคนออกงปประมาณให้แก่นักเรียนต่างๆ เหล่านี้ หลักสูตรเบื้องต้นก็ตั้งขึ้นมาว่าภายในสามเดือน หรือหกเดือนแรกทุกคนต้องเรียนเหมือนกันหมด แล้วค่อยแยกย้ายกันไปเรียนตามหลักสูตรต่างๆที่กระทรวงต่างๆมีกฏข้อบังคับ อะไรบ้าง แล้วค่อยแยกย้ายกันออกไปประจำการตามกรมตำรวจในสายงานของตนเอง
สำนักพระราชวังเช่นกัน ควรจะมีกรมตำรวจของตนเองมีอธิบดีของตนเองขึ้นตรงกับ สำนักพระราชวัง มีกองกำลังรักษาพระองค์และพระบรมวงค์ศาของตนเองมีขบวนนำเสด็จของตนเอง เช่นเดียวกันต้องไปเรียนและฝึกหัดมาจากมหาวิทยาลัยที่กล่าวถึง
แค่นั้นเอง ทุกๆ สถาบันที่สำคัญของชาติมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยคุ้มครองและปกป้อง และคานอำนาจกันในตัวเอง ไม่ใช่มีคำสั่งออกมาจากคนคนเดียว และการเมืองหรือ คณะบริหารก็เข้ามาก่าวก่ายหรือล้วงลูกได้
จากประชาชนคนหนึ่ง
Comments