แก้พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ยกเลิกเรท "ส่งเสริมการเรียนรู้" และการเซ็นเซอร์

แก้พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ยกเลิกเรท "ส่งเสริมการเรียนรู้" และการเซ็นเซอร์

girlfriday เมื่อ 18 ส.ค. 2552

ตอนนี้ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ ได้คลอดระบบเรทติ้งออกมาแล้ว โดยเพิ่งประกาศเป็นกฎกระทรวงและมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

วงการภาพยนตร์ไทย ทั้งผู้ผลิต และนักดูหนัง เลยต้องปรับตัวเข้ากับระบบใหม่นี้ ที่จะมีเรทติ้ง 7 ระดับ คือ
1.ภาพยนตร์ส่งเสริมการเรียนรู้ และควรส่งเสริมให้ดู
2.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป
3.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป
4.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
5.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
6.ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู
7.ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร

เรทติ้งแบบข้อ 1 -5 เป็นเรื่องกำหนดแนวทางเพื่อหวังให้เกิดแรงกดดันและควบคุมกันเองของสังคม แต่สำหรับเรทติ้งแบบที่ 6 ทำให้ต่อไปนี้ ต้องมีการตรวจบัตรประชาชน ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท

สำหรับเรทติ้งแบบที่ 7 นั้น ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายนี้ หมายถึงภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาประกอบด้วย
1.กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
2.มีการเหยียดหยามหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่ศาสนา หรือไม่เคารพต่อปูชนียบุคคล ปูชนียสถานหรือปูชนียวัตถุ
3.เนื้อหาที่ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างคนในชาติ
4.มีเนื้อหากระทบกระเทือนต่อสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ
5.เป็นเรื่องเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์
6.มีเนื้อหาแสดงการมีเพศสัมพันธ์ที่เห็นอวัยวะเพศ

ความเห็น :
1. เราไม่เห็นด้วย ที่พ.ร.บ.นี้ยังมีการเซ็นเซอร์อยู่ มันน่าแปลกที่กับรายการทางฟรีทีวี เรายังใช้เรท "น" (รายการที่ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ) และเรท "ฉ" (รายการเฉพาะที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน) ได้ แต่กับภาพยนตร์ กลับมีการจัดเรทเซ็นเซอร์ (แน่นอน เรื่องทำมัวทำเบลอก็ยังคงมีอยู่โดยกระทรวงมัวๆเบลอๆ)

2. เราไม่เห็นด้วย ที่จะมีการจัดเรทแบบที่ 1 ประเภท "ภาพยนตร์ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้ดู" ตอนนี้รอบตัวเรา มีสื่อและมีนโยบายที่ "ชี้นำ" และ "ชวนเชื่อ" เยอะเกินไปแล้ว ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรที่ต้องให้หน่วยงานมัวๆเบลอๆของรัฐมาแสดงความเห็นว่าเรื่องไหนมีค่าแก่การดู คนส่วนใหญ่ไม่ว่าแก่หรือเด็กต่างก็มีวิจารณญาณของตัวเองที่จะเลือกดูหนังที่ตนชื่นชอบ โดยไม่จำเป็นต้องรอการแนะนำจากกรมหรือกระทรวงใด

3. มันแปลกที่ประเทศไทยทำอะไรสวนกระแสกับประเทศอื่นๆ ซึ่งเทรนด์ตอนนี้ดูจะไปในทางการส่งเสริมวงการภาพยนตร์ เพื่อนำมาหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่กับประเทศไทยนั้น พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ที่เพิ่งออกมาใหม่เมื่อปี 2551 แทนที่จะทันสมัย กลับเต็มไปด้วยกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคของวงการภาพยนตร์ไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ว่า ชาวต่างชาติที่ต้องการถ่ายทำหรือจัดฉายภาพยนตร์ในราชอาณาจักรต้องขออนุญาตรัฐไทยก่อน ยิ่งกว่านั้น คนไทยเองก็ห้ามส่งหนังออกไปฉายนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตก่อน เรื่องนี้ดูจะเป็นวัฒนธรรมที่ขัดแย้งกับกระแสโลกเหลือเกิน
 

คุณแสดงความคิดเห็นว่า
Vote
Get Adobe Flash player

Comments

pittaya's picture
ไม่เห็นด้วยกับการมีภาพยนตร์ประเภทที่ 7 (ห้ามฉาย)
ในเมื่อมีการกำหนดเรทอายุไว้แล้ว ทำไมถึงยังต้องมีประเภทห้ามฉายอีก
anonymous's picture
คือว่า.. ไหนๆ ก็มีเรทติ้งแล้ว ทำไมยังต้องเซ็นเซอร์อีก :-(
โชเนน's picture
เห็นด้วยที่ว่ามีเรทติ้งแล้ทำไมต้องเซ็นเซอร์ ต่อให้xxxแค่ไหน ถ้าจัดเรทแล้วไม่น่าจะเบลอนะว่ามั้ย?


และไม่เห็นด้วยบางข้อกับเรทติ้งระดับ 7 ข้อย่อย 5-6 เพราะบางครั้งหนังมันก็สื่อสารได้หลายอารมณ์ การห้ามแบบนี้มันโบราณเกินไป ส่วนข้ออื่นๆเห็นด้วย แต่ก็ไม่ควรโบราณเกินไปเช่นกัน แต่ผมเห็นด้วยกับการตรวจบัตรประชาชน อย่างน้อยก็ช่วยเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับผู้บริโภค เพราะถ้าหนังติดเรทสูงๆ(ไม่ใช่โป๊อย่างเดียวนะ)การจำกัดสิทธิของคนน่าจะเข้ามาใช้ได้................สรุปเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในหลักการ ผมว่าการจัดเรทติ้งนั้นดี แต่ขอให้เหมาะสมครับ
isAMare's picture
เรท "ส่งเสริมการเรียนรู้" ส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านใดล่ะ ใครกำหนด ถ้าส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องที่คนจัดเรท/ผู้อยู่ในอำนาจ "ไม่ชอบ/ไม่ถูกใจ" แต่มันก็เป็นประโยชน์และก็เป็นการเรียนรู้ แล้วจะได้เรทนี้หรือเปล่า

เดาว่า หนังที่ได้เรทส่งเสริมการเรียนรู้ คงมีแต่พวกที่ส่งเสริม "ศีลธรรมอันดีงาม" รักสถาบัน และ ชาตินิยม เป็นต้น . .

รู้สึกเหมือนเป็นเด็กๆ มากเลยที่จะดูหนังแล้วต้องมีคนมาบอกอีกว่า อันไหนควรเรียนรู้ (และอันไหนไม่ควรเรียนรู้)

ส่วนเรื่องเซนเซอร์นี้ . . . ข้างบนพูดไปหมดแล้ว :P
bact's picture
เดี๋ยว ๆ ถ้าเราจะ เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ คือ ไม่เห็นด้วยกับเรตที่ว่า
เราต้องกดโหวตอะไรเหรอ เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย ?

งงอ่ะ


(ตอนนี้เรากด 'เห็นด้วย'[กับข้อเสนอ] ไป)
girlfriday's picture
ถูกต้อง คือ ถ้าเห็นด้วยกับกระทู้นี้ ก็โหวตเห็นด้วยน่ะ ในที่นี้คือ เห็นด้วยว่าไม่เอาเรทส่งเสริมการเรียนรู้
girlfriday's picture
ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน" (This area is under quarantine) กำกับโดย ธัญสก พันสิทธิวรกุล ถูกห้ามฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ เพราะคณะกรรมการฯ ของกระทรวงวัฒนธรรมไม่พิจารณาให้เรทติ้ง โดยอ้างว่าผู้จัดงานไม่ได้ยื่นเอกสารที่เหมาะสม

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นสารคดีที่นำเสนอถึงปัญหาของกลุ่มชายรักเพศเดียวกันและคนมุสลิมในสังคมไทย และยังมีส่วนที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่อำเภอ ตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547

สาเหตุที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกห้ามฉายนั้น มาจากความซับซ้อนของกระบวนการพิจารณา เพราะตามกฎหมายใหม่กำหนดไว้ว่า ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ทุกประเภทต้องถูกพิจารณาโดยหน่วยงานภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมก่อนจะนำฉายในเทศกาลได้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน คือเมื่อผู้จัดงานส่งเรื่องย่อของหนัง ไปให้แก่อนุกรรมการหนึ่งภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ผลการพิจารณาคือกำหนดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องได้รับการกำหนดเรทติ้งก่อนจัดฉาย และแนะนำให้ผู้จัดงานส่งภาพยนตร์เรื่องนี้ไปให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์พิจารณาก่อน

แต่ปรากฏว่า คณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวบอกว่า ผู้จัดไม่ได้ยื่นเอกสารที่เหมาะสมมาให้ ดังนั้นจึงไม่พิจารณาให้เรทติ้ง ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกค้างเรื่องไว้ และถูกห้ามฉายไปโดยปริยาย

(ข้อมูลจากมติชน และ @filmsick http://filmsick.exteen.com/20091031/is-this-area-is-still-under-quarantine )
น้ำใส's picture
มัวแต่ไปเซ็นเซอร์ภาพยนตร์เรทติ้งแบบที่7 แล้วwebโป้ เรทติ้งแบบที่7ข้อย่อยที่5-6ในnetล่ะ จะไม่จัดการอะไรเลยหรือ
Guregujo's picture
ผมแนะให้คุณไปตั้งกระทู้เลย หุหุหุ
ดูว่าชาวเนตจะว่าอย่างไร ส่วนตัวผมเห็นว่าเป็นวุฒิภาวะส่วนบุคคลนะ สำหรับเวบโป๊
เขาก็บอกอยู่แล้วคุณต้อง 18+ คือต้องยับยั้งชั่งใจไม่ใช่เด็กดูซุปเปอร์แมนแล้ว
ลองแปลงร่างกระโดดตึก ซึ่งถ้าไม่มีวุฒิภาวะกันอย่างนั้น หนังฆาตกรรมยังดูไม่ได้

เดี๋ยวผู่ใหญ่เลียนแบบ ... ยุ่ง

สำหรับเวบโป๊ หากคุณรู้คุณก็ไม่ต้องเข้า ผมยังหาเข้าไม่ได้เลยรู้จักเวบใหนบอกกันมั่งนะ อิอิ
ข้าพเจ้าเกิดมาในแผ่นดินที่เรียกว่า "ชาติไทย" ข้าพเจ้าคิดว่าตัวข้าพเจ้าโชคดีที่สุดแล้วในแผ่นดินที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำเพื่อราษฎรทุกอย่าง ที่ใดกันดารพระองค์ท่านก็ทรงนำความเจริญไปสู่ที่นั้น ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อราษฎรได้อยู่เย็นเป็นสุข ความรักความจงรักภักดีที่ข้าพเจ้ามีต่อพระเจ้าอยู่หัวนั้นมากมาย
ข้าพเจ้าอยากให้คนไทยที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทยด้วยกันหันมารักกันมาสามัคคีกันเพื่อในหลวง สีที่แบ่งขอให้รวมเป็นสีธงชาติ สีที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ผู้มีบุญคุณต่อปวงชนชาวไทย ข้าพเจ้ารักในหลวงและจะจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อประเทศ ต่อในหลวงและซื่อสัตย์ต่อตนเอง ทำความดีเพื่อท่าน ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อความรู้พัฒนาประเทศและขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนานอยู่เป็นร่มโพธิร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป ข้าพเจ้าขอเป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่จะปฏิบัติตัวให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย รักพระเจ้าอยู่หัว

ประชาชนคนไทยทุกคนต้องทดแทนพระคุณแผ่นดินเกิด ด้วยการมีสติ ใช้ปัญญาไตร่ตรองแก้ไขเหตุ เพื่อยุติความขัดแย้ง และ ความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น