ให้ยกฟ้องในคดีที่จำเลยถูกตำรวจซ้อมทรมาน

ให้ยกฟ้องในคดีที่จำเลยถูกตำรวจซ้อมทรมาน

yingcheep เมื่อ 20 ส.ค. 2552

ถ้าจำเลยในคดีพิสูจน์ได้ว่าในชั้นสอบสวนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมมาก่อน ไม่ว่าจะเพื่อบังคับให้รับสารภาพ หรือเพื่อให้ได้ข้อมูล หรือเพื่อการใด ให้ศาลยกฟ้องจำเลยในคดีความผิดนั้นเลย โดยไม่ต้องพิจารณาต่อว่าจำเลยผิดหรือไม่

เพื่อให้ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานที่ซ้อมผู้ต้องหาเห็นว่าถ้ามีการซ้อม ยังไงผู้ต้องหาก็จะหลุดพ้น ลอยนวลไปเลย ไม่ต้องถูกดำเนินคดีเลย ตำรวจจะได้ไม่กล้าซ้อมเลย เป็นการห้ามปรามตำรวจที่ดีมาก

น่าจะได้ผลกว่าการไปแยกดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกายกับตำรวจคนที่ซ้อมเป็นการต่างหาก เพราะถ้าไปแยกดำเนินคดีต่างหาก ต้องหาหลักฐานกันใหม่ แล้วตำรวจก็อาจใช้เส้นสายอิทธิพลให้ตัวเองหลุดพ้นได้ง่าย

จะปล่อยผู้ร้ายไปสักคน ถ้าช่วยคนบริสุทธิ์ไม่ให้ถูกซ้อมอีกได้ ก็คุ้มนะครับ ดีไม่ดีถ้ามีคดีตัวอย่างเกิดขึ้น ตำรวจทุกคนอาจจะกลัว ทำให้ไม่มีการซ้อมผู้ต้องหาอีกเลยก็ได้

คุณแสดงความคิดเห็นว่า
Vote
Get Adobe Flash player

Comments

โชเนน's picture
ผมว่ามันค่อนข้างสุ่มเสี่ยงกับการที่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าซ้อมจริง ให้ยกฟ้องทันที อย่างน้อยการพิสูจน์ผลก็เป็นสิ่งที่ยาก และผลของคำว่าซ้อมคือแค่ไหน และเพื่ออะไร ที่สำคัญผมเห็นแย้งว่ามันเป็นคนละเรื่องกันครับ




และผมว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ปัญหาจริงๆคือจะทำยังไงให้ตำรวจที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ รู้และเข้าใจถึงสิทธิของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงมากกว่า เพราะว่าสิทธิของผู้ต้องหาก็มีอยู่แล้ว สิทธิความเป็นมนุษย์ก็มีอยู่แล้ว แต่ตำรวจกลับเพิกเฉยละเลย เช่นการเอามาประจาน ยัดข้อหา ทั้งที่เป็นแค่ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นนักโทษ เยอะแยะไปหมด ที่สำคัญกฎหมายสำหรับควบคุมในปัจจุบันก็มีใช้ได้อยู่แล้ว ไม่ได้ล้าสมัย แต่อยู่ที่ว่าตำรวจจะมีจิตสำนึกนำมาใช้ได้ผลแค่ไหนมากกว่า




แต่ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยถ้าจะมีการซ้อมผู้ต้องหา (แบบไม่เคารพสิทธิความเป็นมนุษย์และสิทธิตามกฎหมาย) เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายของตำรวจ และผมไม่เห็นด้วยกับการปล่อยผู้ร้ายไปเพื่อรักษาคนบริสุทธิ์ (อย่างหลังเหมือนหนังจีนไปหน่อย)




สุดท้ายผมเห็นว่าถ้ากฎหมายนั้นเอาจริง ตำรวจที่แย่ๆแบบนั้นจะหมดไป แต่ปัญหาคือคนใช้กฎหมายกลับละเลยซะเอง ต่อให้มีกฎหมายเทวดามาควบคุม ตำรวจก็ไม่ใช้




.............สรุปถึงแม้จะไม่เห็นด้วยหลายอย่าง แต่ก็ชอบความคิดของเจ้าของกระทู้ที่มองเห็นถึงปัญหาในจุดนี้ครับ
john.until's picture
ต่างกรรม ต่างวาระ ครับ จะเอามาปนกัน จะดีเหรอครับ คดีที่ฟ้องเดิมก็ต้องดำเนินไป
แต่คดีใหม่ก็ต้องฟ้องด้วย
ความเห็นผมนะครับ ผมว่าควรเอาคดีซ้อมผู้ต้องหามาพิจารณาก่อน จะพิจารณาความอื่นเพราะถ้ามีมูลคงจะปิดคดีซ้อมได้เร็ว แล้วจึงพิจราณาคดีอันเป็นประธานต่อไป (อาจต้องแก่ไข ป.วิ 555++)
opop's picture
คุณ john.until เรียนกฎหมายมาแน่เลย (ดูจากภาษาที่ใช้)
bact's picture
ข้อมูล พยานหลักฐาน ที่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย สามารถใช้เป็นหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหาได้หรือไม่ครับ ?

เช่น การซ้อมหรือขู่เพื่อให้ได้ข้อมูล หรือ การดักฟังโทรศัพท์ หรือ การงัดออฟฟิศเข้าไปขโมยเอกสาร
opop's picture
ไม่ได้ครับ เป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ รับฟังไม่ได้
ตาม ประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 226 ครับ
domaman's picture
ทำไมแค่ซ้อมละครับ ..
ถ้ายืนบนหลักแบบนี้ เอาเป็น "ถ้าการจับกุมดำเนินคดีไม่ได้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน" ก็จบเลย
bact's picture
งั้นถ้ากำหนดให้ การซ้อม เป็น การได้มาซึ่งพยานหลักฐานที่มิชอบ ก็จะตอบโจทย์ที่เสนอมาไหม?
ได้ผลเหมือนกันรึเปล่า?
HolyBitch's picture
สมมติว่านักการเมืองสุดเลวถูกตำรวจสอบสวน นักการเมืองต้องการให้ตัวเองยกฟ้องจึงฮั้วกับตำรวจให้ซ้อมตัวเอง แบบนี้ กฎหมายนี้ก็เป็นช่องโหวใหคนเลวลอยนวนสิครับ = =