ตอนนี้ปัญหานี้ ยังคาราคาซัง ไม่คืบหน้า ร้านเหล้าตามแหล่งชุมชนยังเกลื่อน ไม่เพียงขายเหล้าอย่างเดียว ยังให้เยาวชนอายุไม่ถึง 15 ได้ลองเที่ยวอีกด้วย อีกทั้งยังปิดเกินเวลา คือ ตี 2 ขึ้นไป บางแห่งเช่น หลังราม กลุ่มร้านเหล้าในย่านรามเซ็นเตอร์พอยต์ เป็นร้านเปิดโล่ง ประมาณ 7-8 ร้าน แต่ทุกร้านมีดนตรีสดเสียงดังมาก และยังได้รับความเอื้ออารีจากตำรวจพื้นที่ ประชาชนในระแวกนั้นก็เดือดร้อนหนัก พึ่งใครไม่ได้ พวกเดียวกันหมด เพราะฉะนั้นหนทางแก้ไขคือ ออกกฎกระทรวงให้รู้แล้วรู้รอดกันไป จะได้ไม่มีมือกฎหมายกล้ารับเงิน ร้านไปหาที่เปิดใหม่ได้ แต่อย่าให้ชาวบ้านต้องย้ายที่อยู่เลย
Comments
(โดยเฉพาะเมืองอย่าง กรุงเทพ อยุธยา เชียงใหม่ ถ้าห้ามเปิดในรัศมีวัด/โรงเรียนจริง ๆ คงต้องไปอยู่นอกเมือง วัดเพียบซะอย่างนั้น ไหนจะสารพัดสถาบันการศึกษา)
ขอแค่ไม่รบกวนการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขตามสมควรของชุมชนก็พอ
เช่น ไม่เสียงดังรบกวน ไม่ตั้งอุปกรณ์กีดขวางทางสัญจร ไม่จอดรถเกะกะหรือแย่งที่จอดรถของคนในชุมชน ฯลฯ
ถ้าอยู่ร่วมกันได้ ร้านเหล้าก็จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เป็นที่หย่อนใจที่หนึ่งของชุมชน
เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะร้านเหล้า ร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ อู่แท็กซี่ ร้านค้าอะไรต่าง ๆ ก็เช่นกัน
กฎอะไรที่ออกมา ไม่ควรเป็นการห้ามเปิด แต่ควรเป็นการกำหนดว่า เปิดแล้วห้ามทำอะไรบ้าง เช่น ห้ามเด็กอายุต่ำกว่าเท่าไหร่มาโดยลำพังก็ว่าไป
เห็นด้วยกับคุณ bact มากๆ ที่ว่าห้ามจอดรถกีดขวาง ห้ามแท็กซี่มาจอดรอผู้โดยสารหน้าร้านด้วยได้ไหม แต่ไม่แน่ใจว่าเห็นด้วยหรือเปล่าว่าให้เปิดทุกที่ได้ตามสบาย
คือเหมือนปัญหากรณีที่ว่ามา มันดูเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ไม่ยอมบังคับใช้กฎหมายมากกว่า
ฟ้องศาลปกครองน่าจะได้ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่