ทุกวันนี้ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือกันหมด และค่าโทรศัพท์ก็มีแนวโน้มถูกลง มีโปรโมชั่นเยอะขึ้น ทำให้โทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญลดความสำคัญลงแล้ว (แบบใช้บัตรหายไปนานแล้ว) กรณีที่คนจะใช้บริการโทรศัพท์สาธารณะก็เฉพาะกรณีฉุกเฉิน โทรศัพท์หาย หรือแบตเตอรี่หมดเท่านั้น
เนื่องจากไม่ค่อยมีใครใช้ประโยชน์แล้วตู้โทรศัพท์สาธารณะส่วนใหญ่จึงขาดการดูแล กลายเป็นที่ทิ้งขยะ เป็นที่ติดป้ายโฆษณา หรือเป็นที่ขีดเขียนแสดงความยิ่งใหญ่ของพวกอยู่ไม่สุข บ้างก็ถูกงัดแงะเอาชิ้นส่วนเหล็กที่พอขายได้ไปเสีย หรืออาจงัดเอาเหรียญไปทำให้โทรศัพท์พัง
ทิ้งเหลือแต่ตู้เก่าโทรมๆ ไว้ โทรศัพท์ส่วนใหญ่ก็ใช้การไม่ได้ บางเครื่องก็กินเหรียญอีก หรือเครื่องที่ใช้ได้ตู้ก็อาจอยู่ในสภาพทรุดโทรมเต็มทีจนไม่น่าเข้าไปใช้เลย แถมบางตู้ยังมีกลิ่นของเสียที่คนมาปล่อยไว้อีก ทำให้ตู้โทรศัพท์สาธารณะตามริมถนน ถ้าไม่ถูกคนไร้บ้านจับจองไปเสีย ก็จะตั้งระเกะระกะ ทำให้สภาพแวดล้อมดูสกปรกน่ากลัวไปเปล่าๆ
ถ้าเป็นสมัยก่อนที่คนต้องต่อคิวใช้กันเยอะๆ การหมั่นมาบำรุงรักษาอาจจะไม่เสียเงินเปล่าประโยชน์จนเกินไป แต่ทุกวันนี้คนแทบจะไม่ใช้กันเลย รายได้จากการหยอดเหรียญโทรศัพท์ครั้งละ 1-2 บาทคงไม่มีทางคุ้มค่าบำรุงรักษาได้
หากจะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่มาคอยดูแลทำความสะอาดสม่ำเสมอ พอทำเสร็จทีนึงอีกไม่นานก็เลอะใหม่ พอซ่อมอะไรเสร็จ โจรใจร้ายก็มางัดได้ง่ายๆ เปลืองงบประมาณแผ่นดินไปมากกับการทำความสะอาด บำรุงรักษา และซ่อมแซม ทั้งที่ประโยชน์ใช้สอยที่ประชาชนจะได้พึ่งพามันก็ไม่ค่อยมี
ดังนั้น ข้อเสนอข้อแรก คือ ให้ยกเลิกตู้โทรศัพท์สาธารณะให้หมด
หลายคนอาจะคิดว่า ตู้โทรศัพท์สาธารณะยังมีความจำเป็นในกรณีฉุกเฉินจริงๆ เช่น มือถือหาย หรือแบตหมด ดังนั้น เราต้องลองดูข้อเสียของตู้โทรศัพท์สาธารณะและแก้ไขให้ตรงจุด
ข้อเสีย เช่น ถูกงัดแงะเอาส่วนที่ขายได้ไปขายเพราะมีของมีค่าขายได้อยู่ กลายเป็นแหล่งเก็บของ ที่ติดป้าย ที่ทิ้งขยะเพราะลักษณะอันเป็นตู้ๆ ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความสะอาดซึ่งเปลืองงบประมาณ
ดังนั้น จึงเสนอให้จัดตั้งระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน ให้ประชาชนใช้บริการฟรี ขึ้นแทนตู้โทรศัพท์สาธารณะ
โดยรูปลักษณ์ไม่ต้องมีอะไรตกแต่งเลย ไม่ต้องมีตู้ มีแค่เครื่องโทรศัพท์เล็กๆ เก่าๆ อันเดียวติดไว้กับเสาไฟฟ้าก็ได้ ติดตั้งไม่ต้องโดดเด่น ไม่กินพื้นที่ฟุตบาททางเท้า ไม่ต้องหยอดเหรียญเลยจะได้ไม่มีการงัดแงะขโมยเหรียญ ไม่ต้องมีปุ่มกดเบอร์ให้ยุ่งยากเสี่ยงต่อการพังในอนาคต คนที่มีเหตุฉุกเฉินต้องโทรศัพท์แค่ยกหูขึ้น สายจะต่อตรงไปที่โอเปอร์เรเตอร์
คนที่จะโทรก็ต้องแจ้งเบอร์ที่ต้องการติดต่อไปยังโอเปอร์เรเตอร์ (ถ้าโทรฉุกเฉินเช่นขอความช่วยเหลือ รถพยาบาล ตำรวจ ก็ให้โอเปอร์เรเตอร์หาเบอร์ให้ได้ด้วย) พร้อมแจ้งหมายเลข13หลักหรือเลขพาสปอร์ต แจ้งเหตุจำเป็น และโอเปอร์เรเตอร์ต่อสายให้ทันที สายหนึ่งอาจคุยได้ 2-3 นาทีพอสื่อสารรู้เรื่องแล้วตัด ไม่ให้เม้าท์ยาวเกินไป มีการบันทึกไว้ว่าใครใช้บริการเมื่อไรด้วยเหตุผลอะไรบ้าง และลงข้อมูลไว้ไม่ให้คนนั้นใช้บ่อยหรืออ้างเหตุผลเดิมๆ มากเกินไป
หากจะมีใครค่าโทร.หมด ไม่มีเงินเติม แต่ต้องใช้โทรศัพท์จริงๆ ก็อาจยอมให้ใช้ไป ถือเป็นบริการเล็กๆ น้อยๆ ของรัฐ เพราะค่าใช้จ่ายต้นทุนต่อการโทร.แต่ละสายจริงๆ ก็ไม่กี่บาทอยู่แล้ว เชื่อว่าค่าใช้จ่ายของการจัดการระบบและจ้างโอเปอร์เรเตอร์ จะน้อยกว่าค่าเครื่อง+ค่าตู้+ค่าดูแลตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน