ปัจจุบัน ประเทศไทย มี ‘ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่’ ที่เป็นกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวนเพิ่มขึ้น
การที่เยาวชนติดเชื้อเพิ่มขึ้น คาดกันว่าสาเหตุมาจากที่สังคมไทยยังไม่เปิดกว้างเรื่องเพศศึกษา ทั้งในระบบครอบครัวและโรงเรียน ทำให้เยาวชนขาดความรู้และทักษะในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย อีกทั้ง ทัศนคติของสังคมไทยที่เชื่อว่า “เยาวชนไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร” ยิ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการลดการติดเชื้อเอชไอวี
นอกจากนี้ ตาม “แนวทางปฏิบัติของแพทย์เกี่ยวกับเรื่องเอดส์” ของแพทยสภา ที่ระบุว่า
“หากผู้รับการตรวจเป็นผู้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ...ไม่สามารถเข้าใจหรือตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ ...ให้ดำเนินการดังกล่าวแก่ผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้รับการตรวจแทน” นั่นหมายความว่า แพทย์ไม่สามารถให้บริการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีในเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี หากไม่ได้รับคำยินยอมจากพ่อแม่ผู้ปกครอง
เพื่อป้องกันปัญหา จึงมีความพยายามผลักดันจากกลุ่มต่างๆ เช่น องค์การแพธ (PATH) มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ฯลฯ ให้เด็กอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถตรวจเอชไอวีได้โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องยินยอม
ในส่วนของเหตุผลของผลักดัน พรนุช สถาผลสวัสดิ์ หนึ่งในผู้ร่วมผลักดันประเด็นนี้เล่าให้ผมฟังว่า เนื่องจากวัยรุ่นปัจจุบันมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น เมื่อมีเพศสัมพันธ์ วัยรุ่นก็ไม่กล้าพูดคุยกับผู้ปกครอง จึงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวี ดังนั้นการเข้าถึงบริการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ซึ่งหากพบว่าติดเชื้อแล้วรีบรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
พรนุชกล่าวว่า ที่กำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปีของเยาวชน (ทั้งนี้ในอนาคตอาจลดเกณฑ์ขั้นต่ำลง) เพราะเชื่อว่า หากมีการเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนในช่วงอายุนี้ให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง จะทำให้เขาสามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ เพราะพวกเขามีวุฒิภาวะมากพอที่สามารถคิดวิเคราะห์เองได้
สำหรับการผลักดันประเด็นให้เด็กอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถเข้าตรวจเอชไอวีได้ โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องยินยอม มีความพยายามผลักดันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว แม้แพทยสภาในฐานะผู้มีอำนาจออกระเบียบจะเห็นด้วยแต่การผลักดันยังไม่สามารถประสบความสำเร็จ เนื่องมีข้อกังวลว่า หากออกระเบียบไปอาจถูกฟ้องร้องจากกลุ่มผู้ปกครอง และยังกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา27)
เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นเยาวชนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องย้อนกลับมาดูว่า เงื่อนไขการตรวจเลือดแบบที่เป็นอยู่ยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการป้องการการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ทางแก้ทางหนึ่งที่น่าจะทำได้ง่ายๆ คือเปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถเข้าถึงบริการตรวจเลือดเอชไอวีได้ โดยไม่มีเงื่อนไขที่จะทำให้เยาวชนต้องกังวลมากนัก จึงน่า(ช่วยกัน) “คิด” ว่า สมควร/เหมาะสมหรือยัง ที่จะให้เยาวชนอายุที่ต่ำกว่า 18ปี สามารถตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี ได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง? หรือมีทางเลือกทางอื่นใดอีกบ้าง?