15 กันยายน 2556
อดีตลูกสะใภ้"สุวรรณ วลัยเสถียร"เตรียมแฉคลิปหมิ่นเบื้องสูง ดัดหลังอดีตสามี
เมื่อเวลา 13.00น. นางนิภาภัทร วลัยเสถียร อดีตภรรยา นายสุวรรณ วลัยเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาฐานแจ้งความเท็จ ที่ สน.ลุมพินี กรณีที่ถูกนายวีรวัฒน์ วลัยเสถียร อายุ 33 ปี อดีตสามี แจ้งความกลับปฏิเสธว่าไม่เคยทำร้ายร่างกายตามที่ถูกกล่าวหา โดยนางนิภาภัทร จะนำหลักฐานใบรับรองแพทย์ และหลักฐานอื่นๆ มาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และขอให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับคดีที่เคยแจ้งความไว้ และยังบอกด้วยว่า มีคลิปวีดีโอ ที่สามีเคยหมิ่นเบื้องสูง และเคยนำคลิปนี้ไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้ว และได้นำไปแจ้งความไว้ที่กองปราบปราม แต่เรื่องไม่คืบหากสื่อมวลชนสนใจก็พร้อมจะนำมาแถลงด้วย
16 กันยายน 2556
แจ้งจับกะเทย “อั้ม เนโกะ” หมิ่นเบื้องสูง
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกุล หรือฟ้า อายุ 41 ปี เจ้าของรายการ “เบสต์ออฟยัวร์ไลฟ์” ออกอากาศทางช่อง 13 สยามไท สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเสียงประชาชน เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ชลิต มณีพราว พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ “อั้ม เนโกะ” อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนำคลิปภาพและเสียงที่มีการสัมภาษณ์กับทางรายการโทรทัศน์ดังกล่าว มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ “Aum Neko” ด้วย
น.ส.พรทิพากล่าวว่า ที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีเพราะ คำสัมภาษณ์ของอั้มเข้าข่ายเป็นการหมิ่นเบื้องสูง นอกการการให้สัมภาษณ์ที่มีเนื้อหาไม่บังควรแล้ว อั้มยังโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมอีกหลายครั้งบนเฟซบุ้คของตัวเอง จึงเห็นว่า หากไม่ดำเนินการใดๆอั้มจะคงทำการไม่บังควรต่อไปเรื่อยๆ หลังเดินทางเข้าแจ้งความ ทางกองปราบแจ้งกับ น.ส.พรทิพา ว่าเนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพราะมีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ้ค เจ้าหน้าที่กองปราบ จึงแนะนำให้น.ส.พรทิพานำเรื่องไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
18 กันยายน 2556
P-move ร่วมค้าน FTA ไทย-อียู ชี้ไม่โปร่งใส ไม่ถูกรธน.
ที่ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ร่วมชุมนุมกับกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) และภาคประชาสังคม อีก28 องค์กร เพื่อคัดค้านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2556 ที่โรงแรมเลอเมอริเดียน จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมออกแถลงการณ์ ซึ่งมีสาระสำคัญว่า การเจรจาดังกล่าวมีความไม่โปร่งใส และการดำเนินการก็ไม่ถุกต้องตามรัฐธรรมนูญ แถลงการณ์ฉบับนี้ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เช่นควรมีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนระหว่างร่างกรอบการเจรจาด้วย
กสทช.จับวิทยุชุมชนคลื่นรบกวนการบิน
เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ต.สุชาติ มโนชัย สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นายนเรศร์ ภาชนะพรรณ์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กสทช. เขต (บ3) สำนักงาน กสทช.เขต 9 เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสทช. เขต (บ3) สำนักงาน กสทช.เขต 9 เชียงใหม่ ร่วมกันจับกุมตัว นายวิทยา เมทะโว พร้อมด้วยของกลาง เครื่องกำเนิดความถี่คลื่อน FM 1 เครื่อง เครื่องขยายสัญญาณความถี่ 1 เครื่อง และเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ในการขยายเสียง
การจับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เขต (บ3) สำนักงาน กสทช.เขต 9 เชียงใหม่ รับแจ้งจาก ศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ ว่า มีคลื่นวิทยุชุมชนส่งสัญญาณความถี่สูง รบกวนสัญญาณวิทยุการบิน เจ้าหน้าที่จึงได้ไปตรวจสอบพบว่า ที่บ้านของนายวิทยามีการส่งสัญญาณกระจายเสียงคลื่นวิทยุชุมชน ซึ่งกระจายสัญญาณรบกวนการบิน จึงได้ขอหมายศาลเพื่อเข้าตรวจค้นจับกุมและยึดของกลางทั้งหมดนำส่งยัง สภ.สารภี เบื้องต้น นายวิทยา ให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของสถานีวิทยุดังกล่าว และที่มีปัญหาสัญญาณรบกวนน่าจะเป็นเพราะเครื่องส่งสัญญาณไม่มีคุณภาพ เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูใบอนุญาต นายวิทยา อ้างว่าอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีหรือใช้ ซึ่งเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
20 กันยายน 2556
ทีดีอาร์ไอขอใช้อำนาจศาลพิสูจน์คดีนักวิชาการถูกฟ้องหมิ่น ยันกรณีปัญหา 'ซิมดับ' ควรดีเบตเพื่อประโยชน์สาธารณะ
หลังจากมีกรณีที่กสทช.ฟ้องนักวิชาการและสื่อมวลชนสองคน คือ ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผอ.วิจัยทีดีอาร์ไอ และน.ส.ณัฐฐา โกมลวาทิน ผู้ประกาศข่าวไทยพีบีเอส ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2556 มีข่าวแพร่หลายว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่าจะมีผู้ถูกฟ้องรายหนึ่งไปพูดคุยเจรจากับกสทช.เพื่อให้มีการถอนฟ้อง ต่อกรณีนี้ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่ารู้สึกแปลกใจมากเมื่อทราบข่าว เพราะจากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของ น.ส.ณัฐฐา หนึ่งในผู้ถูกฟ้องยืนยันว่าไม่ได้มีความคิดใด ๆ ที่จะไปเจรจากับ กสทช. เพราะได้ทำหน้าที่ตามหลักวิชาชีพ ในส่วนของนักวิชาการคือ ดร.เดือนเด่น ผอ.วิจัยของทีดีอาร์ไอ ก็ยืนยันว่าไม่มีความคิดที่จะไปเจรจาเพื่อให้ กสทช.ถอนฟ้อง เช่นกัน
ในส่วนของทีดีอาร์ไอ ดร.สมเกียรติ ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นการทำหน้าที่ของนักวิชาการ หาก กสทช.อยากจะถอนฟ้องก็สามารถดำเนินการได้เอง ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนก็ไม่ได้มีแนวคิดที่จะไปเจรจาในที่ลับ เนื่องจากกรณีที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องร้องเป็นเรื่องสาธารณะ จึงควรจะพูดกันในที่แจ้ง ดร.สมเกียรติกล่าวด้วยว่า การที่คดีไปสู่ศาลนั้น ในมุมหนึ่งแม้จะทำให้เกิดความยุ่งยากเสียเวลากับผู้ถูกฟ้องทั้งสอง แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ขั้นตอนของศาลซึ่งจะสามารถใช้อำนาจของศาลในการเรียกข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเคยเป็นความลับยังไม่ถูกเปิดเผยโดยสำนักงาน กสทช. ออกมาเป็นข้อมูลสาธารณะ และเมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่าประชาชนจะได้ทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีที่มาที่ไปอย่างไร