ช่วงนี้สิ่งที่เป็นประเด็นใหญ่ในสังคมและก่อให้เกิดการกระเพื่อมไหวมากที่สุดอันหนึ่งก็คือ การยื่นเสนอร่าง พรบ. นิรโทษกรรม (แบบเหมาเข่ง) โดย สส.วรชัย เหมะ หลายๆ ภาคส่วนต่างออกมาให้ความเห็นและแสดงจุดยืนต่างๆ นานา
ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า ประเด็นนี้ค่อนข้างซับซ้อน และมีตัวละครที่เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้มากมาย โดยฝ่ายญาติผู้เสียชีวิตแน่นอนว่าต้องไม่อยากยอมรับ และไม่อยากปล่อยให้ "ตัวการ" ลอยนวลไปง่ายๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเองก็ไม่อาจทราบได้ว่า "ตัวการ" ที่แท้จริง มีใครที่เกี่ยวข้องบ้าง และจะสามารถสาวไปถึง "ตัวการ" ที่แท้จริงได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนกลุ่มนักเคลื่อนไหว ที่ค่อนข้างเป็นอิสระจากกลุ่มพรรคการเมือง รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับวงวิชาการ ก็ออกอาการต่อต้าน และได้เริ่มมีการรณรงค์ ระลึกถึงเหตุการณ์สูญเสีย เพื่อไม่ให้คนไทย "ขี้ลืม" ไปว่า มีใครที่ได้เสียสละเพื่อหลักการอะไรบางอย่างไปบ้าง มากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยคงหวังใจว่า จะกระตุ้นเตือนให้พรรคการเมืองได้สะดุ้งสะเทือนว่ากำลังทรยศต่อประชาชนที่เคยร่วมต่อสู้เพื่ออุดมการณ์เดียวกันมา น่าสังเกตว่ากลุ่มนักเคลื่อนไหว นักเขียน สื่อ อีกหลายคน ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ได้จากพรรคการเมืองนั้น กลับยังนิ่งเฉย และ "ปลดเกียร์ว่าง" สำหรับเหตุการณ์นี้อยู่ ซึ่งก็น่าแปลกใจไม่น้อย เมื่อนึกย้อนไปเมื่อตอนเกิดเรื่อง มิใช่กลุ่มคนเหล่านี้หรอกหรือ ที่ร้องห่มร้องไห้ น้ำตาคลอ เมื่อต้องพูดถึงคนที่สูญเสียชีวิตไป และอีกกลุ่มที่ยังได้รับผลกระทบอยู่ในคุกโดยที่ไม่ได้รับแม้โอกาสประกันตัว
การที่ทางพรรคเพื่อไทยออกมาเสนอเรื่องนี้ ในช่วงเวลานี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ ว่าได้มีการ "เกี๊ยะเซี๊ยะ" กันมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุด (อีกครั้งและอีกครั้งและอีกครั้ง) เมื่อการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ไม่เคยมีความหมาย เมื่อขั้วความขัดแย้งแบ่งเค้กกันได้เรียบร้อยแล้ว อย่างมากก็แค่ออกมาอ้อมแอ้มๆ ว่า เราพยายามเต็มที่แล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ ทางนี้จะดีที่สุด ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า...
ไม่ว่าสุดท้าย ผลจะจบลงเช่นไร ประชาชนก็ยังคงเป็นเหยื่ออยู่วันยันค่ำ...ข้อเขียนนี้ ไม่ได้ต้องการเสนอทางแก้หรือเสนออะไร เพียงต้องการทำหน้าที่เป็นแค่บทไว้อาลัยให้กับโศกนาฎกรรมไม่รู้จบแห่งการต่อสู้ทางการเมืองของประชาชนชาวไทยเท่านั้น..... RIP
มีคนคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นแกนนำในการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อย่างเข้มข้นเคยกล่าวไว้ว่า "ไม่มีอุดมการณ์อันใด ควรคู่กับการเสียสละชีวิตทั้งนั้น" ...มันคงจริงสินะ