13 มกราคม 2556
สถานทูตไทยในหลายประเทศจัดการเลือกตั้งนอกประเทศแล้วเป็นวันแรก
สถานทูตไทยในประเทศต่างๆ เริ่มจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแล้ววันนี้เป็นวันแรก โดยสถานทูตในประเทศต่างๆ อาทิ จีน อิสราเอล เยอรมนี ญี่ปุ่น อิตาลี ได้จัดการเลือกตั้งแบบคูหา และจัดการเลือกตั้งแบบไปรษณีย์ และจะดำเนินไปถึงวันที่ 26 ม.ค. 2556
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า
มีทั้งหมดสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ๙๒ แห่งใน ๖๗ ประเทศได้เตรียมจัดการเลือกตั้งระหว่างวันที่ 13 – 26 มกราคม 2557 ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งสิ้น 143,800 คน
โดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่จะส่งบัตรเลือกตั้งกลับมายังประเทศไทยทางถุงเมล์การทูตภายในวันที่ ๓๐ มกราคม เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำการคัดแยกและส่งไปตามเขตเลือกตั้งต่างๆ ต่อไป โฆษกกระทรวงฯ แจ้งด้วยว่าขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่เกี่ยวข้องยังไม่พบปัญหาในการจัดส่งและดำเนินการเลือกตั้ง แม้แต่ ที่สหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะอากาศหนาวจัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นได้รับการอบรมในระเบียบข้อบังคับของ กกต. เป็นอย่างดีแล้ว
ประมวลภาพ: ชัตดาวน์กรุงเทพฯ 2014
การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เพื่อ "ชัตดาวน์" กรุงเทพฯ ได้เริ่มแล้วตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยในวันนี้มีการตั้งเวทีปราศรัยหลักๆ ทั้งหมด 7 จุด ได้แก่ เวทีสวนลุมพินี, อโศก, ราชประสงค์, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, ห้าแยกลาดพร้าว, ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และแยกปทุมวัน โดยมีผู้ชุมนุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางเข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยภาพบางส่วน รวบรวมมาจากภาพที่ผู้อ่านประชาไท โพสต์และแบ่งปันโดยใช้ hashtag #seebkk13 (ดูภาพโดยคลิ้กลิงค์ด้านล่าง)
15 มกราคม 2557
ศาลกลางสหรัฐฯชี้ มลรัฐแบนสมรสเกย์ไม่ได้
ศาลกลางสหรัฐฯ ตัดสินว่า การสั่งระงับการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันของศาลมลรัฐเป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าการกระทำของศาลมลรัฐโอคลาโฮมาและยูทาห์ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และเป็นการลิดรอนสิทธิที่คู่สมรสพึงมี ขณะที่ ทางการมลรัฐก็มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวในขั้นตอนต่อไป
ศาลกลางสหรัฐฯ พิพากษาว่าการระงับการสมรสของบุคคลเพศเดียวกันของมลรัฐโอคลาโฮมาเป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับมลรัฐยูทาห์ที่เป็นประเด็นมาก่อนหน้านี้ โดยให้เหตุผลว่า การจำกัดให้การสมรสเกิดขึ้นระหว่างบุคคลต่างเพศเท่านั้น ทำให้คู่สมรสที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถรับสิทธิและผลประโยชน์อันพึงมี ซึ่งขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยความเท่าเทียมกันของบุคคล
เมื่อเดือนที่ผ่านมา ศาลกลางสหรัฐฯ ก็ได้มีคำตัดสินเช่นเดียวกันนี้กับกรณีของมลรัฐยูทาห์ไปแล้ว ซึ่งทำให้คู่สมรสเพศเดียวกันยังคงสถานะสมรสไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาของสหรัฐฯ ได้สั่งระงับสถานะการสมรสดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากทางมลรัฐได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาล แม้ว่าศาลกลางระบุไปแล้วว่า จะคืนสถานะสมรสให้กับคู่สมรสเพศเดียวกันทั้ง 1,300 คู่ ก็ตาม
ขณะเดียวกัน ศาลฎีกามลรัฐนิวเม็กซิโกก็ตัดสินให้การสมรสระหว่างเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ชอบธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำให้สิทธิของคู่สมรสเพศเดียวกันในแต่ละมลรัฐยังไม่เท่าเทียม
ทั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่า คำพิพากษาในครั้งนี้จะยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ในทันที เพราะต้องรอให้กรณีของมลรัฐยูทาห์ผ่านขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์ไปก่อน ส่งผลให้ในขณะนี้การสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันในมลรัฐโอคลาโฮมายังไม่สามารถกระทำได้ ยิ่งไปกว่านั้น ทางการมลรัฐก็น่าจะยื่นอุทธรณ์เช่นเดียวกับในกรณีของมลรัฐยูทาห์อีกด้วย จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร
ขณะที่ กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศก็ได้ชื่นชมการตัดสินของผู้พิพากษาศาลกลางสหรัฐฯ และยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความเสมอภาคกับพลเมืองสหรัฐฯโดยเท่าเทียมด้วย
16 มกราคม 2557
เนชั่นเรียกร้องกปปส.สอบสวนด่วนหลังช่างภาพถูกล็อค
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.15 น. ได้เกิดเหตุทำร้ายร่างกายนายฐานิส สุดโต ช่างภาพของเครือเนชั่น ที่บริเวณการชุมนุมของ กปปส.ที่สวนลุมพินี
นายฐานิส เล่าว่า หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินีจบประมาณ 5 นาที เขาได้เดินออกจากเต็นท์นักข่าวเพื่อไปสูบบุหรี่ และได้เดินออกไปเพียงนิดเดียว ยังไม่ทันได้สูบบุหรี่ ก็มีผู้ชายมาล็อคคอจากด้านหลัง แล้วก็ลากเดินไปมาแถวนั้นซึ่งเป็นบริเวณใกล้ๆโรงครัว ที่มีผู้ชุมนุมมาต่อแถวรออาหารอยู่
"ตอนแรกก็เหมือนเขาไม่รู้จะพาผมไปตรงไหน ก็ล็อคคอลากผมเดินไปมา แล้วก็บอกว่า บชน.ๆ ผมก็พยายามบอกว่าผมเป็นสื่อมวลชน แล้วพยายามให้ดูบัตร บอกว่าผมอยู่เนชั่น จะเอาผมไปไหน แต่เขาก็ไม่หยุด พาไปตรงที่มีคนเหมือนจะเอาผมไปประจาน ดึงปลอกแขนสื่อของผม แล้วพูดย้ำๆว่า บชน. เหมือนกับจะบอกว่าผมเป็นตำรวจ ตอนนั้นเริ่มมีพวกวัยรุ่นเข้ามาล้อมกรอบเป็นสิบคน บางคนทำท่าจะต่อย แต่ยังไม่ได้ต่อย แล้วก็มีคนตะโกนใจเย็นๆ กำนัน(สุเทพ)กำลังมาๆ เขาก็เลยหิ้วแขนหิ้วขาผมไปตรงหน้าประตูสวนลุม ที่เป็นโซนที่ไม่มีคน"
"ตอนนั้นผมก็พยายามตะโกนให้คนช่วย ตอนหลังก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมตามมา และพยายามบอกให้ตรวจสอบก่อน ตอนหลังเขาเลยตรวจสอบบัตรผมอีกที จนเชื่อว่าเป็นนักข่าว จึงปล่อยตัวออกมา"
นายฐานิส บอกว่า ปลอกแขนที่เขาใส่อยู่เป็นปลอกแขนสื่อมวลชนที่ บชน. (กองบัญชาการตำรวจนครบาล) ออกให้ เป็นสีเขียวเข้ม ซึ่งก็เขียนหนังสือตัวใหญ่ว่า "PRESS"
นายฐานิส กล่าวว่า ตอนหลังนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ แกนนำ กปปส.ที่เวทีดังกล่าวได้เข้ามาพูดคุยและขอโทษ โดยบอกว่าไม่ใช่การ์ดของกปปส.เพราะไม่มีบัตร พร้อมทั้งบอกว่าตอนนี้มั่วๆอยู่ มีคนอยากจะเป็นการ์ดเยอะ แต่ทางกปปส.ก็พยายามคัดกรอง
"ผมไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร แต่ดูจากรูปร่างและวิธีการล็อคแล้วคิดว่าน่าจะเป็นการ์ด" นายฐานิสกล่าว และบอกว่า "รู้สึกไม่ดีที่เกิดเหตุการณ์นี้ เพราะผมแสดงตัวแล้วว่าเป็นสื่อมวลชน ผมถ่ายรูปอยู่ที่เวทีนี้ตั้งแต่วันจันทร์ และก่อนหน้านี้ก็ทำข่าวกลุ่ม กปปส.มาตลอด ตอนเกิดเรื่องผู้ชุมนุมบางคนยังพูดว่าจำได้ว่าผมเป็นนักข่าว แต่พวกเขาก็ไม่ฟัง" นายฐานิสกล่าว จากนั้นจึงได้ไปแจ้งความที่สน.ลุมพินี
นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นการคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างร้ายแรง ขอเรียกร้องให้ทาง กปปส.ดำเนินการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเพื่อหาตัวคนที่ทำร้ายช่างภาพของเนชั่นมาลงโทษ ทั้งนี้ทางช่างภาพจำเป็นต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำตัวคนผิดมาลงโทษและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับสื่อมวลชนรายอื่นๆอีก นอกจากนี้ทางเครือเนชั่นจะได้ทำเรื่องไปยังสมาคมนักข่าวเพื่อดูแลเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย
"ขอเรียกร้องให้ทาง กปปส.ทำความเข้าใจกับการ์ดทั้งหลายว่า ขอให้ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ เคารพหลักสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนด้วย" นายเทพชัย กล่าว
เครือข่ายผู้หญิงฯ ประณาม-โวยหยุดปราศรัยเหยียดเพศ
เครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทยและภาคี เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำการชุมนุมทางการเมืองทุกกลุ่ม สื่อทุกสาขา โดยสำเนาถึงกรรมการสิทธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประณามและเรียกร้องให้ยุติการใช้ถ้อยคำที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เหยียดหยามทางเพศ ในการแสดงความเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ สืบเนื่องมาจาการณีการปราศรัยของนักวิชาการชายอย่างน้อย 2 รายบนเวที กปปส. ที่มีการเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังรวมถึงการตัดต่อภาพจิตภัสร์ กฤษดากร (กรณีตัดต่อกอดกับเอกนัฏ พร้อมพันธุ์) และการปราศรัยของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย
นอกจากนี้กลุ่มเพื่อประชาธิปไตยและความหลายหลายทางเพศ ยังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 ประณามการเหยียดเพศและการใช้ประเด็นทางเพศเป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง โดยระบุถึงการปราศรัยของนายแพทย์คนหนึ่งบนเวที กปปส. ซึ่งเป็นการคุกคามทางเพศ ละเมิดเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นอย่างรุนแรง สะท้อนถึงการขาดจิตสำนึกของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่ควรยึดมั่นใจจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับจากสังคม และเกี่ยวโยงกับชีวิตของมนุษย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยทางกลุ่มเรียกร้องให้ทุกกลุ่มการเมืองยุติการกระทำอันเป็นการเหยียดเพศ การใช้วาทะเพื่อบ่มเพาะความเกลียดชังระหว่างกัน และให้สื่อมวลชนระมัดระวังและไหวรู้ต่อการสื่อสารในประเด็นเหล่านี้
17 มกราคม 2557
ศูนย์เอราวัณรายงานบาดเจ็บ 28 ราย คนร้ายโยนระเบิดขบวน′สุเทพ′ ถนนบรรทัดทอง
เมื่อเวลา ประมาณ 13.00 น. วันที่ 17 มกราคม ว่า ได้เกิดเหตุมีผู้โยนระเบิดลงมาจากบริเวณตึกร้าง ถนนบรรทัดทอง ระหว่างที่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส. กำลังเดินกลับไปที่เวทีแยกปทุมวัน หลังจากเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณย่านสีลม
ทั้งนี้ แรงระเบิดดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นผู้ชุมนุม กปปส. ที่ร่วมขบวนกับนายสุเทพ จำนวนหนึ่ง ขณะนี้ได้มีการนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว โดยมีผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า เสียงระเบิดนั้น ดังขึ้นทั้งหมด 2 ครั้งด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาประมาณ 12.08 น. นายสุเทพ ได้แวะพักรับประทานอาหารที่บริเวณซอยจุฬาฯ 12 บนถนน บรรทัดทอง ก่อนที่จะเดินนำขบวนเพื่อกลับแยกปทุมวัน ได้ไม่นานก็มีผู้ก่อเหตุโยนระเบิดลงมาดังกล่าว
ด้าน หลังเกิดเหตุ นายสุเทพ รวมถึงแกนนำต่างๆ ได้หายไปออกจากพื้นที่แล้ว ยังไม่ทราบว่า ไปอยู่ที่ไหน ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ได้พยายามกระจายกำลังไล่ล่า บุคคลต้องสงสัยที่จะเป็นมือวางระเบิด บางส่วนได้ขึ้นไปบนอาคารร้างดังกล่าว เพื่อค้นหาคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างละเอียด
ขณะที่ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า ได้รับรายงานเกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดที่ ถ.บรรทัดทอง ก่อนถึงแยกเจริญพล บริเวณอาคารร้างหลังสนามศุภชลาศัย เป็นช่วงระหว่างที่นายสุเทพ เดินขบวน เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 28 ราย ส่งรับการรักษาที่ รพ.รามาธิบดี 15 ราย รพ.หัวเฉียว 8 ราย รพ.กลาง 3 ราย และร พ.จุฬาลงกรณ์ 2 ราย