นักเรียนตั้งครรภ์ ห้ามให้ออกจากโรงเรียน

นักเรียนตั้งครรภ์ ห้ามให้ออกจากโรงเรียน

สายไหม เมื่อ 2 เม.ย. 2553

อนาคตของนักเรียนหญิงทุกคนไม่ได้ กำหนดด้วยสถาบันการศึกษา กลัวเสียชื่อสถาบันแต่ไม่กลัวเสียอนาคตของเด็ก เด็กเสียอนาคตไม่ได้เรียนเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็พอแล้ว อย่าซ้ำเติมให้ไม่ได้เรียนจนจบอีกเลยคะ เด็กนักเรียนชายหรือผู้ชายที่เป็นแฟนทำนักเรียนหญิงท้องไมได้เสียอนาคตด้วยซึ่งบางครั้งไม่ยอมรับเป็นพ่อเด็กด้วยซ้ำไป อย่าบังคับด้วยการไม่ให้เรียนต่อ จนบางคนคิดมากจนต้องเอาเด็กออกให้เสียตัวไม่พอเสียใจด้วยเลยนะคะ ขอให้ช่วยลงเป็นกฎหมายให้นักเรียนหญิงที่โง่เขลาบางคนจะไม่ได้เสียอนาคตด้วยคะ บางคนท้อแท้ฆ่าตัวตายไปเลยก็มีพ่อแม่เด็กนักเรียนหญิง ต้องเสียใจกับลูกที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็พอแล้วยังต้องเสียลูกไปอีกมากมายก็มี

คุณแสดงความคิดเห็นว่า
Vote
Get Adobe Flash player

Comments

สายไหม's picture
อยากให้ช่วยกันลงความเห็นหน่อยนะคะ จากคนที่เคยโง่เขลามาก่อน หมดอนาคตจนต้องไปเรียน กศน. พ่อแม่ก็เสียใจ ผู้ชายก็ไร้ความรับผิดชอบในการกระทำ ผู้หญิงยังไงก็เสียเปรี่ยบวันยังค่ำ ใครมีเพื่อนผู้หญิง น้อง พี่สาวเป็นผู้หญิง เจอเหตุการณ์อย่างนี้คงเสียใจมาก ช่วยลงให้ด้วยนะคะ
ตัวเลือกที่ให้ vote คลุมเครือค่ะ ช่วยทำตัวเลือกใหม่ โดยเขียนให้ชัดกว่านี้ได้ไหมคะ
เช่น ไม่เห็นด้วยที่ไล่ออก เห็นด้วยที่จะให้เรียนต่อใน ร.ร.

ความเห็นส่วนตัวคือ นร.หญิง ไม่ควรถูกไล่ออก ควรให้เรียนต่อได้
อ้อ น่าจะมีอีกข้อถามว่า ควรทำอย่างไรกับฝ่ายชาย (นร.ชายคู่กรณี)
ไม่อยากให้โฟกัสที่เพศหญิงฝ่ายเดียวค่ะ
ร.ร. ผู้ปกครอง และผู้ให้ความเห็นทุกคน ควรนึกถึงวิธีการที่ฝ่ายชายแสดงความรับผิดชอบด้วย
และรับผิดชอบระดับไหน ควรระบุให้ชัดเจน
เช่น รับผิดชอบแค่ให้เงินไปทำแท้ง จบ...
หรือรับผิดชอบโดยการรับมาอยู่ด้วยกัน เป็นแม่บ้าน คลอดและเลี้ยงลูกไป แต่ไม่ต้องเรียนต่อแล้ว (และต่อมา อาจถูกทำร้ายร่างกาย และเลิกกันไป)
หรือรับผิดชอบยังไง....
parami-paramita's picture
เห็นด้วยค่ะว่าไม่ควรให้ออก แต่ตัวผู้เสียหายจะทำอย่างไรหากสังคมในนั้นไม่มีซัพพอร์ตที่ดี? โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีโรงเรียนพิเศษสำหรับนักเรียนที่ตั้งครรภ์วัยเรียน ระบบโรงเรียนพิเศษที่เราเห็นในอเมริกา นอกจากได้รับการศึกษาแล้ว ยังมีการสอนวิธีการดูแลตนเองระหว่างการตั้งครรภ์และวิธีการเลี้ยงเด็กที่กำลังจะเกิดมา ทั้งนี้ยังมีนักจิตวิทยากับนักจิตบำบัดคอยฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องฝ่ายชาย...อันนี้เป็นคำถามที่น่าคิดเหมือนกัน แต่ตอนนี้เราอยากเน้นไปด้านที่ทำยังไงให้ผู้เสียหาสามารถยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้น่ะค่ะ
เห็นด้วยกับความเห็นนี้ค่ะ....สังคมไทยยังเป็นสังคมนินทาว่าร้าย คนท้องจะทนได้หรือคะในโรงเรียนเดิม ที่มีแต่คนจ้องมองที่ท้องของเธอ..สภาพจิตใจจะเป็นอย่าง ไร........เห็นด้วยค่ะว่าไม่ควรให้ออก แต่ตัวผู้เสียหายจะทำอย่างไรหากสังคมในนั้นไม่มีซัพพอร์ตที่ดี? โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีโรงเรียนพิเศษสำหรับนักเรียนที่ตั้งครรภ์วัยเรียน ระบบโรงเรียนพิเศษที่เราเห็นในอเมริกา นอกจากได้รับการศึกษาแล้ว ยังมีการสอนวิธีการดูแลตนเองระหว่างการตั้งครรภ์และวิธีการเลี้ยงเด็กที่กำลังจะเกิดมา ทั้งนี้ยังมีนักจิตวิทยากับนักจิตบำบัดคอยฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องฝ่ายชาย...อันนี้เป็นคำถามที่น่าคิดเหมือนกัน แต่ตอนนี้เราอยากเน้นไปด้านที่ทำยังไงให้ผู้เสียหาสามารถยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้น่ะค่ะ
cuepao's picture
ผมไม่เห็นด้วยครับ การที่มีกฏหมายข้อนี้จะทำให้เด็กมีปมด้อยมากขึ้นมีใครท้องแล้วอยากให้เพื่อนรู้บ้างละครับถ้าท้องอย่างไม่ต้ังใจ
ผมว่าต้องอยู่กับการตัดสินใจของผู้ปกครองและสถานการณ์ด้วยครับ

คุณไม่เข้าใจประเด็นนะ คือโรงเรียนเค้าไม่ยอมให้เด็กเรียนต่อ ส่วนตัวเด็กจะเรียนต่อหรือไม่เรียนเป็นสิทธิของเด็ก ไม่ใช่ของโรงเรียนตัดสิน อีกอย่างผู้ปกครองที่ไหนอยากให้ลูกตัวเองเรียนไม่จบออกมาอยู่บ้านเฉยๆบ้าง

เห็นด้วยค่ะ ว่า ถ้า น.ร. หรือ นศ.ท้อง สมควรให้คนท้องมีทางเลือก
ทาง ร.ร.หรือ สถาบัน ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปตัดสิทธิ์ไม่ให้คนท้องมาเรียน หรือเรียนต่อ
เราไม่ควรคิดแทนคนท้องว่า "ถ้าท้องแล้วไปเรียน คนนั้นจะมีปมด้อย หรือรับไม่ได้ฯลฯ"
ให้เธอคนนั้นเป็นผู้ตัดสินใจเองดีกว่า อย่างที่ระบบไม่ต้องไปตัดสิทธิ์ในการเรียนต่อใดๆ ทั้งสิ้น
ร.ร. ครอบครัว ผู้ปกครอง เพื่อน หรือสังคมแวดล้อม ควรให้สิทธิ์แต่ละคนได้เลือกเองค่ะ ว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ของตนเอง เพราะเป็นสิทธิมนุษยชนในขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว

ขอบคุณค่ะ ที่ทำเรื่องนี้ออกมาในวงกว้าง
เท่าที่ทราบ ปัจจุบันก็ห้ามไล่ออกด้วยเหตุผลนี้นี่ครับ
bact's picture
ต้องอนุญาตให้ลาเรียนไปดูแลท้อง คลอด และเลี้ยงลูกได้ด้วย
ในลักษณะเดียวกับกฎหมายแรงงาน
และกลับเข้ามาเรียนต่อจากเดิมได้
PM_SUN's picture
ผมคิดว่า ถ้าปลูกฝังให้เด็กไทย(ทั้งชายและหญิง)รู้จักสงวนตัวกันมากๆ เรื่องแบบนี้มันก็ไม่เกิดหรอกครับ ซึ่งมันก็เป็นประเพณีไทยมาตั้งแต่โบราณแล้ว ผมเองก็ไม่ทราบว่าค่านิยมที่ดีงามเช่นนี้มันหายไปตั้งแต่เมื่อไร
riverstar's picture
FYI : ค่านิยมสมัยโบราณคือการให้ผู้หญิงแต่งงานแต่เด็กเพื่อกันไม่ให้ผู้ชายพาลูกสาวเค้าหนี...
ประเพณีไทยตั้งแต่สมัยโบราณ มีประเพณีที่เรียกว่า "ผิดผี" "เสียผี" ถ้าคนสมัยนั้นรักนวลสงวนตัวกันหมด ก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรแบบนี้ทำไม?
วรรณคดีไทยที่เรียนๆ กัน เชื่อเลยว่าร้อยละ 90 หรือมากกว่า นางเอกท้องก่อนแต่ง...
ดิฉันก้เป็นคนนึงที่ในตอนนี้กำลังจะขึ้นชั้น ม.6 ในโรงเรียนประจำจังหวัด ตอนที่ก็ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้ว นี่โรงเรียนจะเปิดก็ยังไม่รุ้เลยว่าจะได้เรียนต่อไหม เพราะอยากเรียนต่อ และที่ผ่านมาไม่นานก็ได้ทำแท้งเอง แต่เด็กไม่ออก ไม่กล้าคุยกับพ่อแม่ กลัวท่านเสียใจ อยากทราบว่า ม.6 เนี่ย สามารถดร็อปได้ไหมค่ะ
iLaw's picture
สวัสดี คุณ กำลังมีปัญหา
ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัดสินใจอย่างไร แต่ไม่ว่าเลือกทางไหน อีเมลมาคุยกันเพิ่มเติมได้ เผื่อจะช่วยให้คำแนะนำได้ คุยกันได้ที่ [email protected]
riverstar's picture
ลองคุยกับพ่อแม่ดีมั้ยคะ? ยังไงก็เป็นพ่อแม่นะ ท่านอาจจะดุบ้าง แต่ยังไงก็ลูกสาว
สำหรับเด็กในท้อง ถ้าเคยผ่านความพยายามทำแท้งมาครั้งนึงแล้ว เราว่าต้องรีบปรึกษาหมอแล้วล่ะ เพราะอายุครรถ์ขนาดนี้ คงต้องให้คลอดออกมาแล้วล่ะค่ะ ถ้าทำแท้งตอนนี้จะเป็นทั้งตัวน้อง ทั้งลูกนะคะ ซึ่งยังไงก็ต้องคุยกับคุณพ่อคุณแม่อยู่ดี

เรื่องเรียน เราค่อนข้างมั่นใจว่าดรอปได้นะคะ ยังไงตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องเงยหน้าขึ้นมาเผชิญปัญหา/สู้ปัญหาแล้วล่ะ เริ่มจากคนในครอบครัวนี่แหละ ยังไงสู้ๆ นะคะ มีอะไรคุยกันได้เรื่อยๆ เน้อ
lart's picture
เท่าที่ทำงานกับโรงเรียน ครู และนักเรียนมาพบว่า แม้จะไม่มีกฎห้ามให้ นร.ที่ตั้งครรภ์เรียนต่อ แต่โดยสภาพแวดล้อมจะถูกบีบบังคับให้เรียนต่อไม่ได้ เช่น อาจถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ดีจากครู เพื่อน ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มีโรงเรียนบางแพปฐมพิทยา จ.ราชบุรี และ รร.หนองชุมแสง จ.เพชรบุรี ที่ได้ทำโครงการ "โรงเรียนตามอัธยาศัย" ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่เจออุปสรรคชีวิตจนไม่สะดวกที่จะเรียนต่อที่โรงเรียนเดิม สามารถเข้าเรียนใน ๒ โรงเรียนนี้ได้ วิธีการเรียนคือการศึกษาด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ มีครู คอยแนะนำบ้าง และไม่ต้องเข้าห้องเรียน แต่เมื่อเรียนจบแล้วก็จะได้รับการรันตี (ประกาศนียบัตร) ว่าจบจากทั้ง ๒ โรงเรียนไม่ไใช่จบจาก กศน.

แต่หากเป็น รร.สายอาชีพ ส่วนใหญ่จะให้ออกมาคบอดก่อนแล้วกลับเข้ามาเรียนใหม่ได้ ทำเรื่องดรอปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราว่า กศน.ก็คือทางเลือกหนึ่ง ลองดู ลองค่อยๆ คิด เพราะอาจจะต้องวางแผนว่า หากคลอดแล้ว ใครจะเลี้ยงดูเด็ก เพื่อให้เราสามารถไปเรียนได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งหมดเป็นเรื่องต้องวางแผนนะ เราว่า