12 มิถุนายน 2561 ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวว่า การจัดเลือกตั้งในครั้งหน้า กกต.จะใช้งบประมาณ 5,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2,800 ล้านบาท จากครั้งก่อน (2 กุมภาพันธ์ 2557)ที่ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท เหตุผลที่เพิ่มงบประมาณเพราะหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ การใช้ผู้ตรวจการเลือกตั้งแทนกกต. จังหวัด ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก เพิ่มเติม
กกต. ได้เริ่มเปิดรับสมัครผู้ตรวจการเลือกตั้งในวันที่ 13 - 22 มิถุนายน 2561 ซึ่งพอปิดรับสมัคร กกต.รายงานว่ามีผู้สมัครรวม 77 จังหวัด จำนวน 2,811 คน โดยผู้ตรวจการเลือกตั้งจะทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด ที่ถูกยุบไป เพื่อแก้ปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างกกต.จังหวัดกับนักการเมืองท้องถิ่น บนฐานคิดที่ว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งซึ่งเป็นคนนอกพื้นที่จะช่วยปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งและทำให้เกิดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรรมได้
ผู้ตรวจการเลือกตั้ง มีเงือนเดือน-สวัสดิการ เกือบหกหมื่นบาท
เอกสารแนบท้ายของ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561 ระบุว่า เงินเดือนของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดเท่ากับ 50,000 บาท และผู้ช่วยปฏิบัติงาน 15,000 บาท (ผู้ตรวจการเลือกตั้งมีผู้ช่วยปฏิบัติงาน 1 คน) และยังสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน สำหรับผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ได้แก่ ค่าเบี้ยเลี้ยง 400 บาท/วัน ค่าที่พัก 1,500 บาทต่อวัน และค่าพาหนะ 1,000 บาท/วัน และสำหรับผู้ช่วยปฏิบัติงาน ได้แก่ ค่าเบี้ยเลี้ยง 250 บาท/วัน ค่าที่พัก 750 บาท/วัน ฉะนั้น ค่าใช้จ่ายที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งสามารถเบิกได้ต่อวันเท่ากับ 2,900 บาท/วัน และผู้ช่วยปฏิบัติงานเท่ากับ 950 บาท/วัน ขณะที่อัตราค่าตอบแทนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย จังหวัดสงขลา 3,750 บาทต่อเดือน จังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาส 5,000 บาทต่อเดือน