ใครเป็นใครใน ส.ส.เขต พลังประชารัฐ

ใครเป็นใครใน ส.ส.เขต พลังประชารัฐ

เมื่อ 25 พ.ค. 2562

97 คือ จำนวนเขตที่ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ สามารถคว้าที่นั่งมาได้ในการเลือกตั้ง 2562 เป็นอันดับสองรองจากพรรคเพื่อไทยที่ได้ 136 ที่นั่ง* พลังประชารัฐเป็นพรรคก่อตั้งใหม่ในปี 2561 เพื่อมาสืบทอดอำนาจของ คสช. ทั้งในแง่นโยบาย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน และแง่บุคคลที่พรรคพลังประชารัฐชูพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นบุคคลในบัญชีนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่งและหนึ่งเดียวของพรรค
 
 
 
 
แกนนำและผู้สนับสนุนของพรรคการเมืองนี้ประกอบด้วยบุคคลที่เคยร่วมงานกับคสช.ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาและนักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งบรรดา ส.ส. “พลังดูด” ระดับคุณภาพจากพรรคการเมืองอื่นๆ เช่น พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อพลิกดูรายชื่อ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐที่ชนะจากระบบแบ่งเขตทั้ง 97 เขต พอจะจัดแบ่งประเภทได้ ดังนี้
 
 
1. ส.ส.พลังดูด 37 คน
 
 
พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้งในระบบแบ่งเขต 97 เขต เป็นผลงานของ ส.ส. แชมป์เก่าที่ถูกพลังดูดให้ย้ายเข้าพรรคพลังประชารัฐจำนวน 37 คน กวาดคะแนนให้พรรคพลังประชารัฐไปทั้งสิ้น 1,412,522คะแนน โดยแบ่งเป็นอดีต ส.ส. หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทยจำนวน 22 คน คะแนนรวม 866,267 คะแนน, พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน คะแนนรวม  170,153 คะแนน, พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน คะแนนรวม 159,497 คะแนน, พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 1 คน คะแนนรวม 41,918 คะแนน, พรรคพลังชล 2 คน คะแนนรวม 92,912 คะแนน และพรรคภูมิใจไทย 2 คน คะแนนรวม 81,775 คะแนน
 
 
ตัวอย่างที่ดีที่สุดของ ส.ส. “พลังดูด” เจ้าของพื้นที่ คือ ฐานิสร์ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 จังหวัดสระแก้ว ซึ่งทำคะแนนได้ดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มส.ส.พลังดูด เขาได้คะแนน 63,099 คะแนนจากบัตรดี 100,804 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 62.596 ของจำนวนบัตรดีในเขตนั้น ฐานิสร์เป็นผู้แทนที่เกาะติดพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยได้รับเลือกเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขตครั้งแรกปี 2539 จนถึงปัจจุบัน ในปี 2539 สังกัดพรรคความหวังใหม่ ต่อมาในปี 2544 และ 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย ก่อนที่ในปี 2550 จะย้ายออกไปสังกัดพรรคประชาราช การเลือกตั้งครั้งนั้นเขาได้รับคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ในจังหวัดสระแก้ว (การเลือกตั้ง 2550 สระแก้วมี 1 เขตเลือกตั้ง ผู้แทน 3 คน) และในปี 2554 กลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทย จะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา ฐานิสร์ย้ายพรรคทั้งสิ้น 4 ครั้ง แต่ไม่เคยหลุดออกจากตำแหน่ง ส.ส.เลยสักครั้งเดียว
 
 
 
 
ลำดับจังหวัดชื่อ-สกุลพรรคสังกัดเดิมคะแนนที่ได้คะแนนรวม%
1สระแก้วฐานิสร์ เทียนทองเพื่อไทย6309910080462.6
2สระแก้วตรีนุช เทียนทองเพื่อไทย527879829253.7
3พะเยาธรรมนัส พรหมเผ่าเพื่อไทย524179892152.99
4ชัยนาทมณเฑียร สงฆ์ประชาชาติไทยพัฒนา**485059229252.56
5ชลบุรีรณเทพ อนุวัฒน์พลังชล5464410605651.52
6เพชรบูรณ์จักรัตน์ พั้วช่วยพลังประชาชน4974110506747.34
7นครราชสีมาอธิรัฐ รัตนเศรษฐเพื่อไทย404548612446.97
8ชัยนาทอนุชา นาคาศัยเพื่อไทย441049477446.54
9ราชบุรีปารีณา ไกรคุปต์เพื่อไทย4640910194745.52
10เพชรบูรณ์วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์เพื่อไทย432429785544.19
11สงขลาวันชัย ปริญญาศิริเพื่อไทย371349081740.89
12ตากธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจเพื่อไทย4378710748740.74
13กาญจนบุรีพลเอกสมชาย วิษณุวงศ์เพื่อไทย4030810034840.168
14ราชบุรีบุญยิ่ง นิติกาญจนาภูมิใจไทย4003010003840.01
15นครราชสีมาสมศักดิ์ พันธ์เกษมชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน4191810565139.68
16กาญจนบุรีอัฏฐพล โพธิพิพิธประชาธิปัตย์213635436939.29
17สิงห์บุรีโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

ชาติไทยพัฒนา

4897012518639.12
18เพชรบูรณ์เอี่ยม ทองใจสดเพื่อไทย360349448538.14
19กำแพงเพชรพันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์เพื่อไทย342719159637.42
20นครราชสีมาทัศนียา รัตนเศรษฐเพื่อไทย359839836336.58
21เพชรบูรณ์สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์เพื่อไทย352259715936.26
22กำแพงเพชรอนันต์ ผลอำนวยพลังประชาชน311278695135.8
23ฉะเชิงเทราสุชาติ ตันเจริญเพื่อไทย312658776135.63
24ชลบุรีสุชาติ ชมกลิ่นพลังชล3826811151734.32
25สมุทรปราการกรุงศรีวิไล สุทินเผือกภูมิใจไทย4174512266234.03
26กำแพงเพชรปริญญา ฤกษ์หร่ายเพื่อไทย301128915233.78
27กำแพงเพชรไผ่ ลิกค์เพื่อไทย326429736533.53
28ชลบุรีสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ประชาธิปัตย์312619446933.09
29นราธิวาสวัชระ ยาวอหะซันชาติไทยพัฒนา322689896032.61
30กาญจนบุรีธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธประชาธิปัตย์302879581431.61
31กทม.ชาญวิทย์ วิภูศิริประชาธิปัตย์3155110044731.41
32นครสวรรค์นิโรธ สุนทรเลขาเพื่อไทย259988489830.62
33นครสวรรค์วีระกร คำประกอบเพื่อไทย3105110233030.34
34ระยองสมพงษ์  โสภณเพื่อไทย290779702529.97
35สระบุรีกัลยา รุ่งวิจิตรชัยประชาธิปัตย์3103512066925.72
36นครสวรรค์ภิญโญ นิโรจน์ประชาธิปัตย์246569829025.08
37แม่ฮ่องสอนปัญญา จีนาคำชาติไทยพัฒนา2975413361722.27

 

 
2. นักการเมืองท้องถิ่น 35 คน
 
 
ช่วงก่อนการเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐไม่เพียงถูกกล่าวหาว่า ดูด ส.ส. จากพรรคการเมืองคู่แข่ง แต่ยังดึงตัวนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนพรรคอีกด้วย จากจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตที่ชนะการเลือกตั้ง 97 คน เป็นที่นั่งที่ได้จากอดีตนักการเมืองท้องถิ่น 35 เขต โดยกวาดคะแนนไปทั้งสิ้น 1,177,485 คะแนน
 
 
แบ่งประเภทตามตำแหน่งในการเมืองท้องถิ่น ดังนี้ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 3 คน คะแนนรวม 110,735 คะแนน, อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 4 คน คะแนนรวม 146,591 คะแนน, อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด 2 คน คะแนนรวม 59,901 คะแนน, อดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 คน คะแนนรวม 37,011 คน, อดีตนายกเทศมนตรี 5 คน คะแนนรวม 179,169 คน, อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 คน คะแนนรวม 473,188 คะแนน, อดีตสมาชิกสภาเทศบาล 1 คน คะแนนรวม 34,211 คะแนน, อดีตสมาชิกสภากทม. 4 คน คะแนนรวม 111,350 คะแนน  และสมาชิกสภาเขตกทม. 1 คน คะแนนรวม 25,329 คะแนน
 
 
หากแบ่งตามจังหวัดพบว่า กรุงเทพมหานครมีนักการเมืองท้องถิ่นที่มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้งได้มากที่สุด 5 ที่นั่ง คือ กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, จักรพันธ์ พรนิมิตร และกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ทั้งหมดเคยเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และศิริพงษ์ รัศมี อดีตประธานสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เท่าที่มีข้อมูลพบว่า พรรคพลังประชารัฐได้ดึงตัวอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานครของพรรคประชาธิปัตย์ไม่น้อยกว่า 5 คน และพรรคเพื่อไทย ไม่น้อยกว่า 2 คน
 
 
ลำดับที่จังหวัดชื่อ-สกุลพรรคสังกัดเดิมคะแนนที่ได้คะแนนรวม%
1เพชรบุรีสุชาติ อุสาหะรองนายกอบจ.เพชรบุรีและฐานเสียงปชป.469019641248.646
2ฉะเชิงเทราชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์สมาชิกสภาอบจ.ฉะเชิงเทรา4450010321343.115
3พะเยาจีรเดช ศรีวิราชนายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้417559754742.805
4สระแก้วสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์สมาชิกสภาอบจ.สระแก้ว419629807342.786
5สงขลาพยม พรหมเพชรนักการเมืองท้องถิ่น,สมาชิกสภาอบจ.สงขลา4239010342540.986
6กาญจนบุรีสมเกียรติ วอนเพียรนายกเทศมนตรีต.สำรอง328828102140.585
7ขอนแก่นวัฒนา ช่างเหลารองนายกอบจ.ขอนแก่น4627611543940.087
8สุโขทัยพรรณสิริกุล นาถสิรินายกอบจ.สุโขทัย4395711211139.208
9สุโขทัยชูศักดิ์ คีรีมาศทองสมาชิกสภาอบจ.สุโขทัย4041910322939.155
10ชัยภูมิสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์นายกเทศมนตรีต.วะตะแบก323528272639.107
11ราชบุรีกุลวลี นพอมรบดีสมาชิกสภาอบจ.ราชบุรี/ลูกสาว มานิต นพอมรบดี3915810096538.784
12สมุทรปราการอัครวัฒน์ อัศวเหมนายกอบจ.สมุทรปราการ346689069138.227
13อุบลราชธานีธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์รองนายกอบจ.อุบลราชธานี326308548438.171
14นราธิวาสสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก342119066037.735
15นครราชสีมาทัศนาพร เกษเมธีการุณนายกเทศมนตรีเทศบาลต.ห้วยแถลง3647310115936.055
16เพชรบุรีสาธิต อุ๋ยตระกูลสมาชิกสภาอบจ.เพชรบุรี346379746335.539
17เพชรบูรณ์พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์รองประธานอบจ.เพชรบูรณ์3701110491135.278
18สุรินทร์ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์สมาชิกสภาอบจ.สุรินทร์3544610509333.728
19กทม.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนาสมาชิกสภากทม.276208241233.515
20ชัยภูมิเชิงชาย ชาลีรินทร์สมาชิกสภาอบจ.อ.จตุจัส3361410310832.601
21พิจิตรสุรชาติ ศรีบุศกรประธานสภา อบจ. พิจิตร303259344332.453
22นครศรีธรรมราชสายัณห์ ยุติธรรมประธานสภา อบจ.นครศรีธรรมราช295769301831.796
23สมุทรปราการยงยุทธ สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีต.แพรกษา3570711447731.191
24สมุทรปราการไพลิน เทียนสุวรรณสภาชิกสภาอบจ.สมุทรปราการ278759157430.44
25สมุทรปราการภริม พูลเจริญสภาชิกสภาอบจ.สมุทรปราการ294249885429.765
26นครปฐมปฐมพงศ์ สูญจันทร์นายกอบจ.นครปฐม3211010859329.569
27พิษณุโลกอนุชา น้อยวงศ์สมาชิกสภาอบจ.พิษณุโลก252078667229.083
28กทม.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติสมาชิกสภากทม.232468125728.608
29กทม.จักรพันธ์ พรนิมิตรสมาชิกสภากทม.3139411215127.993
30กทม.ศิริพงษ์ รัศมีประธานสมาชิกสภาเขตกทม.253299132827.734
31กทม.กษิดิ์เดช ชุติมันต์สมาชิกสภากทม.2909010865626.773
32ตากภาคภูมิ วิบูลย์ประมุขรองนายกอบจ.ตาก207847952626.135
33นนทบุรีเจริญ เรี่ยวแรงสมาชิกสภาอบจ.นนทบุรี3176712505225.403
34พิจิตรภูดิท อินสุวรรณ์สมาชิกสภาอบจ.พิจิตร214668661424.784
35สมุทรสาครจอมขวัญ กลับบ้านเกาะสมาชิกสภาอบจ.สมุทรสาคร2532310283524.625
 
 
พลังประชารัฐยึดเพชรบุรี เขี่ยอิทธิพล “พลบุตร-สุภาแพ่ง” ของประชาธิปัตย์
 
 
เมื่อแบ่งตามสัดส่วนคะแนนที่ได้รับ ผู้ทำคะแนนได้ดีที่สุด คือ สุชาติ อุสาหะ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 เพชรบุรี ทำคะแนนได้ดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น เขาได้คะแนน 46,901 คะแนนจากบัตรดี 96,412 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 48.646 ของจำนวนบัตรดีในเขตนั้น  สุชาติคร่ำหวอดอยู่ในวงการการเมืองท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี, ประธานสภาจังหวัดเพชรบุรีและรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี  ทั้งยังเป็นผู้ช่วยของอลงกรณ์ พลบุตร แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ การเลือกตั้ง 2562 สุชาติสามารถล้ม “แชมป์เก่า” อย่างตามมาด้วยอภิชาติ สุภาแพ่ง ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ไป 21,980 คะแนน ที่ได้รับเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2544-2554
 
 
ที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีถือเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์และมีตระกูลการเมืองหลักๆ ที่ครองพื้นที่ เช่น พลบุตรและสุภาแพ่ง  ทั้งสองตระกูลผูกขาดเป็นผู้แทนของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้ง 2562 พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร คือ อรรถพร พลบุตร น้องชายของอลงกรณ์ เขต 1, กัมพล สุภาแพ่ง ส.ส. 2 สมัย เขต 2 และอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. 4 สมัย เขต 3 ขณะที่พรรคพลังประชารัฐส่ง กฤษณ์ อยู่แก้ว ประธานสภาทนายความจังหวัดเพชรบุรี เขต 1, สาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี เขต 2 และสุชาติ อุสาหะ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐชนะเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี คว้าไปทั้งหมด 3 ที่นั่ง โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปีที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ที่นั่งสักที่นั่งเดียวในจังหวัดเพชรบุรี
 
 
นอกจากนี้จากจำนวนนักการเมืองท้องถิ่นที่ชนะการเลือกตั้ง 35 คน มี 2 คนที่มีนามสกุลเดียวกันกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเคยถูกหัวหน้า คสช. ใช้คำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจสอบการทุจริตคือ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ เขต 6 อุบลราชธานี โดยก่อนหน้านี้คนในตระกูลโควสุรัตน์อย่างพรชัย โควสุรัตน์ นายก อบจ.อุบลราชธานี ถูกระงับตำแหน่งเพื่อตรวจสอบตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 19/2558 นอกจากธนะสิทธิ์ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐแล้ว ยังมีสิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ย้ายไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วย
 
 
 
“อัศวเหม” นำทัพ ทวงคืนปากน้ำจากเพื่อไทย ยกให้พลังประชารัฐ
 
 
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ อัครวัฒน์ อัศวเหม ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐเขต 1 สมุทรปราการ ซึ่งได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ที่ 34,668 คะแนน อัครวัฒน์เป็นลูกพี่ลูกน้องของชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ถูกระงับตำแหน่งเพื่อตรวจสอบตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 19/2558 และยังไม่ได้โอกาสคืนสู่ตำแหน่ง โดยชนม์สวัสดิ์ได้นำ “กลุ่มปากน้ำ” หรือ “สมุทรปราการก้าวหน้า” เข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ
 
 
ตระกูลอัศวเหมถือเป็นตระกูลการเมืองที่สำคัญในการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรปราการและสามารถมีตำแหน่งแห่งที่ในการเมืองระดับชาติได้อย่างต่อเนื่อง บุคคลสำคัญ คือ วัฒนา อัศวเหม พ่อของชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม ระหว่างปี 2518-2539 วัฒนาชนะการเลือกตั้ง ส.ส. ในจังหวัดสมุทรปราการมาตลอด ก่อนที่ในปี 2544 จะถูกทอนบทบาทจากอิทธิพลของพรรคไทยรักไทยที่ชิงเก้าอี้ส.ส.ในจังหวัดสมุทรปราการไปเกือบทั้งหมด ทำให้ตระกูลอัศวเหมต้องถอยไปปักหลักในพื้นที่การเมืองท้องถิ่น นับแต่นั้นพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการกลายเป็นฐานสำคัญของพรรคไทยรักไทยและเพื่อไทยในการเมืองระดับชาติ
 
 
สถานการณ์เปลี่ยนในการเลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัคร คือ สุทธิรัตน์ ยังตรง เขต 1, ภิญโญ เลิศกิจไพโรจน์ เขต 2, ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ 2544-2554 เขต 3, วรชัย เหมะ ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ 2554 เขต 4, สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ 2554 เขต 5, นฤมล ธารดำรงค์ ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ 2550 เขต 6 และนันทวรรณ ประสพดี เขต 7 โดย 4 คนเคยเป็น ส.ส. เก่า ยกเว้น สุทธิรัตน์ ยังตรง, ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์และนันทวรรณ ประสพดี แต่ทั้ง 3 คนยังคงอยู่ในกลุ่มการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งในเขตจังหวัดสมุทรปราการมาก่อน
 
 
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัครที่เกือบทั้งหมดเป็นหรือมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น คือ อัครวัฒน์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เขต 1, ยงยุทธ สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เขต 2, ภริม พูลเจริญ สภาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เขต 3, จาตุรนต์ นกขมิ้น ลูกชายของ ทรงชัย นกขมิ้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ เขต 4, กรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย เขต 5, ฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการนายกเทศมนตรี เมืองปู่เจ้าสมิงพรายและหลานสนิท ส.ส.สมุทรปราการหลายสมัย เขต 6  และไพลิน เทียนสุวรรณ สภาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เขต 7
 
 
ผลการเลือกตั้ง 2562 พรรคพลังประชารัฐคว้าที่นั่ง 6 เขตจากทั้งหมด 7 เขต แพ้ไป 1 เขตคือ เขต 4 จาตุรนต์ แพ้ให้กับวุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ที่นั่งในจังหวัดสมุทรปราการเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี
 
 
3. คนหน้าใหม่ 19 คน
 
 
จากจำนวน 97 คนของ ส.ส. แบบแบ่งเขตพรรคพลังประชารัฐที่ชนะการเลือกตั้งมี 19 คนที่จัดว่า เป็น “คนหน้าใหม่" ที่ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. มาก่อน และสามารถกวาดคะแนนไปได้ 671,880 คะแนน โดยผู้ที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดในกลุ่มนี้ คือ สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส. เขต 8 ชลบุรี เป็นนักธุรกิจร้านทองคำในพื้นที่สัตหีบ เขาได้คะแนน 33,967 คะแนนจากบัตรดีทั้งหมด 82,758 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 41.044 ชนะนาวาตรีสุรสิทธิ์ ทะวะลัย พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้คะแนน 25,874 คะแนน
 
ลำดับที่จังหวัดชื่อ-สกุลพรรคสังกัดเดิมคะแนนที่ได้คะแนนรวม%
1ชลบุรีสะถิระ เผือกประพันธุ์-339678275841.044
2ชลบุรีร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง

ลูกชายกำพล วงศ์ทรายทอง

นายกเทศมนตรี ต.บางทราย

4242710970438.674
3เพชรบุรีกฤษณ์ แก้วอยู่

ประธานสภาทนายความจ.เพชรบุรี 

351069217438.087
4นครราชสีมาทวิรัฐ รัตนเศรษฐ

ทายาทตระกูลรัตนเศรษฐ

3977410460938.022
5สงขลาศาสตรา ศรีปาน-3680210064236.567
6นครศรีธรรมราชรงค์ บุญสวยขวัญ

อาจารย์ม.วลัยลักษณ์

363619955936.522
7สระบุรีสมบัติ อำนาคะ

ประธานสภาเกษตรกรจ.สระบุรี

4377612088736.212
8สงขลาร้อยตำรวจเอกอรุณ สวัสดี-319138933835.722
9ภูเก็ตสุทา ประทีป ณ ถลาง-323389618633.62
10นครศรีธรรมราชสันหพจน์ สุขศรีเมือง-3461310524232.889
11กทม.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์-269098670131.037
12กทม.ประสิทธิ์ มะหะหมัด-2820310112727.889
13กทม.ภาดาท์ วรกานนท์-2869010387927.619
14ภูเก็ตนัทธี ถิ่นสาคู

ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต

2726710049327.133
15ยะลาอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ

ทนายความสิทธิฯชายแดนใต้

237458839026.864
16พิจิตรพรชัย อินทร์สุข-247819457126.204
17กทม.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์-2748910523826.121
18กทม.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์-251809892625.453
19นครราชสีมาเกษม ศุภรานนท์

ผอ.อนุบาลนครราชสีมา

2598210654624.386

 

 
ในจำนวนคนหน้าใหม่เหล่านี้ มีคนที่พอจะมีฐานเสียงจากครอบครัวอยู่บ้างแล้ว เช่น ร้อยเอกจองชัย วงศ์ทรายทอง เขต 2 ชลบุรี ลูกชายกำพล วงศ์ทรายทอง นายกเทศมนตรีตำบลบางทรายและเป็นผู้กว้างขวางในจังหวัดชลบุรี  เขาได้คะแนน 42,427 คะแนนจากจำนวนบัตรดีทั้งหมด 109,704 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 38.674 ตามมาด้วยนิพนธ์ แจ่มจำรัส พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 21,147 คะแนน
 
 
และอีกคน คือ ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส. เขต 4 นครราชสีมา ลูกชายคนที่ 2 ของวิรัชและทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทวิรัฐได้คะแนน 39,774 คะแนนจากจำนวนบัตรดีทั้งหมด 104,609 หรือคิดเป็นร้อยละ 38.022 ชนะสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล จากพรรคภูมิใจไทย  ที่ได้ 33,674 คะแนน  พ่อของทวิรัฐ คือ วิรัช รัตนเศรษฐ นักการเมืองคนสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา วิรัช แต่งงานกับทัศนียามีลูกชาย 3 คนคือ อธิรัฐ, ตติรัฐ และทวิรัฐ เขาเริ่มเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต จังหวัดนครราชสีมาครั้งแรกปี 2529 และมีบทบาทในการเมืองระดับชาติเรื่อยมา ต่อมาปี 2554 วิรัชเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยส่งทัศนียาและอธิรัฐลงสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ขณะที่เขาลงสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งทั้งหมดได้เข้าสภา
 
 
ในปี 2562 วิรัชได้พาตระกูลรัตนเศรษฐและเครือข่ายย้ายเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐและลงสมัครทั้งหมด 7 คนแบ่งเป็นผู้ที่ลง ส.ส. แบบแบ่งเขต 4 คน คือ ทัศนียา,อธิรัฐ,ทวิรัฐและทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องสาวของทัศนียาและนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยแถลง ลง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ  3 คน คือ วิรัช ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับ 7 วลัยพร น้องสาวของวิรัช ลำดับ 29 และตติรัฐ ลำดับ 35 ผลการเลือกตั้งทัศนียา,อธิรัฐ,ทวิรัฐและทัศนาพร ชนะการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตทั้งหมด ขณะที่วิรัช เป็นเพียงคนเดียวที่ได้ที่นั่ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ รวมแล้วตระกูลรัตนเศรษฐคว้าที่นั่งไป 5 ที่นั่ง
 
 
4. อื่นๆ
 
 
นอกจาก 3 กลุ่มที่กล่าวไปข้างต้นแล้วยังมี 3 คนที่เคยดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชนะในปี 2562 คือ สัญญา นิลสุพรรณ ที่ปรึกษาประธานสภากรุงเทพมหานคร ลงสมัครรับเลือกตั้งเขต 3 จังหวัดนครสวรรค์, มานัส อ่อนอ้าย เลขานุการนายกอบจ.พิษณุโลก เขต 5 จังหวัดพิษณุโลกและฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการนายกเทศมนตรี เมืองปู่เจ้าสมิงพรายและหลานสนิท กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการหลายสมัย เขต 6 จังหวัดสมุทรปราการ คนที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดคือ สัญญา ได้คะแนน 32,868 จากคะแนนรวมทั้งหมด 95,487 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 34.421 ชนะสัญชัย วงษ์สุนทร จากพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนน 27,193 คะแนน การเลือกตั้ง 2562 เป็นครั้งแรกที่สัญชัยสอบตกนับตั้งแต่เป็น ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์มาตั้งแต่ปี 2544
 
 
อีก 2 คนเป็นผู้ที่เคยเป็นมือไม้ให้แก่ คสช. คือ ประทวน สุทธิอำนวยเดช อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลพบุรีและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เขต 1 จังหวัดลพบุรี เขาได้คะแนน 31,650 คะแนนจากคะแนนรวมทั้งหมด 105,654 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 29.956 ชนะพิชัย เกียรติวินัยสกุล จากพรรคเพื่อไทยที่ได้ 29,375 คะแนน และสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เขต 9 กรุงเทพมหานคร เขาได้คะแนน 34,907 จากคะแนนรวมทั้งหมด 122,755 คะแนนหรือร้อยละ 28.436 ชนะสุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนน 32,115 คะแนน
 
 
ในเลือกตั้งเขต 9 เคยมีกรณีคลางแคลงใจ จนสุรชาติ เทียนทอง ร้องเรียนว่า พบความไม่ชอบมาพากลในการนับคะแนนที่ผลคะแนนไม่ขึ้น และบัตรเลือกตั้งเกินจำนวนผู้มาใช้สิทธิ แต่ผู้อำนวยการเขตหลักสี่กลับแจ้งในเช้าวันรุ่งขึ้นว่า เป็นการเข้าใจผิด นอกจากนี้ยังพบว่า มีการนำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของเขต 9 ไปนับที่เขต 1 ซึ่งผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งเขต 1 ได้ทักท้วงว่า มีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจากเขต 9 มา แต่กรรมการที่นับคะแนนกลับบอกว่า ให้พิจารณาเป็นบัตรเสีย 
 
 
นอกจากนี้สำนักงานพรรคเพื่อไทย ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่เขต 9 ว่า มีชื่อผู้มีสิทธิอยู่ใน บ้านเลขที่ 33/3 ถนนลาดยาว ซึ่งพบว่า เป็นที่ตั้งของทัณฑสถานหญิงกลางอันเป็นสถานที่ราชการ จึงไม่น่าจะมีชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ แต่กลับมีชื่อโผล่มาถึง 252 คน ซึ่งไม่รู้ว่า มีการยกเลิกรายชื่อดังกล่าวหรือไม่
 
 
และยังมีอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด 1 คน ที่มาลงสมัคร ส.ส. แล้วชนะคือนิพันธ์ ศิริธร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้คะแนน39,416 คะแนนจากคะแนนรวมทั้งหมด 124,964 คะแนนหรือคิดเป็นร้อยละ 31.541 โดยชนะสุกิจ  อัถ  โถปกรณ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ 38,332 คะแนนไปอย่างฉิวเฉียด
 
 
 
หมายเหตุ
 
*ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้ที่นั่ง 137 ที่นั่ง แต่วันที่ 24 เมษายน 2562 มีการประกาศให้ใบส้มแก่สุรพล เกียรติไชยการ ว่าที่ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยจึงเหลือที่นั่ง 136 ที่นั่ง
 
**มณเฑียร สงฆ์ประชา เป็นรองเลขาธิการพรรคและกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ปี 2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ตัดสิทธิเลือกตั้งของมณเฑียรอันเป็นผลจากข้อกล่าวหาการซื้อเสียงและยุบพรรคชาติไทย
 
 
 
 

 

ประเภทเรื่องน่าสนใจ: