เรื่องมีอยู่ว่า ผมเห็นผู้หญิงท่านหนึ่งได้เรียกรถแท๊กซี่แถวๆบริเวณมาบุญครอง แต่แท๊กซี่ก็ไท่ยอมรับเขา ซึ่งผมจึงนำมาคิดและเกิดประเด็น เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผมที่เคยประสพ แต่หลายๆท่านก็คงเคยโดนในลักษณะเช่นนี้ ตามพรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 93 "ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เว้นแต่การบรรทุกนั้นน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร
ในกรณีที่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่มีความประสงค์จะไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารให้แสดงป้ายงดรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
วิธีการแสดงป้ายและลักษณะของป้ายงดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์"
และมาตรา 152 "มาตรา 152 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 93 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท"
ซึ่งเรื่องนี้ มีการทำผิดอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เห็นจะเคยมีการจับ และลงโทษได้เลย จึงอยากเชิญท่านๆมาร่วมแสดงความเห็นว่าควรจะมีมาตรการอย่างไร ในการแก้ไขปัญหานี้ครับ
Comments
แต่ยังไม่เคยทำ กลัวมันเดินลงมาปิดแล้วโดยมันไล่เตะเอา
แต่อีกใจก็เห็นใจแท็กซี่อะ...
คือเงื่อนไขหารายได้ของเขาก็ทำให้เขาอยู่ยากเหมือนกัน
ค่าเช่ารถ + ส่วยตำรวจ นี่พอคำนวณแล้ว รายได้เขาวันนึงได้นิดเดียวเอง เลยไม่แปลกใจที่ต้องมากดขี่ลูกค้าอีกที
พอคิดแบบนี้แล้ว ถ้าจะไปคิดแก้ปัญหาด้วยการจัดการแท็กซี่ฝ่ายเดียว มันอาจจะไม่แฟร์ก็ได้
บางคันขึ้นไปคนขับมีกิ่นเหล้าแรงมากรู้เลยว่าดื่มมาแน่ๆนอน
เรื่องมิตเตอร์นี่ก้อปัญหาโลกแตก >.<
ที่น่ากลัวคือพี่ชายเคยนั่งคุยกับแทกซี่ที่รับผู้โดยสารที่เที่ยวกลางคืนแล้วหลับไม่รู้เรื่องบนรถ แทนที่จะพาไปส่ง้านดีดี บางคนแอบประทุสร้ายก่อนด้วย แล้วอย่างนี้ความปอดภัยของเราจะอยู่ที่ไหนกัน
ต่อให้แท็กซี่รับเรา ก็ไปนั่งติดอยู่ในรถกันสองคน เสียเงินค่าิเตอร์ หงุดหงิดทุกฝ่าย
ขออย่าให้มีมอเตอร์ไซด์ไม่รับผู้โดยสารบ้างเลยนะ
ก็ต้องดูว่าทำไมเขาถึงปฏิเสธ ถ้ามันสมเหตุสมผล ก็น่าเห็นใจนะครับ แต่ไม่ชอบอย่างแรง ก็คือ เเท็กซี่ที่ชอบจอดคาป้ายรถเมล์ มันทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างครับ
ผมเห็นใจแท๊กซี่นะ
แต่การมาเป็นแท๊กซี่ผมคิดว่าแท๊กซี่คืองานบริการมันไม่ควรปฎิเสธลูกค้าอ่ะ
และถ้าไม่เต็มใจมาเป็นแท๊กซี่ผมว่าอย่าเป็นเลยคุณไปประกอบอาชีพอื่นเถอะ (ถ้าคุณไม่รักกงานบริการหน่ะ) นี่คือการบั่นทอนศักดิ์ศรีงานให้บริการอย่างแรง และเป็นปัญหาตามมาหลายมิติ ตามมา ผมเห็นด้วยในการบังคับใช้กฏหมาย และสร้างบรรทัดฐานคุณภาพของงานแท๊กซี่ไปในตัว ^-^