การพักโทษตามเกณฑ์ปกติ
1.คดีถึงที่สุดแล้ว
2.เป็นผู้ต้องโทษครั้งแรก
3.เหลือโทษจำคุกไม่มาก
-นักโทษชั้นเยี่ยม เหลือโทษจำคุกไม่เกิน1 ใน 3
-นักโทษชั้นดีมาก เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 4
-นักโทษชั้นดี เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 5
ณ ขณะนี้ ผู้ต้องโทษครั้งแรก จำนวน 206,278 คน (67%)
นักโทษชั้นเยี่ยม 73519 คน (24%)
นักโทษชั้นดีมาก 33776 คน (11%)
นักโทษชั้นดี 42713 คน (14%)
เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลว่านักโทษทั้ง 3 ชั้นเหลือโทษจำคุกตามที่กำหนดไว้เป็นจำนวนเท่าใดจึงไม่สามารถคำนวณตัวเลขประมาณการณ์ได้
ทั้งนี้หากจำแนกประเภทผู้ต้องขังจากฐานความผิดจะพบว่าผู้ต้องขังคดียาเสพย์ติดมีจำนวนมากที่สุดคือ 248181 คน หรือคิดเป็น 80% ของผู้ต้องขังเด็ดขาดทั้งหมด
โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ต้องโทษในฐานะผู้เสพย์ จำนวน 32,117 คน หรือ 12.94 % ของผู้ต้องขังเด็ดขาดคดียาเสพย์ติดทั้งหมดหรือ 10.37% จากจำนวนผู้ต้องขังเด็ดขาดทั้งหมด
ยาเสพติด | 248181 | 80% |
ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ | 24041 | |
ความผิดต่อชีวิต | 16029 | |
ความผิดเกี่ยวกับเพศ | 9117 | |
อื่นๆ (ป่าไม้, การพนัน,อาวุธ, คนเข้าเมืองฯลฯ) | 8337 | |
ความผิดต่อร่างกาย | 1769 | |
ภยันตรายต่อประชาชน | 39 | |
รวม | 309,515 | 100% |
ข้อมูลจาก กรมราชทัณฑ์ 1 มีนาคม 2563
ข้อเสนอเพิ่มเติม:
คณะกรรมการพิจาณาการพักโทษควรปรับเกณฑ์การพักโทษให้ยืดหยุ่นขึ้น อาจกำหนดให้เหลือโทษมากกว่าเกณฑ์ปกติได้ เนื่องจากระเบียบกระทรวงยุติธรรมเปิดทางให้ทำได้ในสถานการณ์พิเศษ
ผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด มะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงโรคอื่นๆที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากติดเชื้อ Covid 19 ผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปี และผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ที่เข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ ควรได้รับการพิจารณาพักโทษเป็นการเร่งด่วน
ผู้ต้องขังที่ไม่มีโรคประจำตัว อาจพิจารณาพักโทษจำคุกผู้ต้องขังตามเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบกรมราชทัณฑ์ และพิจารณาพักโทษผู้ต้องขังบางส่วนที่ระยะเวลารับโทษเหลือนานกว่าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ แต่เหลือระยะเวลารับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี (ระยะเวลา 3 ปี เป็นโทษจำคุกที่ศาลสามารถสั่งรอการลงโทษจำคุกจำเลยได้)
ในส่วนของผู้ต้องขังคดีอื่นๆ คณะกรรมการอาจพิจารณาพักโทษผู้ต้องขังจากพฤติการณ์แห่งคดี อายุและสุขภาพของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ
ในส่วนของคดียาเสพย์ติดซึ่งเป็นคดีที่มีผู้ต้องขังมากที่สุด คณะกรรมการควรพิจารณาพักโทษผู้เสพย์และผู้ครอบครองเพื่อเสพย์ก่อน ส่วนผู้จำหน่ายคณะกรรมการพักโทษอาจกำหนดจำนวนอย่างสูงของสารเสพย์ติดแต่ละชนิดเพื่อประกอบการพิจารณาพักโทษผู้ต้องขังรายย่อย โดยคำนึงถึงอายุและสุขภาพของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ
ในกรณีที่มีความจำเป็น คณะกรรมการพักโทษอาจกำหนดมาตราการอื่นๆ เช่น จำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ต้องขังให้อยู่เฉพาะภายในจังหวัดภูมิลำเนาหรือห้ามออกนอกประเทศ ให้อยู่ภายใต้ความดูแลของพนักงานคุมประพฤติหรือกำหนดให้ทำงานบำเพ็ญประโยชน์ ตลอดระยะเวลาพักโทษที่เหลือเป็นระยะเวลาเท่าที่คณะกรรมการเห็นสมควรแต่ต้องไม่เกินวันที่ผู้ต้องขังครบกำหนดโทษรับจำคุก
ทั้งนี้ประวัติการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศ ควรเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คณะกรรมการพักโทษควรนำมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย
*หมายเหตุหากนับเฉพาะผู้ต้องขังที่เหลือเวลารับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีจะมีจำนวนทั้งสิ้น 135,093 คน แต่ตารางนี้ไม่ได้จำแนกจำนวนผู้ต้องขังที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ไว้เป็นการเฉพาะ
มาตรการคัดครองเพิ่มเติม เพิ่มความมั่นใจให้ประชาชน
1.ก่อนการปล่อยตัวผู้ต้องขัง แต่ละเรือนจำจัดให้มีพื้นที่กักตัวเพื่อสังเกตอาการณ์โรคเป็นเวลา 14 วัน หากผู้ต้องขังไม่มีอาการติดเชื้อให้ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา
2.หากผู้ต้องขังต้องสงสัยว่ามีอาการติดเชื้อให้ส่งต่อสถานพยาบาลของรัฐในท้องที่เรือนจำเพื่อทำการรักษาก่อนปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา
3.ระหว่างกักตัวต้องมีการให้ข้อมูลความรู้ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น การป้องกันตนเองและผู้อื่น รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการกับแพร่ระบาด
4.ผู้ต้องขังต้องมีญาติรับรองหรือมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
5.กำหนดการรายงานตัวเป็นระยะแล้วแต่กำหนดตามความเหมาะสม เพื่อคุมความประพฤติรวมถึงติดตามอาการหลังออกจากเรือนจำในช่วงแรก
==============
หมายเหตุ
โมเดลที่1 ใช้ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 24 มีนาคม 2563
โมเดลที่2 ใช้ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563