ความเคลื่อนไหวในแง่มุมกฎหมายและเรื่องที่น่าสนใจ ประจำสัปดาห์แรก ของเดือนตุลาคม มีดังต่อไปนี้
ร่างหมื่นชื่อกม.องค์กรดูแลผู้บริโภคเข้าสภาแล้ว
สภาผู้แทนลงมติเสียงข้างมาก 247 ต่อ 78 เสียง รับหลักการร่างพ.ร.บ.องค์กรอิสรระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งกรรมาธิการจำนวน 54 คน โดยมีภาคประชาชนเข้าไปเป็นกรรมาธิการ 1 ใน 3 คือจำนวน 18 คน
ร่างกฎหมายฉบับนี้มาจากการเสนอชื่อหมื่นชื่อของประชาชน มีสาระสำคัญคือให้มีองค์กรอิสระมาทำหน้าที่คุ้มครอง รักษา และปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภค โดยเป็นหน่วยงานกลางในการให้ความรู้แบบเบ็ดเสร็จ ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บริโภค
เตรียมเปลี่ยนกฎ ให้มีบัตรประชาชนตั้งแต่ 1 ขวบ
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน ไปพิจารณา เนื้อหาในร่างกฎหมายกำหนดว่าคนไทยทุกคนต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตั้งแต่ 1 ปีนับแต่วันเกิด หรือ 60 วันนับแต่วันได้สัญชาติไทย
สำหรับรายละเอียดของบุคคลบนบัตรประชาชน นอกจากข้อมูลรายการที่กำหนดเอาไว้บนบัตรแล้วนั้น ยังจะมีหน่วยความจำเพื่อบันทึกข้อมูลอื่นของผู้ถือบัตรด้วยก็ได้ แต่ข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำดังกล่าวต้องไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งมิใช่เป็นผู้จัดทำหรือรวบรวมข้อมูลนั้น ๆ ได้
ร่างกฎหมายนี้เขียนไว้ว่าบัตรใบแรกมีอายุ 10 ปี การขอบัตรใหม่ของผู้ที่อายุไม่ถึง 15 ปี ให้เป็นหน้าที่ของบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งรับดูแลผู้นั้นอยู่ และยังมีข้อถกเถียงว่าการทำบัตรประชาชนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือไม่ เป็นราคาเท่าไร
จี้รัฐขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 421 บาททั่วปท.
เครือข่ายแรงงานชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เรียกร้องรัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 421 บาทต่อ 8 ชม.ทั่วประเทศ ตำหนิรัฐบาลดองเรื่องมา 1 ปีแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า โฆษกแรงงานรับปากจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายใน 1-2 สัปดาห์
หมอโต้ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ขึ้นป้าย ตรวจวันละ 50 คน
นพ.ศิริชัย ศิลปอาชา ที่ปรึกษาสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) มีข้อเสนอให้ รพศ./รพท.ที่สมัครใจดำเนินมาตรการขึ้นป้ายหน้าโรงพยาบาลประกาศปรับระบบ บริการให้ได้มาตรฐาน โดยมี 5 รูปแบบ เช่น ตรวจวินิจฉัย 50 คนต่อวันต่อห้องตรวจ ด้านศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทย์สภา บอกว่า ทำเช่นนี้ไม่ขัดต่อจรรยาบรรณแพทย์ เพราะจะได้ใช้เวลาตรวจนานขึ้น เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
ทำใบขับขี่ ให้แนบใบรับรองแพทย์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ทั้งนี้ ตามร่างกฎกระทรวงใหม่ ผู้ต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลและชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลและชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลและชั่วคราว หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่น ตามมาตรา 43 (9) ต้องยื่นใบรับรองแพทย์แสดงว่าไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน เป็นต้น ประกอบการขอนุญาตต่อกรมขนส่งทางบกด้วย
ชวนร้านค้าริมบางปะกง อย่าขึ้นป้ายโฆษณา คุกคาม "โลมา"
นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กล่าวว่า เวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังขอความร่วมมือกับร้านอาหารและบริษัทให้เช่าเจ็ตสกีและเรือกล้วย (บานาน่าโบ๊ต) ที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งขึ้นป้ายโฆษณาเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้นั่งเรือชมโลมา เพราะถือเป็นการทำลายระบบนิเวศและรบกวนการใช้ชีวิตของโลมา
ปีที่ผ่านมาฝูงโลมาแทบจะไม่ว่ายน้ำเข้ามาในพื้นที่บางปะกงเพราะถูกรบกวนจากเรือท่องเที่ยวเหล่านี้ และเวลานี้ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับที่จะห้ามขับเรือฝ่าฝูงวาฬ หรือโลมา หากพื้นที่บริเวณนั้นไม่ใช่พื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างหารือกับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่าพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหายากจะประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมดีหรือไม่ (ที่มา: มติชน)
กท.วัฒนธรรมกลุ้มใจปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ ปลอมใบอนุญาตขายซีดี
นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม กล่าวหลังหารือร่วมกับ นายชาตรี ชินวุฒิ หรือพนม นพพร และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ภาคเอกชน) หรือ ปทท.ที่ประกอบด้วยเจ้าของสิทธิกลุ่มลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เพลง เกม ว่า สถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ซึ่งมีผู้จำหน่ายซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ในแหล่งต่างๆ
"ยังพบว่ามีการปลอมแปลงใบอนุญาตจำหน่ายซีดี ร้านค้าบางแห่งมีใบอนุญาตถึง 10 ใบ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์พ.ศ.2551 มีบทลงโทษปรับสูงสุดถึง 2 แสน - 1 ล้านบาท และปทท.ยังพบว่า มีแผงลอยที่ไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายซีดีลามก อนาจาร 50 - 60% ภาพยนตร์ 30% และเพลง 10% ดังนั้นควรใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ในตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยรวม" นายนิพิฏฐ์กล่าว