หลังประเทศไทยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดพิเศษ 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ที่อยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่วันที่
11 พฤษภาคม 2562 และกำลังจะสิ้นสุดการทำงานในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ซึ่งรวมแล้วมีอายุห้าปีนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง หลังจากสิ้นสุดวาระของ สว.ชุดพิเศษ ก็จะต้องเปิดทางให้มี สว. ชุดถัดไปที่มีที่มาตามรัฐธรรมนูญ 2560 เข้ามาทำหน้าที่แทน
รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ สว. ชุดใหม่มีจำนวน 200 คน มาจากวิธีการ “เลือกกันเอง” จากกลุ่มผู้สมัครชิงตำแหน่ง สว. จากกลุ่มอาชีพต่างๆ ทั้ง 20 กลุ่ม หลังจากนี้จึงต้องจับตาการคัดเลือก สว.ชุดใหม่ เนื่องจากการเปลี่ยน สว.ใหม่จะส่งผลต่อทิศทางการเมืองไทย ทั้งการร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญใหม่ ไปจนถึงการเห็นชอบบุคคลที่ตำแหน่งในองค์กรอิสระด้วย
การยื่นสมัคร สว.
การสมัครชิงตำแหน่ง สว. จะยื่นสมัครได้เพียงกลุ่มเดียวจากทั้ง 20 กลุ่ม และต้องยื่นสมัครในอำเภอเดียวเท่านั้น จะยื่นสมัครในหลายอำเภอหรือหลายกลุ่มพร้อมกันไม่ได้ โดยหลังจากยื่นใบสมัครไปแล้วห้ามถอนการสมัครโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ มาตรา 16 ยังระบุว่า เอกสารการสมัครจะประกอบไปด้วย
- เอกสารหลักฐานอันแสดงว่ามีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ในมาตรา 11 ว่าด้วยกลุ่มของ สว. ที่เปิดให้สามารถสมัครได้
- ข้อความแนะนำตัวของผู้สมัครที่ต้องมีความยาวไม่เกินจากที่ กกต. กำหนด
- เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่ กกต. กำหนด
20 กลุ่มอาชีพ สว. มีอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม การสมัครชิงตำแหน่ง สว. นั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 20 กลุ่มตามลักษณะของแต่ละอาชีพ ซึ่งต้องระบุตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครว่า ผู้สมัครต้องการจะสมัครในกลุ่มใด เนื่องจากในขั้นตอนการคัดเลือก หรือที่เรียกกันว่า “เลือกกันเอง” ผู้สมัครจะต้องถูกแบ่งไปเลือกกันเองตามกลุ่มอาชีพที่ได้ลงสมัครไว้แต่แรก โดยทั้ง 20 กลุ่มประกอบด้วยกันดังต่อไปนี้
- กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง เช่น อดีตข้าราชการ อดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านกฎหมาย
- กลุ่มการศึกษา เช่น เช่น ผู้เป็นหรือเคยเป็นครู อาจารย์ นักวิจัย ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา
- กลุ่มการสาธารณสุข เช่น แพทย์ทุกประเภท พยาบาล เภสัชกร
- กลุ่มอาชีพทำนา ปลูกพืชล้มลุก
- กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง
- กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคล ซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
- กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน
- กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย (SME) และ ผู้ประกอบกิจการอื่นๆ
- กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากข้อ (9)
- กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบกิจการหรือพนักงานโรงแรม
- กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
- กลุมผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตรกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
- กลุ่มสตรี
- กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น
- กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง
- กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์
- กลุ่มนักกีฬา สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม
- กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
- กลุ่มอื่นๆ
คุณสมบัติทั่วไป อายุเท่าไร? อยู่ในทะเบียนบ้านนานเท่าไร? ใช้ที่อยู่ทำงานสมัครได้หรือไม่?
เมื่อรู้ว่าต้องการจะสมัครชิงตำแหน่ง สว. ในกลุ่มอาชีพใดแล้ว ถัดมาจึงต้องดูว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติในการลงสมัครหรือไม่ ซึ่งระเบียบ กกต.ฯ ระบุเอาไว้ดังนี้
- ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
- ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในวันที่สมัครรับเลือก
- มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี ไม่นับรวมกลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มอัตลักษณ์อื่น
- ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เกิดในอำเภอที่ลงสมัครรับเลือก
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของอำเภอที่ลงสมัครรับเลือก เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปีนับถึงวันที่สมัคร
- เคยทำงานอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือก เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปีนับถึงวันที่สมัคร
- เคยทำงานหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือก แล้วแต่กรณี เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี
- เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า สองปีการศึกษา
ลักษณะต้องห้าม! ถ้ามีคุณสมบัติแบบนี้สมัคร สว. ไม่ได้
ระเบียบ กกต.ฯ ข้อ 53 กำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ต้องการที่จะสมัครชิงตำแหน่ง สว. ไว้มากถึง 26 ประการ ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติในการสมัครครบถ้วน ต้องตรวจสอบลักษณะต้องห้ามเหล่านี้ด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันความยุ่งยากที่จะตามมาภายหลัง
ลักษณะต้องห้ามในการชิงตำแหน่ง สว. ประกอบไปด้วย:
- ติดยาเสพติดให้โทษ
- เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
- เป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
- วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
- ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
- เคยได้รับโทษจำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกในระดับอำเภอ ยกเว้นความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
- เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
- เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
- เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือ ต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด การพนัน การค้ามนุษย์ หรือการฟอกเงิน
- เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
- อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
- เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
- เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีการเสนอ การแปรญัตติ หรือ การกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่าย
- เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า เป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
- เป็นข้าราชการ
- เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็น สส. มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
- เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
- เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เว้นแต่ได้พ้นจากการดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
- เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรี เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
- เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
- เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. สว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ในคราวเดียวกัน หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ
- เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ