ห้าม! นักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบในร.ร.วัด

ห้าม! นักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบในร.ร.วัด

เมื่อ 9 มี.ค. 2554
ไฟล์แนบขนาดไฟล์
มติมหาเถรสมาคม.pdf319.18 KB
แถลงการณ์กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ.pdf103.25 KB

สืบเนื่องมาจากเมื่อกลางปี 2553 โรงเรียนวัดหนองจอกได้มีคำสั่งห้ามนักเรียนมุสลิมสวมฮิญาบ หรือผ้าคลุมศีรษะของผู้หญิงโดยอ้างว่าการแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามขัดกับระเบียบกระทวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551

ในวันที่ 1 มิถุนายน 2553ทางกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพฯ จึงได้ยื่นเรื่องต่อโรงเรียน ให้นักเรียนหญิง 17 คน มีสิทธิสวมฮิญาบ หรือผ้าคลุมหัวได้

ต่อมา ในวันที่ 11 มิถุนายน 2553ทางโรงเรียนได้มีหนังสือตอบกลับมาว่า ไม่สามารถอนุญาตได้ เนื่องจากโรงเรียนอยู่ภายในบริเวณวัด จึงต้องทำตามระเบียบโรงเรียน วัฒนธรรมโรงเรียน และความเหมาะสม

หลังจากนั้น ทางกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติได้ยื่นหนังสือขอให้นักเรียนหญิงแต่งกายตามศาสนาอิสลามอีกครั้ง

ทางโรงเรียนวัดหนองจอกจึงได้เชิญคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประชุม และมีมติเอกฉันท์ให้นักเรียนทั้ง 17 คน ต้องแต่งกายตามระเบียบโรงเรียน คือ ห้ามสวมฮิญาบ หรือ ผ้าคลุมหัว

ด้วยเหตุนี้เอง เรื่องจึงมาสู่มหาเถรสมาคม ทำให้มหาเถรสมาคมมีมติให้โรงเรียนวัดทั่วประเทศ ที่อยู่ภายในพื้นที่ของธรณีสงฆ์ต้องยึดวิถีพุทธทำตามจารีตประเพณีไทย โดยการห้ามแสดงสัญลักษณ์ทางศาสนาที่ชัดเจน หากครู หรือนักเรียนไม่ปฏิบัติตามถือว่าเป็นความผิด

 

ที่มาภาพ: travelmeasia

ทางกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติจึงได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงว่าคำสั่งของโรงเรียนดังกล่าว เป็นการขัดกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551

ซึ่งระเบียบดังกล่าวในข้อ12 ระบุว่า เครื่องแบบนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามในสถานศึกษาอื่น นอกเหนือจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สามารถใช้ผ้าคลุมศีรษะ สีขาวเกลี้ยง ไม่มีลวดลายได้

โดยย่อหน้าสุดท้ายของข้อ12 ยังระบุว่า “นักเรียนซึ่งนับถือศาสนาอิสลามในสถานศึกษาอื่นนอกจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อาจเลือกแต่งเครื่องแบบนักเรียนตามวรรคหนึ่ง (แต่งเครื่องแบบนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม) หรือตามแบบที่สถานศึกษากำหนดโดยสมัครใจได้”

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการพิจารณาว่าการออกคำสั่งของโรงเรียนดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ และตัวบทกฎหมาย อันจะเป็นเครื่องมือในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยคำนึงถึงความสมานฉันท์เป็นสำคัญ

 

แถลงการณ์

กรณีโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกห้ามนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบ

7 มีนาคม 2554

จากกรณีที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกมีคำสั่งห้ามนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบตามหลักการศาสนาอิสลาม จนเป็นประเด็นที่ถูกวิพากวิจารณ์ในสังคม

โดยโรงเรียนอ้างว่าการแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามขัดกับระเบียบกระทวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 ทั้งที่ระเบียบดังกล่าวระบุชัดเจนในข้อ 12 เครื่องแบบนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามในสถานศึกษาอื่น นอกเหนือจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในส่วนของนักเรียนหญิง (3) ระบุว่า ผ้าคลุมศีรษะ ใช้ผ้าสีขาวเกลี้ยงไม่มีลวดลาย หรือสีเดียวกับสีผ้าของกระโปรง สีเหลี่ยมจตุรัสความยาวด้านละ 100 – 120 เซนติเมตร ขณะสวมใส่เย็บติดตลอดตั้งแต่ใต้คางจนถึงปลายมุมผ้า และย่อหน้าสุดท้ายของข้อ 12 ยังระบุว่า “นักเรียนซึ่งนับถือศาสนาอิสลามในสถานศึกษาอื่นนอกจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อาจเลือกแต่งเครื่องแบบนักเรียนตามวรรคหนึ่ง หรือตามแบบที่สถานศึกษากำหนดได้โดยสมัครใจ”

ดังนั้นการดำเนินการของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกในกรณีดังกล่าวจึงถือเป็นการดำเนินการที่ขัดกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 ชัดเจน ซึ่งเท่ากับเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อวินัยของข้าราชการที่ต้องถือปฏิบัติ โดยทางกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติได้ทำหนังสือร้องเรียนการกระทำดังกล่าวของผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกส่งถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเรียกทางกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติในฐานะผู้ร้องเข้าไปชี้แจงข้อร้องเรียนดังกล่าวแต่อย่างใด

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยยึดปฏิบัติตามกรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมถึงการปฏิบัติตามตัวบทกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติต่างๆ อันจะเป็นเครื่องมือในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยคำนึงถึงความสมานฉันท์เป็นสำคัญ

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติขอยืนยันว่าจะเดินหน้าในการเรียกร้องสิทธิของพี่น้องมุสลิมทุกประการตามกรอบที่มีอยู่ในกฎหมายบ้านเมือง

 

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ

Comments

โรงเรียนวัดหนองจอก เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ หรือ โรงเรียนปอเนาะ อย่าเอาแต่ได้ ชาวพุทธไม่มีสงครามศาสนา สืบค้นย้อนประวัติศาสตร์ พุทธถูกกระทำและรุกรานมาตลอดหรือไม่

สัญญาเช่า ไม่กำหนดระยะเวลานะ  ถ้าวัดใช้กฏหมายที่ดินแก้ปัญหา  ใครจะรับผิดชอบเด็ก   

การเอาชนะกันมันไม่ได้อะไรขึ้นมา  แล้วไหนว่าศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี  แค่การทำความดีของเด็กมุสลิมเพียงบางกลุ่มยังไม่สนับสนุนเลย

1.ห้าสิบกว่าปีของมัธยมวัดหนองจอก ก็ไม่มีเรื่องอย่างที่เรียกร้องกันอยู่ คนในอตีตไม่ทำความดีกันเลยหรือ

2.เด็กมุสลิมของมัธยยมวัดหนองจอกอีกจำนวนมากมีความเห็นอย่างไรล่ะ

3.อยากให้วิเคราะห์ ความเคลื่อนไหวทางสังคมเรื่องนี้  บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของเด็กทั้งโรงเรียน

จะดีกว่าไหม++ให้ประชาคมมัธยมวัดหนองจอกลงประชามติกัน

โรงเรียนมุสลิมให้นำเอาพระพุทธหรือพระสงฆ์มาสอนหรือเปล่าล่ะครับบางโรงเรียน ผอ โรงเรียนต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นเพราะฉะนั้นอย่าเห็นแก่ตัวดีกว่า

ไครห้ามที่ไหน พระจะมาสอนก็มาซิ พระก็สอนให้ทำดีเหมือนกันผิดอะไร  อยากรู้จริงคุณเองนะ ทำตามหลักพระพุทธศาสนา ครบแล้วหรือ มาว่าคนอื่น ก็ผิด ไม่รู้หรือ แกล้งโง้  คิดเอาเองละกัน 

Y@H@'s picture

รธน มาตรา 37 รับรอง เสรีภาพในการนับถือศาสนาไว้ อย่าง "บริบูรณ์(Absolute)" นะครับ กล่าวคือ ไม่สามารถจะบังคับให้บุคคลใดนับถือหรือห้ามนับถือศาสนาใดหรือปฏิบัติหรือห้ามปฏิบัติศาสนกิจในศาสนาของตน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในจิตใจโดยสภาพแล้วรัฐย่อมไม่สามารถจะไปบังคับได้ ดังนั้นมติของ มส. นั้นขัดต่อ รธน ชัดเจนละครับ

ขอโทษนะคะ คุณมุสลิม. โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกเป็นโรงเรียนวัด ! นะคะ จะมาคลุมฮิญาบทำเพื่อ??? จะมาใส่ผ้าคลุมหัวในที่ของวัดไม่มากไปหน่อยเหรอคะ? ศาสนาคุณมีกฎ แล้วศาสนาพุทธไม่มีกฎเหรอ? การที่มาใช้กฎมุสลิมในวัดมันจะไม่เรียกว่าการล่วงเกินศาสนาเหรอ?

โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกมีกฎระเบียบนะคะ ! ใครๆเค้าก็รู้ว่า ที่เด็กมุสลิม (บางคน) อยากจะสวมฮิญาบเพราะอยากผิดระเบียบ! โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกห้ามซอยผม ห้ามทำสี ง่ายๆก็คือผมต้องเป็นทรงนักเรียนเท่านั้นแต่ถ้าใส่ฮิญาบอะไรก็ทำได้หมดอ่ะ ครูก็ไม่ว่างพอจะมานั่งถอดฮิญาบตรวจหรอกนะ และสุดท้ายก็เลยตามเลย ครูก็ทำอะไรไม่ได้ ! เด็กก็ไม่เหลือคุณภาพอะไรแล้วเพราะผิดระเบียบหมด ความน่าเชื่อถือของโรงเรียนก็หมดไปด้้วย.

คิดดีๆนะคะ ว่าศาสนาไหนกันแน่ที่โดนเอาเปรียบมาตลอด ~ ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าข้างศาสนาไหนทั้งนั้นแต่เห็นแล้วรู้สึกว่าสงสารเด็กนักเรียนอีกหลายคน เพราะที่ดินโรงเรียนเป็นของวัดทั้งหมด ! แม้แต่ชื่อโรงเรียนยังเปลี่ยนไม่ได้เลย ต้องมีคำว่าวัดหนองจอกเท่านั้น ถ้าวัดเกิดอยากเอาที่ดินคืนขึ้นมา เด็กนักเรียนจะไปเรียนที่ไหนกัน? ถ้าอยากใส่ฮิญาบนัก ก็ไปเรียนโรงเรียนอิสลามสิ จะมาวุ่นวายกับโรงเรียน กู ทำไม? ชื่อก็ขึ้นอยู่ทนโท่ว่า 'วัดหนองจอก' พวกคุณงี่เง่ากันเองนะคะ อย่ามาโทษว่าโรงเรียนผิด !!!

 

ความรู้ใหม่สู่คนไทย

ศาสนาเก่า 2500 ก่าปี มีผู้เลื่อมใสเห็นด้วย โดยเหมารวม 1/15 เท่าของโลก

ประเทศไทยน้อยกว่า 1/50 ของโลก ใน 50 ล้านคนไทย มีผู้มุ่งหวังตามกิเลสหลุดพ้น บ้าทำตามนักบวช

อย่างจริงจัง(ปฏิบัติธรรมกรรมฐานตามที่มี นักบวช และ ลูกศิษย์ จัด Event กัน )ไม่น่าจะเกิน 300,000คน

นอกนั้นอยู่ไปวันๆ รับแค่มรดกมา และในผู้ปฏิบัติธรรมมีจิตอกตัญญูต่อพ่อแม่ ภาระหน้าที่ตน ลูก ผัว บ้านเมือง ผู้ให้ออกซิเจน มีกิเลสหมายกว่าคนที่เฉยๆ เห็นแก่ตัวตั้งแต่ตั้งจิตอธิฐาน จะหลุดพ้น กลับบ้านก็เห็นแก่ตัวติดใจมา ไม่เห็นแก่ส่วนรวม พ่อแม่ พี่น้อง เห็นมีน้อยนิดเงี่ยะ ตัวสร้างปัญหาสังคมเลย เห็นอะไรที่กูจะพบสุข และ สุนทรีได้ กอบโกยก่อนไม่สนทุกศีล ถึงวันขึ้นแรม(ที่ชางอาหรับมีพระเจ้าเค้าคำนวนไว้) ถึงอาจารย์ถึงนักบวช ค่อยต่อบทหลุดพ้นได้เอง ละโมบตั้งแต่บุญ ถึงเงิน อยากรวยอยากสำเร็จ ก็กตัญญูกับวิชาที่เรียนว่าจะใช้แทนคุณใด ไม่มีผู้อนุมัติให้เกิดให้ตายให้มอบตัว ถูกทนายหลอก ไม่มีผู้เอาผิดลงโทษตน พ่อแม่ตนให้เกรงกลัว ทำชั่วง่าย ภาระหน้าที่ซิ ใช่ไปนั่งหลับตาอยู่ในความมืด ทิ้งบ้านเมืองหน้าที่ ไปในเรื่องไร้สาระ จะหมดโลกอยู่แล้ว ยังไม่ฉลาดทั้งหัวหน้าทั้งศิษย์ อนาจจัง

ศาสนาที่ประกาศหลักฐานสุดท้าย เพียง1400 กว่าปี มีผู้นับถือ 1/2 ของประชากรโลก

และทุกคนมีหน้าที่ต้องรู้หลักการทุกคน

และทุกคนดำรงตนตามแนวทางที่มั่นคง เป็นจริง ฉลาด ไม่ขลาดเขลา

ไม่มีการถามมนุษย์นักบวชผู้โฉดฉ้อ อุตริพิธีกรรมลวงๆ ทุจริต ปนปนๆไปก่อน เลย

ก็มองตัวเองดูก่อน