นายกฯ นำร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ว่า ได้ดำเนินการนำร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภา ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรียบร้อยแล้ว
ที่มา เว็บไซต์ผู้จัดการ
กกต.ยืนจัดวันเลือกตั้ง26มิ.ย.- 3ก.ค.
นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาเดิม คือวันที่ 26 มิ.ย.ถึง 3 ก.ค. ภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำเรื่องพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งนี้เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับทันเวลา ซึ่งหากมีการโปรดเกล้ายุบสภาก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเสร็จก็ยังสามารถรอได้อีก 2-3 วัน ก่อนเปิดรับสมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อทันที ใน 5 วัน และจะต่อด้วยการรับสมัครสส.แบบแบ่งเขตอีก 5 วัน เพราะมีกรอบเวลารับสมัครทั้งหมดเพียง 20 วันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ข้อสอบถามของนายกรัฐมนตรีถึงช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งว่าจะใช้รถกันกระสุน หรือเดินทางลงพื้นที่บริหารราชการแผ่นดินได้อยู่หรือไม่นั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า สามารถทำได้เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามบริหารราชการ เช่น เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ แต่ต้องไม่เป็นการหาเสียงไปในตัว ซึ่งกกต.จะตรวจสอบเป็นกรณีไป นอกจากนี้ พรรคการเมืองบางพรรคจะต้องเตรียมรายชื่อผู้สมัครให้พร้อมก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจาก พบว่า ยังมีบางพรรคมีชื่อผู้สมัครอยู่ใน 2 พรรคการเมืองด้วย
ที่มา: โพสต์ทูเดย์
สภาฯ ผ่าน พ.ร.บ.สัญชาติ เตรียมสำรวจสิทธิคนไทยพลัดถิ่นต่อ
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 54 สภาผู้แทนฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.สัญชาติ เอกฉันท์ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การผ่าน พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่ทำให้คนไทยพลัดถิ่นที่ต่อสู้มาอย่างยาวนาน ที่มีเชื้อชาติไทยได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิด ซึ่งได้มีการบรรพบุรุษหลายชั่วคน ซึ่งที่ผ่านมาคนเหล่านี้มีปัญหาในเรื่องการปักปันเขตแดน จนทำให้ไม่สามารถได้รับสัญชาติไทย กรณีนี้ถือเป็นกรณีเดียวที่ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยสภา ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องชาวมอร์แกน ชาวเขาเผ่าต่างๆ ในภาคเหนือ ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขปัญหาต่อไป
ร่าง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5) ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ในวาระที่ 3 ด้วยเสียง 257 ต่อ 0 เสียง โดยสาระสำคัญ คือ การกำหนดนิยามคำว่า "คนไทยพลัดถิ่น" เพื่อแสดงลักษณะของผู้ที่จะได้รับรองเป็นคนไทยพลัดถิ่นคือ มีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีต ซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่นและได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมาย รวมทั้งผู้มีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยทะเบียนราษฎร
โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 7 คน มีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้การรับรองการเป็นคนไทยพลัดถิ่น ให้ได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิดและกำหนดให้บุตรของคนไทยพลัดถิ่นดังกล่าวที่ไม่ได้ถือสัญชาติของประเทศอื่นหรือไม่มีสัญชาติไทยแล้ว ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดด้วยซึ่งเป็นไปตามหลักสืบสายโลหิตและหลักที่ห้ามถือสองสัญชาติ โดยมีรมว.มหาดไทยเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้
ข้อมูลจาก ประชาไท
สภาฯทิ้งทวนล่มส่งท้าย
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 54 ที่รัฐสภา ได้เกิดเหตุการณ์องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มเป็นครั้งที่ 7 ในสมัยประชุมสามัญทั่วไปในวันนี้ซึ่งเป็นการประชุมสภาฯวันสุดท้ายระหว่างการพิจารณาการพิจารณาร่างพ.ร.บ.วิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ.... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วเนื่องจากองค์ประชุมเพียง 194 คน ไม่ถึงครึ่งหนึ่งจำนวน 236 คนจากสส.ทั้งหมด 472 คน
สำหรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาแพทย์แผนไทย โดยมีฐานะเป็นนิติบุคคลและกำหนดคุณลักษณะและลักษณะต้องห้ามของผู้เข้าเป็นสมาชิกสภาแพทย์แผนไทยไว้ ว่าจะต้องมีความรู้ในวิชาแพทย์แผนไทยและได้รับปริญญาประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพแพทย์แผนไทยจากสถาบันที่สภาแพทย์แผนไทยรับรอง โดยสาเหตุที่ทำให้ต้องมีการลงมติมาจากการพิจารณามาตรา 5 เกี่ยวกับการให้รมว.สาธารณสุขรักษาการณ์ตามกฎหมาย ปรากฎว่าก่อนที่จะมีการลงมติ ได้มีการตรวจสอบองค์ประชุมปรากฎว่ามีส.ส.อยู่ในห้องไม่ครบองค์ประชุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมขณะนั้นจึงสั่งปิดประชุมพร้อมกล่าวว่าขอให้ส.ส.ทุกคนได้กลับเข้ามานั่งในสภาฯ
ขณะเดียวกัน ในการประชุมสภาฯวันสุดท้ายที่ประชุมได้มีการผ่านร่างพ.ร.บ.สำคัญ 2 ฉบับ คือ 1. ร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ และ 2.ร่างพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ....ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จ ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ เป็นการกำหนดนิยามคำว่า "คนไทยพลัดถิ่น" เพื่อแสดงลักษณะของผู้ที่จะได้รับรองเป็นคนไทยพลัดถิ่น
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
กลุ่ม 24 มิถุนาฯ ย้ำดันต่อล่าชื่อยกเลิก ม.112 -จี้องค์กรสื่อออกโรงป้องคนทำสื่อ
4 พ.ค.54 กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย จัดแถลงข่าวกรณี สมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการนิตยสาร Red Power ถูกจับกุมในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย ทรงชัย วิมลภัตรนนท์ ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, สุวิทย์ เลิศไกรเมธี, ประเวศ ประภานุกูล ทนายความ, บริบูรณ์ เกียงวรางกูร และ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด
นายสุวิทย์กล่าวถึงกรณีนายสมยศถูกจับกุมและศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวว่า การไม่ให้ประกันตัวนายสมยศเสมือนศาลได้พิพากษาล่วงหน้าไว้แล้ว ทั้งศาลเองก็ยังไม่รู้ว่าข้อความใน Red Power นั้นหมิ่นหรือไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะยังไม่มีการพิสูจน์กัน และการที่ดีเอสไอมาจับกุมตัวนายสมยศมื่อวันที่ 2 พฤษภาเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด เพราะนายสมยศถูกหมายจับมาตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ แต่ทางตำรวจก็ไม่ได้ทำอะไร ปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่ 30 เมษายน จึงค่อยมาจับกุม แล้วอ้างว่าเกรงนายสมยศจะหลบหนีออกนอกประเทศ และยังค้านประกันตัวอ้างว่ายังตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ไม่เรียบร้อย ตนจึงอยากถามว่าแล้วระหว่างเดือนกุมภาถึงเมษาที่ผ่านมา ตำรวจมัวทำอะไรอยู่ถึงไม่จัดการ อย่างไรก็ตาม นายสมยศควรได้รับการปกป้องในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนคนหนึ่งเหมือนกัน องค์กรสื่อต่าง ๆ ควรช่วยกันออกมาปกป้องด้วย เพราะเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน
ด้านสมบัติ บุญงามอนงค์ กล่าวสอดคล้องกันว่า การจับกุมนายสมยศเป็นเหตุผลทางการเมือง ที่ต้องการ “เจาะยางขบวนการเสื้อแดง” ทั้งที่มีหมายจับมาก่อนหน้าหลายเดือนทำไมไม่จับ ก่อนถูกจับกุมนายสมยศก็เดินทางออกนอกประเทศตลอด จึงเห็นได้ชัดว่าไม่มีเจตนาจะหนี เพราะออกไปตามช่องทางปกติ เขาตั้งข้อสังเกตว่า มีหลายคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในบัญชีหมายจับของดีเอสไอ ที่ผ่านมาตนเคยทวงถามกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ให้ดีเอสไอเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ถูกหมายจับ เพราะเป็นสิทธิของประชาชนที่จะรู้ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ “ต่อจากนี้เราต้องไม่หยุดพูดเรื่องคุณสมยศ เพื่อให้มันยังคงเป็นประเด็นในสังคมต่อไป ไม่อย่างนั้นเขาก็จะเก็บงียบ” นายสมบัติกล่าว
นายสุวิทย์ เลิศไกรเมธี กล่าวสรุปการแถลงข่าวของกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยโดยอ่านคำแถลงข่าวของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) เรื่อง ‘ดัชนีชี้วัดเสรีภาพสื่อ : กรณีสมยศ พฤกษาเกษมสุข’ ด้วย โดยสนนท.มีข้อเรียกร้องและยืนยันจุดยืนว่า จะเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายอาญามาตร 112 ต่อไป เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวนายสมยศจนกว่าจะได้ผล ย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมต้องไม่เป็นเครื่องมือรับใช้อุดมการณ์กษัตริย์นิยม และสื่อมวลชนต้องร่วมกันออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายสมยศ ซื่อสัตย์ต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ เทิดทูนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเหนือกว่าสิ่งอื่นใด
ข้อมูลจาก: ประชาไท
เครือข่ายผู้หญิงห่วงกรณีไทยกัมพูชา เรียกร้องให้หยุดใช้อาวุธ
เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ เรื่องข้อเสนอแนะกรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ให้ยุติการใช้อาวุธสงครามทันทีโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ยุติการใช้เขาพระวิหารเป็นเงื่อนไข เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในของแต่ละฝ่าย ใช้แนวทางแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี โดยเคารพในสิทธิมนุษยชนที่ประชาชนทั้งสองประเทศจะต้องได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตามพันธสัญญาของกติการะหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกฎบัตรอาเซียนที่เน้นถึงการอยู่ร่วมเป็นประชาคมอาเซียนอย่างมีสันติภาพและความสงบสุข
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม รวมถึงกลุ่มผู้หญิง โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งตามมติขององค์การสหประชาชาติที่ ๑๓๒๕ (UN Resolution No1325) โดยรับฟังเสียงสะท้อนและความต้องการของประชาชนและกลุ่มผู้หญิง ตลอดจนให้การเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น และให้ยื่นเรื่องให้ UNESCO ยืดเวลาการพิจารณาเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เพื่อลดทอนบรรยากาศความขัดแย้งและตึงเครียดของทั้งสองฝ่าย
ข้อมูลจาก : เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
ประชุมครม.นัดสุดท้าย 211 เรื่อง อนุมัติงบกว่าแสนล้าน
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 54 ที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่08.00 – 02.00 น.ของวันถัดมา ใช้เวลารวมกว่า 15 ชั่วโมง รวมวาระเพื่อพิจารณาทั้งสิ้น 102 เรื่อง วาระเพื่อทราบ 56 เรื่อง และวาระเพื่อพิจารณาจร 53 เรื่อง รวม 211 เรื่อง มีการอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 11,392.8 ล้านบาท งบประมาณปกติต่อเนื่อง 54 - 55 วงเงิน 122,451.5 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 133,844.3 ล้านบาท และอนุมัติให้ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ
รายละเอียดการประชุม ดูเพิ่มเติมได้จากข่าวมติชน
ไฟเขียวกม.ลูกพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ
ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงวัฒนธรรมประกอบ พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ เพื่อจัดตั้งสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คาดประกาศใช้ได้ หลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว
นายอภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ผ่านมาได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงวัฒนธรรมประกอบ พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 เพื่อจัดตั้งสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สภาวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมอำเภอ และสภาวัฒนธรรมตำบล 4 ฉบับเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ 1.ร่างกฎกระทรวงวัฒนธรรมว่าด้วยการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมอื่นๆ พ.ศ. ... 2.ร่างกฎกระทรวงวัฒนธรรมว่าด้วยที่มาของกรรมการและสมาชิกของสภาวัฒนธรรม พ.ศ. ... 3.ร่างกฎกระทรวงวัฒนธรรมว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มาจำนวนกรรมการและสมาชิก วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งการประชุมการบริหารจัดการและการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรม พ.ศ. ... และ 4.ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. ...
นายอภินันท์ กล่าวต่อว่า แม้ว่า ครม. จะเห็นชอบร่างกฎกระทรวงทั้ง 4 ฉบับแล้ว แต่ยังไม่สามารถประกาศใช้ได้ เนื่องจากต้องส่งร่างกฎกระทรวงทั้งหมด ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขข้อความบางส่วน และส่งกลับมาให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง ดังนั้น การประกาศใช้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว คงไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ ต้องรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก่อน ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าอาจเกิดช่องว่างและส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม และสมาชิกสภาวัฒนธรรมทุกระดับ เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับนั้น สวธ. จะยึดตามกฤษฎีกาตอบข้อหารือ หากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและสมาชิกสภาวัฒนธรรมชุดใหม่ ให้คณะกรรมการและสมาชิกชุดเดิม ซึ่งแต่งตั้งตามพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2485 และได้ยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไปแล้วนั้น สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้.
ที่มา : ไทยรัฐ
เว็บไอทีชื่อดังถูกฟ้อง หลังให้ดาว์นโหลดโปรแกรมแชร์ไฟล์
Alki David ผู้สร้างภาพยนตร์ และนักดนตรีอีกกลุ่มหนึ่ง ยื่นฟ้องบริษัท CBS เจ้าของเว็บไอทีชื่อดัง CNET ในข้อหา "ส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่" จากการเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมแชร์ไฟล์ LimeWire บนเว็บไซต์ของตัวเอง
ข้อมูลจากคำฟ้องระบุว่า CNET และเว็บไซต์ download.com ในเครือเปิดให้ดาวน์โหลด LimeWire ไปถึง 220 ล้านครั้งนับตั้งแต่ปี 2008 คิดเป็น 95% ของยอดการดาวน์โหลดโปรแกรม LimeWire ทั้งหมด
ตามกฎหมายแล้ว โปรแกรมตระกูล P2P ไม่ผิดแต่อย่างใด แต่ผู้ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์มักใช้เหตุผลว่า ผู้แจกจ่ายโปรแกรมเหล่านี้ "ส่งเสริม" ให้ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ในกรณีของคดีนี้ Alki David เปรียบว่า CNET แจก "ปืน" และกระตุ้นให้คนไปก่ออาชญากรรม ด้านบริษัท LimeWire เองถูกฟ้องจากสมาคมผู้สร้างเพลงของอเมริกา (RIAA) ไปก่อนแล้ว และศาลตัดสินให้ LimeWire หยุดให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด
ที่มา : Blognone
วอลล์สตรีท เจอร์นัล เปิดเว็บ เซฟเฮาส์แข่งวิกิลีกส์
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เปิดตัวเว็บไซต์เปิดโปงความลับ ‘เซฟเฮาส์’ เพื่อแข่งกับเว็บไซต์วิกิลีกส์ และรณรงค์ให้สาวกออนไลน์ลงทะเบียนเพื่อช่วยกันเปิดเผยการฉ้อโกงและการเอารัดเอาเปรียบในวงการธุรกิจและการเมือง เว็บไซต์ ‘wsj.safehouse.com’ ได้รับการเปิดตัวเมื่อวันพฤหัสบดี (5พ.ค.)และทางเว็บไซต์มีข้อความชวนเชิญให้ใครก็ตามที่มีเอกสารจดหมาย สัญญา หรือ ฐานข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการ หรือเอ็นจีโอ สามารถส่งมาที่ทาง SafeHouse ให้ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องได้
วอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของทาง SafeHouse นั้นมีความสามารถสูงมาก ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อรักษาความลับของข้อมูลที่จะเปิดอ่านได้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้ที่เปิดเผยข้อมูลไม่ให้ได้รับผลกระทบใดๆ โดยจะมีทีมงานบรรณาธิการดูแลเว็บไซต์อย่างใกล้ชิด วอลล์สตรีท เจอร์นัล บอกด้วยว่า เรื่องที่ SafeHouse ให้ความสนใจ ครอบคลุมหลายด้าน เช่นการเมือง การธนาคาร การทำงานของระบบราชการ กฎหมาย ความมั่นคงแห่งชาติ และรวมถึง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นายโรเบิร์ต ทอมสัน ผู้จัดการกองบรรณาธิการของ SafeHouse บอกว่า ทางทีมงานจะทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญๆและเชื่อถือได้ เพื่อเป็นหลักฐาน และทางทีมงานยินดีรับข้อมูลในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เอกสารแบบลายลักอักษร ข้อความเสียง วีดีโอ หรือ รูปถ่าย วอลล์สตรีท เจอร์นัล นับเป็นองค์กรล่าสุดที่ส่งเว็บไซต์สไตล์เดียวกับ วิกิลีกค์ออกสู่ท้องตลาดและคาดว่าน่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญเลยทีเดียว
โดยก่อนหน้านี้ นิวยอร์ก ไทมส์ ก็เคยบอกไว้ว่า กำลังพิจารณาเปิดเว็บไซต์เปิดโปงความลับเช่นกัน ส่วนสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา ได้เปิดแผนกความโปร่งใส เพื่อรวบรวมเอกสารภาพถ่าย คลิปเสียงและคลิปวิดีโอ
ที่มา: VoiceTV