มาตรา ๑๑
รัฐต้องจัดให้มีบริการข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเรื่องอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศ รวมถึงเรื่องเพศศึกษาแก่บุคคลทุกช่วงวัยอย่างทั่วถึงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้รวมถึงบริการจัดแปลข้อมูลเป็นภาษาท้องถิ่นและสื่อสำหรับผู้พิการ
มาตรา ๑๒
รัฐและหน่วยงานของรัฐต้องจัดบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศที่ได้มาตรฐานมีความละเอียดอ่อน สอดคล้อง เหมาะสมกับบุคคลทุกช่วงวัย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๓
รัฐต้องส่งเสริมการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ทางการมองเห็น และทางการได้ยิน
มาตรา ๑๔
ห้ามมิให้ผู้ใดขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศ
การปกปิด ควบคุม กีดกัน หรือขัดขวางมิให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงข้อมูล บริการอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศ จะกระทำมิได้
มาตรา ๑๕
ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการโน้มน้าว ข่มขู่ บังคับใดๆ อันส่งผลให้เด็กและเยาวชนที่ตั้งครรภ์พักการเรียน ย้ายสถานศึกษาหรือพ้นจากสถานภาพนักเรียนหรือนักศึกษาจะกระทำมิได้
รัฐต้องจัดให้มีระบบการศึกษาต่อเนื่องที่ได้มาตรฐาน สอดคล้อง และเหมาะสมสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ตั้งครรภ์
มาตรา ๑๖
การหลอกลวง หรือปกปิดข้อมูลสถานภาพการสมรส หรือการใช้ชีวิตคู่ เพื่อให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยถือเป็นการละเมิดสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศ
มาตรา ๑๗
การโน้มน้าว ข่มขู่ บังคับให้ตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์แทน ตั้งครรภ์ต่อ ยุติการตั้งครรภ์ และคุมกำเนิดถือเป็นการละเมิดสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศ
มาตรา ๑๘
ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนปฏิเสธการจ้างงานหญิงเพราะเหตุตั้งครรภ์
มาตรา ๑๙
หญิงตั้งครรภ์ที่คลอดฉุกเฉินหรือที่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ การคลอด การยุติการตั้งครรภ์ การใช้วิธีคุมกำเนิดถือเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน
มาตรา ๒๐
บุคลากรด้านสาธารณสุขมีสิทธิปฏิเสธให้บริการคุมกำเนิดหรือยุติการตั้งครรภ์ที่ขัดแย้งกับความเชื่อทางศาสนาของตนแต่มีหน้าที่ส่งต่อผู้ใช้บริการไปรับบริการที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน ยกเว้นกรณีผู้ใช้บริการเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่ที่ปฏิเสธการบริการและไม่ส่งต่อผู้ใช้บริการกรณีฉุกเฉินไปยังสถานบริการที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน ให้ถือเป็นการทำผิดทางวินัย
มาตรา ๒๑
รัฐต้องกำหนดให้หน่วยงานรัฐและเอกชน หรือสถาบันการศึกษาที่ทำการทดลองหรือการวิจัยด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศ ต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วนแก่ผู้ที่เข้าร่วมการทดลองในทุกขั้นตอน
โดยรัฐต้องกำหนดมาตรการเยียวยาและการชดใช้ค่าเสียหายหากผู้เข้าร่วมการทดลองได้รับผลกระทบทั้งในระหว่างและภายหลังการทดลอง
มาตรา ๒๒
รัฐต้องคุ้มครองผู้ใช้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากให้ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง รอบด้าน ครบถ้วน ก่อนรับบริการ และมีสิทธิได้รับการบำบัดฟื้นฟูหากได้รับผลกระทบจากกระบวนการรักษาก่อนที่จะดำเนินการ
การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับไข่และอสุจิของผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งและได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ
มาตรา ๒๓
รัฐต้องคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีลักษณะเพศทางชีววิทยาไม่ชัดเจน อันประกอบด้วย สิทธิในการได้รับข้อมูลด้านสุขภาพ สิทธิในการตัดสินใจเลือกเพศด้วยตนเองและสิทธิในการเลือกวิธีการรักษาและใช้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ห้ามมิให้ผู้ใดตัดสินใจเลือกเพศให้กับบุคคลที่มีลักษณะเพศทางชีววิทยาไม่ชัดเจน