รอบอาทิตย์ที่สี่ ของเดือนพฤศจิกายน

รอบอาทิตย์ที่สี่ ของเดือนพฤศจิกายน

เมื่อ 27 พ.ย. 2553

ความเคลื่อนไหวรอบประเด็นกฎหมายและสังคมในสัปดาห์ที่สี่ของเดือนพฤศจิกายน

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เสนอ แก้ กม.ค้าซีดีแผงลอยไม่ต้องขออนุญาต

วันที่ 25 พ.ย.2553ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า หลังจากเกิดกรณีคนเก็บขยะนำวีซีดีเก่าไปขาย จนถูกจับ และศาลสั่งปรับเงินกว่า 1 แสนบาท ในความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 ในการประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น สวธ.จึงได้ทำหนังสือหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ และความหมายคำว่า “ประกอบกิจการ” ว่า มีความหมายครอบคลุมเพียงใด เพื่อให้เกิดความชัดเจน และเป็นแนวทางในการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ กฤษฎีกาได้ตอบข้อซักถามว่า จากการพิจารณากรณีดังกล่าว ปรากฏว่าขณะนี้ มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ ตามข้อ 9(1) แห่งระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ.2522 กำหนดว่า กรรมกฤษฎีกาจะไม่พิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดี อยู่ในศาล ดังนั้น กฤษฎีกาจึงไม่ขอพิจารณา และให้ความเห็นจนกว่าคดีจะสิ้นสุดที่มา เดลินิวส์

“อิสสระ” หนุนปรับกฎหมาย-ลดภาษีให้ผู้หนุนความเสมอภาคคนพิการ

เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2553นายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ ชง 2 เรื่องใหญ่เข้า ครม.และผ่านความเห็นชอบแล้ว คือ ลดภาษีสำหรับผู้สนับสนุนผู้พิการ และปรับโครงสร้างหน่วยงานที่ทำงานด้านคนพิการ คือ การเปลี่ยนแปลง สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) เป็นกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ทำให้งานด้านคนพิการสามารถเดินหน้าได้เร็วขึ้น และ ได้เสนอให้มีการลดภาษีเงินได้สำหรับ หน่วยงานที่รับผู้พิการเข้าทำงานมากกว่าร้อยละ 60 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 มาตรา 20 คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็น สาธารณะ ตลอดจนถึงสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ผู้พิการที่มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 190,000 บาท ไม่ต้องชำระภาษีเงินได้ เพิ่มจำนวนคนพิการในหน่วยงาน จากเดิมบริษัทต้องรับผู้พิการเข้าทำงานในสัดส่วน 1 คน ต่อพนักงาน 200 คน เหลือ 100 ส่วนสถานประกอบการที่ไม่ได้รับผู้พิการเข้าทำงานให้นำเงินจำนวนเทียบเท่ากับ ค่าจ้างคนพิการในสัดส่วนเทียบจากจำนวนพนักงานตามอัตรา 1 ต่อ 100 สมทบเข้ากองทุนคนพิการ ทั้งนี้ จะมีการประกาศเป็นกฎหมายต่อไป หลังจากผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกา และกลับมาที่ ครม.อีกครั้ง ที่มา สำนักข่าวไทย

จะแก้กม.ฟันชายทำท้อง กดดันทำแท้ง

นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553ว่า การทำแท้งเป็นเรื่องกระทบศีลธรรมที่ไม่ควรทำ เพราะไม่เกิดผลดีต่อผู้กระทำ แต่กฎหมายที่มีอยู่ตอนนี้ก็เปิดช่องให้ผู้หญิง ทำแท้งได้หลายทาง ไม่ว่าจะตั้งท้องไม่พร้อมจากการถูกข่มขืน การตั้งท้องที่กระทบสุขภาพมารดา หรือเด็กในท้อง แต่ปัญหาคือการทำแท้งเถื่อนที่ผิดกฎหมายมีมากมาย ตัวเลขที่ได้รับแจ้งจากแพทย์แต่ละปีมีการแอบทำแท้งกว่า 2 แสนราย เพราะผู้หญิงที่จำยอมต้องทำแท้งเนื่องจากครอบครัวไม่ยอมรับ ผู้ชายที่ทำให้ผู้หญิงท้องไม่รับผิดชอบ นายอิสระมีความเห็นว่า อยากเสนอให้มีการแก้กฎหมาย เอาโทษผู้ชายที่มีส่วนทำให้ผู้หญิงท้องจนต้อง ไปทำแท้ง ให้ผู้ชายได้รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำด้วยที่มา ไทยโพสต์

"Insects in the Backyard" ได้เรท "ห้ามฉาย" อีกครั้ง

24 พ.ย.2553  ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "Insects in the Backyard" และ ทรงยศ สุขมากอนันต์ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งประเทศไทย เดินทางไปรับฟังผลการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ที่สำนักพิจารณาภาพยนตร์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม บริเวณศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  เพื่อขอจัดเรตภาพยนตร์ใหม่อีกครั้ง หลังจากในการยื่นขอจัดเรตครั้งแรก คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ได้ให้เรต "ห้ามฉาย" แก่หนังเรื่องนี้ โดยเปลี่ยนชื่อผู้ยื่นจากบริษัทป๊อป พิคเจอร์ส เป็นตัวธัญญ์วารินเอง ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ โดยผลการตรวจพิจารณาภาพยนตร์รอบที่สอง คือ ′ไม่อนุญาตให้ฉาย′ เนื่องจาก "มีเนื้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน" ซึ่งมีข้อสังเกตว่า มีการตัดคำว่า "ความสงบเรียบร้อย" ออกจากประโยคเดิม

จนท.ไอซีทีเผย การขึ้นบัญชีดำบล็อคเว็บ "ล้มเหลว"

นายธงชัย แสงศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวในงานประชุมด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต องค์การโทรคมนาคมแห่งเอชียและแปซิฟิก (Asia Pacific Telecommunity) ที่จัดขึ้นรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 16 - 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่าการขึ้นบัญชีดำปิดกั้นเว็บไซต์นั้นเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยและสร้างภาระในการ จัดการที่เกินความจำเป็นแก่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

นายธงชัยเสริมว่าการปิดกั้นเว็บไซต์โดยรัฐบาลนั้นเป็นไปตามคำสั่งศาล อย่างไรก็ตาม เคยมีการกล่าวอ้างว่าผู้ให้บริการที่ไม่ให้ความร่วมมือต่อการสั่งปิดกั้น อย่างไม่เป็นทางการนั้นจะต้องพบกับโทษบางอย่าง ที่มา ประชาไท

ครูเอกชน1.4 แสนคนเฮ! ได้ขึ้นเงินเดือน 5%เท่าขรก. มีผล 1 เมษาฯ 54

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นเงินเดือน ครูโรงเรียนเอกชนร้อยละ 5 พร้อมข้าราชการทั่วไปในวันที่ 1 เมษายน 2554 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบนั้น สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง ได้แจ้งว่ารับทราบมติ ครม.แล้ว และยืนยันที่จะปรับเงินเดือนให้ครูโรงเรียนเอกชนร้อยละ 5 ในวันที่ 1 เมษยน 2554 พร้อมข้าราชการทั่วไปแน่นอน ซึ่งจะมีครูเอกชนที่ได้รับการปรับเงินเดือนประมาณ 1.4 แสนคน ซึ่งน่าจะสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศได้ดีที่มา มติชน

จี้นายกฯดันก.ม. พ.ร.บ.คุ้มครองฯ

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธาน เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และคณะ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเรียกร้องให้นำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรให้ทันในสมัยประชุมนี้ เนื่องจากรัฐบาลได้ตั้งเงื่อนไขว่าจะเดินหน้านำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาหลังจากได้ข้อสรุปจากคณะกรรมการเสริมสร้าง ความสมานฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุข ทั้งนี้ ถ้าร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ที่กลุ่มแพทย์เสนอจะได้รับการพิจารณาไปพร้อมกัน ทางเครือข่ายฯ ก็ไม่มีข้อคัดค้าน และยินดีจะร่วมพิจารณาข้อขัดแย้งต่าง ๆ ร่วมกับกลุ่มแพทย์ในชั้นคณะกรรมาธิการฯ ที่มา เดลินิวส์

ดันสปส.เป็นองค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยว่าตามที่ คสรท. ร่วมกับ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ได้ดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่...) พ.ศ.....(ฉบับบูรณาการแรงงาน) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารงานสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไปสู่ความเป็นองค์กรอิสระ และการมีส่วนร่วมในการบริหารงาน และ ขยายสิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ แก่ผู้ประกันตน โดยได้มีการรณรงค์ให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกันตนร่วมกันเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย 10,000 รายชื่อ ซึ่งในขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อเพียงพอต่อการเสนอกฎหมายแล้ว ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ที่วางไว้ คสรท. จึงร่วมกับผู้ใช้แรงงานและผู้ประกันตนนำเสนอกฎหมายดังกล่าวต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 24 พ.ย. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา. ที่มา เดลินิวส์

สรรพสามิตเล็งเก็บภาษีมือถือ-SMS 3%

ภายในสิ้นปีนี้กรมสรรพสามิตจะเสนอให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมจากการใช้โทรศัพท์มือถือ และบริการส่งข้อความ(เอสเอ็มเอส) ในอัตรา 3% จากฐานภาษีที่ให้เก็บได้ถึง 10% ซึ่งที่ผ่านมา ในช่วงปี 2549-2550 กรมสรรพสามิตเก็บภาษีสรรพสามิตจากการใช้โทรศัพท์มือถือในอัตรา 10% มีรายได้ภาษีปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ยกเลิกเพราะมีปัญหาทางการเมือง และข้อกฎหมายที่เอกชนไม่สามารถนำค่าสัมปทานมาจ่ายเป็นค่าภาษีสรรพสามิตได้ สำหรับการเสนอเก็บภาษีสรรพสามิตจากค่าบริการใช้โทรศัพท์มือถือในครั้งนี้ ได้ขยายไปถึงการเก็บภาษีสรรพสามิตบริการเอสเอ็มเอสด้วย เพราะเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือรูปแบบหนึ่งและมีการใช้จำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา ที่อาจใช้เกินความจำเป็น จึงเสนอเก็บภาษีเพื่อควบคุมการใช้ นอกจากนี้ เอสเอ็มเอสถูกใช้ในการพาณิชย์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทายผลฟุตบอล การทายผลการแข่งขันประกวดต่าง ๆ ซึ่งมีค่าบริการต่อครั้งสูงถึง 6 บาท ในจำนวนนี้ผู้ให้บริการมือถือได้เพียง 1 บาท และบริษัทผู้จัดรายการได้ 5 บาท ที่มา ไทยโพสต์