ในบรรดาเกือบ 200 ไอเดีย บนหน้า “คิด” ที่เว็บไซต์ไอลอว์เปิดให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตร่วมกันแบ่งปันไอเดีย เสนอ แก้ไข หรือ ยกเลิกกฎหมาย ข้อเสนอที่มีสถิติผู้เข้าเยี่ยมชม และแสดงความคิดเห็นสูงที่สุด คือ ข้อเสนอของผู้ใช้ชื่อ “ลูกอัยการ” ที่เสนอให้ “ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” หรือกฎหมายอาญามาตรา 112
ขณะที่โพล “เกาะกระแส” ของไอลอว์กับคำถามที่ว่า คิดเห็นอย่างไรกับการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 (กม.ห้ามหมิ่นกษัตริย์ฯ) และหากคุณเห็นว่าควรแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระมหากษัตริย์ อยากให้แก้ไขอย่างไร ก็มีชาวเน็ตมาร่วมออกเสียงอย่างคับคั่งเช่นกัน ซึ่งผลการสำรวจพบว่าผู้ร่วมแสดงความเห็น 76 และ64 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ต้องการให้ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา112 ทั้งมาตรา สะท้อนให้เห็นกระแสความสนใจเรื่องการแก้ไขกฎหมายของประชาชนได้เป็นอย่างดี
ภายใต้บรรยากาศการเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง กฎหมายอาญามาตรา112 มีฐานะเป็นข้อกล่าวหาที่หนักหนาที่สุดในสังคมไทย อีกทั้งยังถูกตีความและบังคับใช้อย่างกว้างขวาง มีการข่มขู่และฟ้องร้องเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้ามมากกว่าใช้เพื่อวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายที่มุ่งปกป้องพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ แกนนำทั้งฝ่ายเสื้อแดง และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถูกกล่าวหาด้วยมาตรานี้ มีการกล่าวหาและจับกุมประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้คนอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวที่จะแสดงออกซึ่งความเห็น
ย้อนหลังไป 2-3 ปี ก่อนที่ความขัดแย้งทางการเมืองจะเดินมาถึงวันนี้ เคยมีกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเสรีภาพการแสดงออกและมาตรา 112 อยู่บ้าง เช่น ใจ อึ๊งภากรณ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เคยระดมรายชื่อประชาชนได้พันกว่ารายชื่อ ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล แมดิสัน สหรัฐอเมริกา เคยรวบรวมรายชื่อนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้กว่า 50 รายชื่อ เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ แต่นักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่ง และรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะท่าทีจาก สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ตอบโต้ค่อนข้างรุนแรง
มาถึงพ.ศ.นี้ ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย มีนักวิชาการอีกท่านหนึ่งที่เสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 อย่างหนักแน่น คือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พร้อมกับข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 8 ข้อ แต่ล่าสุด อ.สมศักดิ์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 ด้วย
เดิม การพูดเรื่องปัญหาในมาตรา 112 จำกัดอยู่แค่กลุ่มนักวิชาการเฉพาะกลุ่ม ซึ่งในพื้นที่สื่อและในทางสาธารณะ คำว่า "มาตรา 112" ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่สิ่งที่ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักและได้ยินเรื่องมาตรา 112 ได้มากที่สุด กลับเป็นเหตุการณ์จริงที่ จำนวนคดีการกล่าวหา และฟ้องร้องเพิ่มจำนวน ขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ
นักกิจกรรมส่วนหนึ่ง ทำกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการใช้บังคับกฎหมายมาตรา 112 ให้สังคมมีพื้นที่สำหรับการพูดคุย เรื่องนี้ได้สะดวกขึ้น โดยไม่ได้มีเป้าหมายให้แก้ไข หรือ ยกเลิก แต่อย่างใด ภายใต้ชื่อ อาร์ติเคิล 112 : การรณรงค์เพื่อความตื่นรู้ ในกฎหมายหมิ่นฯ หรือ Article112 : awareness campaign
ล่าสุด เครือข่ายประชาธิปไตย ที่มีมวลชนเสื้อแดงเป็นฐาน สามารถล่ารายชื่อได้ครบ 10,000 ชื่อแล้ว เพื่อเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ที่มีหลักการสั้นๆ คือ ให้ยกเลิกมาตรา 112 นี้
นอกจากข้อเสนอให้ยกเลิกแล้ว ฝ่ายที่เสนอให้แก้ไข อย่างนักวิชาการด้านนิติศาสตร์อย่างกลุ่มนิติราษฎร์ ได้ประกาศข้อเสนอ 7 ข้อ เพื่อแก้ไขปรับปรุงมาตรา 112 โดยเสนอให้ย้ายมาตรา112 ไปอยู่ในหมวดเฉพาะ ลดอัตราโทษเหลือจำคุกไม่เกินสามปี เพิ่มเหตุยกเว้นความผิด และให้สำนักราชเลขาธิการมีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษเท่านั้น ซึ่งได้เขียนหลักการเหล่านี้ออกมาเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาออกมา เพื่อให้สังคมนำไปถกเถียงช่วยกันคิดต่อ
สอดคล้องกับนักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรม อาทิ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, พวงทอง ภวัครพันธุ์ ฯลฯ ที่ออกแถลงการณ์ ถึงเวลาแก้ไขม.112:ข้อเรียกร้องต่อบรรดาพรรคการเมือง ที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของมาตรา112 กับการละเมิดสิทธิเสรีภาพ และเปิดให้คนมาร่วใลงชื่อด้วย
นอกจากนักวิชาการแล้ว เครือข่ายนักเขียน นำโดย บินหลา สันกาลาคีรี ปราบดา หยุ่น ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง ซะการีย์ยา อมตยา กิตติพล สรัคคานนท์ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ และ วาด รวี ก็ร่วมแสดงออก โดยการเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนนักเขียน เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112 และยุติการใช้ข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพปิดกั้นการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
หลังจากกลุ่มนักเขีัยนออกมาเคลื่อนไหว คณะพลเมืองไทยรักชาติเคลื่อนไหวโดยการยื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินคดี กับกลุ่มนักเขียนและผู้ที่ล่วงละเมิดสถาบัน ต่อมา มีกลุ่มนักอ่าน รวมตัวกันทางอินเทอร์เน็ต ออกแถลงการณ์นักอ่าน: เราต้องการเสรีภาพในการอ่าน เพื่อเรียกร้องเสรีภาพที่จะได้อ่านและวนับวนุนกลุ่มนักเขียน และเปิดให้นักอ่านทุกคนร่วมลงชื่อทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน
ความเคลื่อนไหวของประชาชนที่เห็นได้ชัดเจน ปรากฏในอีกพื้นที่หนึ่ง คือ เฟซบุ๊ค ซึ่งมีการทำเข็มกลัดรณรงค์ ไม่เอามาตรา 112 ออกมาหลายรูปแบบ และมีผู้ใช้เฟซบุ๊คร่วมติดเข็มกลัดรณรงค์กันจำนวนมาก ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนกฎหมายมาตรา 112 ให้คงอยู่ต่อไป โดยไม่ต้องแก้ไขก็มีเข็มกลัดออกมารณรงค์สวนทาง ซึ่งก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน
นอกจากเข็มกลัดแล้ว ที่เห็นได้ชัดคือ การเกิดขึ้นของเฟซบุ๊ครณรงค์ ที่เป็นหน้าแฟนเพจเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 ซึ่งเกิดขึ้นหลากหลายมาก เช่น มั่นใจว่ามากกว่า 1 ล้านคนไม่เอา 112 NO! 112 เราต้องการทำประชาพิจารณ์“กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”(ม.112) ทำดีเพื่อการยกเลิก ม.112 ยกเลิก กฎหมายหมิ่นฯ ม. 112 - ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ฯลฯ หรือที่เป็นกลุ่มรณรงค์ เช่น ปลดแอก112 จุดเริ่มต้นสังคมใหม่ กลุ่มแนวร่วมรณรงค์ยกเลิกมาตรา 112 ฯลฯ ขณะที่กลุ่มผู้ไม่ต้องการยกเลิกก็มีหน้าแฟนเพจของตัวเองเช่นเดียวกัน คือ คนไทยรวมพลังปกป้อง กม.อาญา มาตรา 112
จากความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เห็นได้ว่า ทั้งกลุ่มที่สนับสนุนและคัดค้านต่างตื่นตัว และให้ความสนใจกับกฎหมายอาญามาตรา 112 มากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตคือ สังคมไทยไม่สามารถหยุดหรือเงียบกับกฎหมายว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ได้อย่างที่เคยเป็น แต่ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ต้องยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผลอย่างเปิดเผย การแช่แข็งหลักการอะไรบางอย่างไว้ด้วยเหตุผลเพียงเพราะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะประจำชนชาติ มีแต่จะยิ่งเป็นผลเสียต่อเรื่องที่อ่อนไหวที่สุดในสังคม
อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่สังคมได้รับจากการถกเถียงแลกเปลี่ยน คือ ได้แสดงให้เห็นว่าการพูดคุยเรื่องกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประชาชนพึงตั้งคำถามต่อกฎหมายที่เห็นว่ากระทบต่อสิทธิเสรีภาพของตน เช่นเดียวกับการวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายฉบับอื่นๆ และการวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 112 เสียเอง
"หากคุณเป็นบล็อกเกอร์ หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ สามารถเลือกแบนเนอร์ที่ต้องการ copy code html ในกล่องไปวางไว้ในเว็บได้เลย"
Comments
เวลานี้ สิ่งที่ อยากให้ยกเลิกที่บอกว่า ไม่สามารถรู้ข้อความในการพิพากษาคดีได้ ดั่งที่เคยต้องการอยากให้ยกเลิกนั้นไม่เป็นความจริงแล้วละ
๑.การประกันตัว มีคนที่ได้ประกันตัว ไม่ได้ห้ามประกันตัว
๒.การที่บอกว่า การแจ้งความกม.๑๑๒ โดยทุกคนเป็นการกลั่นแกล้ง สรุบแล้ว มีตัวอย่างชี้ชัดว่า ถ้าไม่มีความผิด โดยมีการกรองเบื้อต้นโดยอัยการ หรือ ผู้เกี่ยวข้อง และศาลบอกก้ไม่มีความผิด ก็สรุบได้ว่า ไม่ใช่ปัญหาในการกลั่นแกล้ง ซึ่งคนที่ดดนแกล้ง คือ ส.ศิวรักษ์ โดนแจ้งความเรื่องนี้ ๓ ครั้งและ รอดทุกครั้งด้วย
(เรื่องชื่อเสียงมันมีการพิสูจน์ได้ ถ้าไม่ผิด ก็ไม่ผิด ชื่อเสียงมันแก้ไขได้ และทำการฟ้องร้องคนที่แจ้งความก็ได้ด้วย )
๓.การบอกว่า กม.มีโทษสูงไป เป็นเรื่องที่รับได้ เพราะความสำคัญของในหลวงโดยตำแหน่งแล้วมีมากกว่าปชช.ธรรมดา
๔.การดำเนินคดี ทุกอย่างก็ไม่ได้มีการปิดลับเลย หลักฐานก็คือมีคนรู้เห็นเป็นจำนวนมาก นอกจากจำเลยแล้วยังมีสื่อ มีพยาน มีอัยการ มีทนาย มีคนที่เป็นญาติ หรือ คนรู้จักมาเฝ้า และยังได้รับทราบข้อมูลเหมือนกัน
๕.คดีนี้ คนแจ้งความถ้าไม่เป็นปชช. ก็มักเป็นจนท.รัฐแจ้งความ ซึ่งหน่วยงานรัฐจะเป็นผู้ฟ้องมากกว่า และมีหลักฐานชัดเจนในการฟ้อง ต่างกับ ปชช.ที่แจ้งความได้อิสระ ทั้งที่อาจจะมีหลักฐาน หรือไม่มีหลักฐานก็ได้
๖.ถ้าคนฟ้องคือ หน่วยงานรัฐ จำเลยก็สามารถเอาคืน ฟ้องคืนได้ ว่า ใช้อำนาจผิด
๗.ถ้าเปนปชช. ฟ้องคืนได้เช่นกันเน้ออ...
สรุบ คือ กม.๑๑๒ ไม่ต้องยกเลิก แก้ไขอะไรเลย ที่ผิดคือคนทำผิด ไม่ได้ผิดที่กระบวนการกม.ใดๆ และทุกรายที่โดนคุก ก็ไม่มีหลักฐานใดมายืนยันว่า ต้นเหตุ ไม่ได้ทำผิดทั้งนั้น
ถ้าแก้มาตรา ๑๑๒ แล้ว มาตรา ๑๓๓ ต้องแก้หรือไม่
คนไทยบ้าขึ้นทุกวันคงอีกไม่นานเกิดเรื่องอีก...สงสารในหลวงขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ผมเห็นด้วยครับไม่สมควรแก้ ม.112 ครับ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป้นที่รักของพวกเรา เหมือนกับพ่อของพวกเราครับ
ผมคิดว่านี้เป็นหัวข้อที่รุนแรงมาก มีไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังคงมีสมาชิกในราชวงศ์ ผมอ่านหลายบทความเกี่ยวกับพวกเขาที่ http://byfiles.com เราต้องรักและเคารพพระมหากษัตริย์ นี้เป็นประเพณีที่ดี
คุณรู้จักคำว่าพระเจ้าแผ่นดินกันหรือไม่ และแผ่นดินที่พวกคุณอาศัยอยู่นี้ พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงเสียสละเลือดเนื้อแลกมา ทำให้พวกเราอยู่กันอย่างสบาย แล้วถ้ามีการแก้กม.112 นี้ แล้วมันจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นหรือไม่ เป็นผลประโยชน์ที่ตกกับประชาชนทั้งชาติ หรือ คนบา่งกลุ่ม ผมว่าท่านทำประโยชน์ให้ประเทศชาตินี้มากมายเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆจะทำได้ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปทำให้ท่านรู้สึกผิดหวังกับลูกๆของท่านเลยครับ ถ้าไม่คิดจะทำความดีเพื่อท่าน ก็อย่าได้มีความคิดชั่วๆแบบนี้เลยครับ มันเป็นบาป และมันจะตกไปชั่วลูกชั่วหลานได้ ถ้าปลูกฝังความคิดเลวๆเช่นนี้ กรุณาคิดด้วยเหตุผล อย่าได้คิดแต่เอามันอย่างเดียวครับ และการใช้เงินซื้อควา่มคิดคน มันก็ได้เป็นบางคนเท่านั้นแหละ หยุดการกระทำแบบนี้ได้แล้ว ถ้ายังคิดว่าตนเองเป็นคนไทยอยู่ และจำไว้ว่ารากเหง้าของเราเป็นมาอย่างไร วัฒนธรรมดีๆ ควรรักษาไว้อย่าได้เอาความคิดของคนชาติอื่น หรือไม่ใช่คนไทยมาครอบงำ
แนะเด็นคอ การแสดงออกถึงความคิดเห็นที่อยู่บนฐานของเหตุผล ไม่ใช่อยู่ภายใต้อิทธิพลขอบผู้อำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ให้สังเกตุนักวิชาการหลายท่านออกมาสนับสนุนการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีความเคารพใดๆต่อ monarchy or aristocrats การแก้ไขกฏหมายอยู่ในกรอบของกฏหมาย และสิทธิเสรีภาพ เช่นเดียวกับกลุ่มพลเมืองอื่นที่คัดค้านการแก้ไขมาตรานี้
บ้านนี้เมืองนี้ หากคุณเคยเรียนรู้การคิดเเบบตรึกตรอง วิเคราะห์ analytical thinking อย่างที่นักวิชาการ หรือบุคคลที่มีการศึกษาในระดับสูง เรารวบรวมข้อมูล และหาคำตอบด้วยความรู้ประสบการณ์จากตัวเราเอง ไม่เชื่อเพราะว่าเขาเล่าว่า เขาบอกว่า เขาล้างสมองเรามาว่า ไม่เช่นนั้น ประชาธิปไตยซึ่งจำเป็นจะต้องเป็นของกลุ่มชนระดับกลางที่มีฐานะการเงินที่ไม่ร่ำรวยผิดปรกติ หรือยากจน จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทยหาก majority of population ไม่ยอมรับความคิดที่แตกต่าง และออกความคิดเห็น หรือไม่โต้แย้งกันบนพื้นฐานแห่ง reasons and logic
ฉันดีใจที่ฉันได้พบเว็บไซต์นี้ขอขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
Poderwac
ไม่ยอมรับความคิดที่แตกต่าง และออกความคิดเห็น หรือไม่โต้แย้งกันบนพื้นฐานแห่ง
valuta calculator