มาตรา ๑๒ ในกรณีที่สถานศึกษามีหญิงมีครรภ์นั้นอยู่ระหว่างศึกษา ผู้บริหาร สถานศึกษานั้นต้องอนุญาตให้หญิงมีครรภ์ศึกษาต่อในระหว่างตั้งครรภ์และกลับไปศึกษาต่อ ภายหลังคลอดบุตรแล้วได้
มาตรา 12 เป็นมาตราที่ถูกยกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ทางฝ่ายวิชาการกังวลว่าการให้นักเรียนที่ตั้งครรภ์อุ้มท้องไปเรียนกับเพื่อนๆ อาจเป็นแบบอย่างให้กับเพื่อนนักเรียนไม่ระวังตัว ไปมีพฤติกรรมเลียนแบบให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ระหว่างเรียน หรืออาจจะเสื่อมเสียชื่อเสียงของสถาบันการศึกษานั้นๆ ได้ ขณะที่การให้นักเรียนได้เรียนต่อนั้นเป็นเพียงการแก้ที่ปัญหาปลายเหตุ ไม่ได้สร้างผลดีในระยะยาว จึงควรกันเน้นการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรม ให้นักเรียนรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำมากกว่า
และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ อาจทำให้นักเรียนที่ตั้งครรภ์อับอายเพื่อน ถูกติฉินนินทา ถูกรังเกียจจากสังคม จึงควรเปลี่ยนกฎหมายเป็น ให้สิทธินักเรียนลาพักการเรียนและกลับมาศึกษาต่อได้ภายหลังคลอดบุตรแล้ว
ภาคประชาสังคมเห็นตรงข้าม คือ ยืนยันกับหลักการที่ว่านักเรียนต้องได้เรียนต่อ ขณะเดียวกันก็กังวลว่าการเขียนกฎหมายเพียงเท่านี้อาจบังคับได้ยากในทางปฏิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาพบปัญหาว่า สถาบันการศึกษามักกลบเกลื่อนปัญหา ด้วยการทำมาตรการอื่นๆ ที่อาจทำให้เด็กเข้าไม่ถึง โน้มน้าวให้ผู้เรียนที่ตั้งครรภ์ต้องลาเรียน และอาจทำให้ตัดสินใจลาออกจากสถาบันการศึกษาในที่สุด
ข้อเสนอในเบื้องต้น มีการเสนอให้เพิ่มวรรคสองเพื่อกำหนดให้สถานศึกษาต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และมาตรการต่างๆ ให้รองรับการดูแลนักเรียนที่ตั้งครรภ์ และควรมีระบบป้องกันการประณามเด็กด้วย
นอกจากนี้ยังมีแนวความคิดว่าควรแก้ไขเพิ่มเติมกรณีอื่นๆ อีก เช่น ต้องกำหนดให้สถานศึกษาอนุญาตให้ลาเพื่อคลอดและเลี้ยงดูบุตรด้วย ให้สถานศึกษาจัดทำรายงานการดำเนินงาน ให้มีกฎหมายลงโทษผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบด้วย ฯลฯ